"ประยุทธ์" แจงย้ายขรก.ลดความกดดันให้เจ้าตัว
ทหารควบคุม "สมศักดิ์ เทพสุทิน-พิชิฏ ชื่นบาน-ไพวงษ์ เตชะณรงค์" พร้อมผู้รายงานตัวส่งควบคุมค่ายทหารราชบุรี "ประยุทธ์" แจงย้ายข้าราชการแค่ลดความกดดันให้เจ้าตัว ยันผู้ถูกย้ายไม่มีความผิด "วัชรพล" ปลุกตำรวจทำหน้าที่ สามัคคีทำงานดูแลประชาชน "คำรณวิทย์" ยันไม่คิดลาออก
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ส่งบุคคลสำคัญทางการเมือง ที่เข้ารายงานตัวและยังไม่ปล่อยตัว ไปควบคุมตัวไว้ในค่ายทหารตามต่างจังหวัดเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้(25พ.ค.) เวลา 14.45 น. ที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ เจ้าหน้าที่ทหารได้ทำการควบคุมผู้ที่เข้ารายงานตัวตามทั้งหมดตามคำสั่ง คสช. อาทิ นายไพวงษ์ เตชะณรงค์ นายชเยนทร์ คำนวณ, นางวิมลรัตน์ กุลดิลก, นายพิชิฏ ชื่นบาน รวมถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา ที่ถูกเรียกมารายงานตัว โดยนำตัวขึ้นรถตู้ทางราชการ 2 คัน ซึ่งมีรถฮัมวี่ นำและปิดท้ายขบวน ออกจากสโมสรกองทัพบก เทเวศน์ เดินทางไปยังค่ายทหารแห่งหนึ่ง ในจ.ราชบุรี ขณะที่ผู้รายงานตัวทั้งหมดได้เตรียมเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวมาแล้ว
ต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดให้รถส่วนของผู้ที่เข้ารายงานตัวทั้งหมดในวันเดียวกันทยอยออกจากสโมสรกองทัพบก
คสช.นำผู้มีหมายจับมอบตัวจันทร์นี้
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ส่วนเรื่องการควบคุมตัวบุคคลผู้ที่ถูกเรียกมารายงานตัวตามคำประกาศของ คสช.นั้น ก็เพื่อทำความเข้าใจในข้อขัดแย้ง และให้ชี้แจงข้อเท็จจริงหลังการปฏิบัติของแต่ละพวก แต่ละฝ่าย และเพื่อเสาะหาข้อเท็จจริง โดยได้จากสถานที่ดูแลที่เหมาะสม มิได้มีพันธนาการ ซ้อม ทรมานแต่อย่างใด
"เราให้เกียรติทุกคน โดยให้เห็นถึงความจำเป็นว่า ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ ขณะนี้ได้ทยอยปล่อยกลับบ้านแล้วเป็นจำนวนมาก โดยการควบคุมตามกฎหมายไม่เกิน 7 วัน สำหรับผู้ที่ถูกควบคุมที่มีหมายจับ หรือมีคดีติดตัวจะได้นำเข้ามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 26 พ.ค.นี้เป็นต้นไป"
พ.อ.วินธัย กล่าวด้วย ส่วนที่มีจับกุมอาวุธสงครามได้จำนวนมาก ซึ่งยังคงจะต้องดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้นอยากขอให้ประชาชนทุกภาคส่วน หลีกเลี่ยงการใช้ชุมนุมประท้วงต่อต้าน เพราะในขณะนี้ กระบวนการประชาธิปไตย ทำไม่ได้เป็นปกติ
"คสช.มิได้มุ่งหวังทำเพื่อประโยชน์ผู้หนึ่งผู้ใด แต่เพื่อคืนความสุขให้คนไทยทุกคน และจะนำไปสู่การสร้างความมั่นใจ ในเสถียรภาพ จากต่างประเทศเพื่อเดินหน้าต่อไป รวมทั้งขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่พลเรือนตำรวจทหารทุกคน ได้อดทนเสียสละและยอมรับในหลักการ การขจัดข้อขัดแย้งของประเทศ อาจมีผลกระทบต่อองค์กรอยู่บ้าง ต้องร่วมมือช่วยกันต่อไป มิฉะนั้นเราจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ทุกคนไม่มีความสุข"
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ผู้ที่อาศัยโซเชียลมีเดีย ในการยุยงปลุกปั่น ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อใครเลย ขอให้สื่อลดหรือระวังการพูดจา วิพากษ์วิจารณ์ ให้ร้ายทุกพวกทุกฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหารให้เสียหายโดยเด็ดขาด
แจงย้ายขรก.ลดความกดดันให้เจ้าตัว
