"พล.อ.ประยุทธ์"เรียกตัวนักข่าวสายทหาร ขอความร่วมมืออย่าตั้งคำถามรุกไล่ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อผู้นำประเทศ ยันไม่กำหนดมีนายกฯเมื่อใด
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน ว่าเมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก ได้เชิญตัวนายศุภฤกษ์ ธงไชยฤทธิ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และน.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เข้าพบที่ห้องทำงานเพื่อแจ้งข้อความจากพล.อ.ประยุทธ์ ให้รับทราบพร้อมขอความร่วมมือกรณีการตั้งคำถามกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)โดยเฉพาะหลังการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาเนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์ รู้สึกไม่ดีต่อการที่ต้องถูกตั้งคำถามในลักษณะรุกไล่จนทำให้กระทบความเชื่อมั่นในตัวผู้นำประเทศ
"พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากมาบอกว่าวันนี้ ท่านไม่ได้เป็นแค่ ผบ.ทบ.เท่านั้น แต่เป็นถึงผู้นำในการบริหารประเทศ ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและบริหาร ดังนั้นการจะตอบคำถามอะไรออกไปสู่สาธารณะจำเป็นต้องใคร่ครวญอย่างดี และขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาในการตอบคำถามเหล่านั้น โดยเฉพาะการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งการถามในลักษณะจี้ถามเช่นนั้นไม่เหมาะสม ฉะนั้นจึงขอความร่วมมืออย่าถามในลักษณะการรุกไล่อีก"เลขานุการ ทบ.กล่าว
ในส่วนเฟสบุ๊ก ของน.ส.วาสนา นั้นทางกองทัพบกขอความร่วมมือ ไม่ให้บุคคลเข้ามาคอมเม้นท์เพราะทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งน.ส.วาสนา ชี้แจงว่าไม่อาจปิดคอมเม้นท์ ของตนเองได้เนื่องจากมีเพื่อนจำนวนมาก ส่วนผู้ติดตามที่เข้ามาคอมเม้นท์นั้นได้ปิดไปแล้ว ทั้งนี้บุคคลที่เป็นเพื่อนเข้ามาคอมเม้นท์จะทะเลาะกันเอง เพราะมีทั้งสองสี โดยก่อนหน้านี้ได้ออกประกาศในเฟสขอร้องไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงาน คสช. โดยได้มีการพูดถึงแนวทางในการทำงานของ คสช.นับจากนี้ เพื่อเป็นรูปธรรมและเห็นผลโดยเร็วโดยเฉพาะการเร่งจ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวให้เสร็จตามกำหนด แล้วให้ติดตามเรื่องผลผลิตทางเกษตรที่จะมีปัญหาตามมา ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงความเป็นห่วงกลุ่มสีต่างๆในขณะนี้ โดยได้ให้แนวทางกับคณะทำงานไปหาวิธีในการสลายสีเสื้อต่างๆด้วยการตั้ง “สภาสมานฉันท์” ขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และเร่งดำเนินการให้ดีที่สุดเพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว พร้อมกันนี้ หัวหน้าคสช.ยังจะเดินหน้าในการตั้งสภาปฏิรูปและสภานิติบัญญัติ เพื่อเร่งหาทางทางออกนำไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้เมื่อใด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เป็นตัวกำหนด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่มีการเปิดสายด่วนให้ประชาชนทั่วไปได้โทรศัพท์มาร้องเรียนที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาหลังการปฏิวัติฯ ปรากฏว่าในแต่ละวัน มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามามากกว่าวันละ 700 ราย ซึ่งมีทั้งการชื่นชมและตำหนิ รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบจากการประกาศเคอร์ฟิวที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่ร้องเรียนต้องการให้ลดเวลาเคอร์ฟิว





