ทหารนราธิวาสเร่งซ่อมสะพานรถไฟตันหยงมัส เผยคืบหน้าไปแล้วกว่า 80 เปอรเซ็นต์ คาดเปิดบริการทุกเส้นทาง 1 มิย.
นายอดุลย์ ตอแลนา สารวัตรแขวงบำรุงทางตันหยงมัส เดินทางไปยังสะพานรางรถไฟ บ.ฮูลูปาเร๊ะ ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งห่างสถานีรถไฟตันหยงมัสประมาณ 1 กม.เพื่อติดตามความคืบหน้าในการซ่อมแซมสะพานรางรถไฟจุดดังกล่าวที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดจนได้รับความเสียหายใช้การไม่ได้ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.ถ57 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พบว่าชุดช่างของ รฟท.ได้ดำเนินการซ่อมแซมจุดที่ได้รับความเสียหายไปแล้วประมาณ 60% ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนหมอนรางรถไฟจำนวน 20 ท่อน แผ่นเหล็กเสริมความแข็งแรงระหว่างเสาคู่ขนาน รวมทั้งกะเทาะจุดที่ชำรุดเพื่อนำแผ่นเหล็กใหม่มาเปลี่ยนทั้ง 2 เสาคู่ขนาน จากนั้นจะปรับแผ่นเหล็กใต้โครงรางรถไฟที่งอจากแรงระเบิดให้เข้ารูปคงเดิม ซึ่งการซ่อมแซมในวันนี้ชุดช่าง รฟท.คาดว่าจะรุดหน้าไปอีกถึง 80%
นายอดุลย์ เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ บ.ฮูลูปาเร๊ะจะเดินทางมาสมทบเพื่อร่วมกับชุดช่างและเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อย ทพ.ที่ 4502 ซึ่งมี พ.ต.รุ่งศักดิ์ ศรีสุระ ผบ.ร้อย เข้าร่วมกันปรับปรุงบริเวณทางเดินและทางรถวิ่งคู่ขนานกับรางรถไฟความยาวประมาณ 80 เมตร โดยปรับเปลี่ยนจากไม้ที่ไม่มั่นคงเป็นแผ่นเหล็กเพื่อความแข็งแรง และคาดว่าการซ่อมซอมทั้งหมดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดใช้งานเพื่อให้ขบวนรถไฟทั้ง 14 ขบวนทั้งขาขึ้นและขาล่องสามารถวิ่งจากต้นทางและปลายทางสุไหงโก-ลกได้เหมือนที่ผ่านมาไม่เกินวันที่ 1 มิ.ย.นี้อย่างแน่นอน
ส่วนนายมานพ เหมือนปรีชา นายสถานีรถไฟตันหยงมัส เปิดเผยว่า ความเสียหายของสะพานรางรถไฟจากฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบในครั้งนี้ประมาณ 1.7 ล้านบาท และตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ ทาง รฟท.ต้องรับภาระในการรับผิดชอบผู้ใช้บริการรถไฟที่ซื้อตั๋วเดินทางล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุที่เจาะจงสุดปลายทางสุไหงโก-ลก โดยได้จัดรถตู้และรถบัสเพื่อไปส่งผู้โดยสารทุกวัน ซึ่งขณะนี้ รฟท.ต้องนำเงินรายได้จากการจำหน่ายตั๋วไปชดเชยในการจ่ายค่าพาหนะดังกล่าวไปแล้วประมาณกว่า 1 แสนบาท เนื่องจากเป็นภาระผูกพันที่ต้องรับผิดชอบผู้โดยสารทั้งหมดที่ซื้อตั๋วล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุการณ์เท่านั้น ส่วนผู้ที่ต้องการเดินทางสุดปลายทางสุไหงโก-ลกและซื้อตั๋วในวันเดินทางขณะนี้ ทาง รฟท.จะไม่รับผิดชอบในเรื่องพาหนะต่อไปยังสุไหงโก-ลก จึงอยากให้ผู้ใช้บริการทุกคนที่ส่วนใหญ่ได้รับความเดือนร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นจำนวนมากเกิดความเข้าใจที่ตรงกัน