พ.อ.วินธัย ยังชี้แจงถึงคำสั่งการปรับย้ายข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารว่า เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าการปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ของพลเรือนตำรวจทหารนั้น มิได้เป็นการลดทอนในเกียรติยศศักดิ์ศรีของบุคคลหรือหน่วยงานใด แต่จำเป็นต้องลดความกดดันที่มีต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว
สำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ผู้ที่มารักษาการแทน ก็มาจากรอง ผบ.ตร. ซึ่งมีลำดับอาวุโสอันดับ 1 ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อให้เกิดความไว้วางใจจากสังคมและประชาชน อยากให้เห็นใจผู้ที่ถูกปรับย้ายการปฏิบัติหน้าที่ และงดที่จะแสดงออกถึงการดูถูกเกลียดชังกัน เพราะท่านเหล่านั้นไม่ได้มีความผิดใดๆ ขอให้ถือว่าเป็นการปรับย้ายเพื่อให้เกิดความเหมาะสมต่อสถานการณ์ในห้วงปัจจุบัน อยากฝากให้ทุกคนได้ให้ความร่วมมือกับผู้ที่มารักษาการแทนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ คสช.มีคำสั่ง ให้พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยยังคงเป็นรองหัวหน้า คสช. และให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร. นอกจากนี้ยังให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ และให้ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิต รอง ผบ.ตร. มาปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกหน้าที่หนึ่ง
ขณะที่ให้พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม มาปฏิบัติราชการที่สำนักนายกฯ และ ให้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงกลาโหม รวมทั้งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผู้อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกฯ และให้นายภานุ อุทัยรัตน์ มาดำรงตำแหน่งรักษาการผอ. ศอ.บต.
ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาการแทน ผบ.ตร. มีคำสั่งให้พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ให้ปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่แทน รวมถึงมีการโยกย้ายผู้บัญชาการตำรวจภาคต่าง ๆ ด้วย
นายตำรวจที่ถูกย้ายรุดรายงานตัว
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีคำสั่งให้ผู้ผู้บัญชาการที่ถูกโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งมารายงานตัวภายในเวลา 09.00 น. ปรากฏว่า มีนายตำรวจที่มีคำสั่งโยกย้ายได้ทยอยเข้ารายงานตัวต่อ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทน ผบ.ตร. โดยผู้ที่เดินทางมารายงานตัวแล้ว ประกอบด้วย พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย อเนกเวียง ผบช.ส. และมี พล.ต.ท.วันชัย ถนัดกิจ ผู้ช่วยผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รองจเรตำรวจ(สบ7) มารายงานตัวรับตำแหน่ง รักษาราชการแทน ผบช.ส. พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รอง ผบช.ก.ตร. มารายงานตัวรับตำแหน่ง รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2
"วัชรพล"ปลุกตร.ทำหน้าที่-สามัคคี
พล.ต.อ.วัชรพล ให้สัมภาษณ์ว่า การมารักษาการผบ.ตร.ครั้งนี้ทาง คสช.ยังไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ ภายใต้ภาวะแบบนี้เราก็ทำหน้าที่ตำรวจในการรักษาความเรียบร้อย ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ให้ความเป็นธรรมตามปกติ ตามที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ดำเนินการมา หลังจากที่ให้ตนเองมาทำหน้าที่รักษาการผบ.ตร.ก็ได้พุดคุยกับ พล.ต.อ.อดุลย์ ซึ่งขณะนี้ยังเป็นรองหัวหน้าคสช. มีภารกิจที่ทางหัวหน้า คสช.ได้มอบหมายเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ได้ประชุมส่วนราชการที่พล.ต.อ.อดุลย์ รับผิดชอบ เป็นแนวทางที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า สำหรับคำสั่งย้าย 8 ผบช. ยืนยันว่าการทำงานต้องมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อความเหมาะสม ทุกคนก็ไม่ได้บกพร่องอะไร การย้ายก็เพื่อให้มาช่วยราชการและปรับคนลงไปทดแทน ตอนนี้ต้องการความสามัคคีเพื่อทำบทบาทตำรวจเพื่อประชาชนทุกคน เป็นตำรวจมืออาชีพเพื่อความผาสุกของประชาชน ซึ่งการโยกย้ายสับเปลี่ยนตำแหน่งของตำรวจเป็นเรื่องปกติ
ผู้สื่อข่าวถามว่า การโยกย้าย ผบช. เพราะมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือสนับสนุนรัฐบาลก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า คงไม่ใช่ ตำรวจทุกคนมีหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน แต่เหตุการณ์บางช่วงบางจังหวะอาจมีการเน้นบางภารกิจความมั่นคง ความสามัคคีต่างๆ ก็อาจต้องมีการปรับคนบ้าง "ตำรวจอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน เรารับเงินเดือนของประชาชน
แจงย้ายตำรวจหารือคสช.แล้ว
ส่วนกรณีที่มีบางตำแหน่งมีการใช้รองผบช.มาทำหน้าที่แทนนั้นก็ดูจากประสบการณ์ หน้าที่ ความมุ่งมั่นในการทำงาน ตอนนี้เป็นช่วงภาวะพิเศษ ไม่ใช่ภาวะปกติก็คงต้องพิจารณาปัจจัยหลายๆ ด้าน ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้ก็ได้มีการหารือกับทางคสช.แล้ว เหตุผลตามความเหมาะสมและภารกิจที่ต้องออกไปทำ ก็คงต้องดูผลการแบ่งงานเป็นที่ตั้ง ผมเองได้รับภารกิจในระยะเวลาอันสั้นก็ต้องมุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่ พี่น้องประชาชนก็ต้องช่วยเราในการสอดส่องดูแล
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะกำชับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ อย่างไรบ้าง พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า "คงไม่มี ท่านเป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และท่านก็เดินทางมารายงานตัวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอนนี้ ผบช.แต่ละคนก็ได้ทยอยมารายงานตัว และจะพูดคุยด้วยพร้อมกัน ตอนนี้ยังไม่มีโยกย้ายเพิ่มเติม ให้ทำงานกันก่อน รอให้หัวหน้าหน่วยหลักเข้าไปทำงานก่อน ไปทำงานหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากผบช.หลักเข้าไปทำหน้าที่หากจะมีการเสนอโยกย้ายก็ต้องมีเหตุผล ตอบสังคมประชาชนได้ อย่างที่บอกการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นปกติของชีวิตราชการ ให้ทำอะไรก็ทำให้ดีที่สุด"
"วัชรพล"ยันสานต่องาน"อดุลย์"
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า การทำงานทุกเรื่องจะสานต่อจากพล.ต.อ.อดุลย์ ที่วางระบบระเบียบไว้ก็รักษาไว้ พล.ต.อ.อดุลย์ ได้ฝากดูแลประชาชนและขวัญกำลังใจของตำรวจ ยืนยันว่าตำรวจไม่มีความขัดแย้งแม้จะมีการเปลี่ยนตัวผบ.ตร. ณ ขณะนี้ ทุกคนรู้หน้าที่
"อยากจะฝากย้ำถึงผู้ใต้บังคับบัญชาว่า เราเป็นตำรวจสมัครใจเข้ามาเป็นตำรวจหน้าที่ของเราคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดูแลประชาชน อำนวยความยุติธรรม รักษาความเป็นธรรม มีความสามัคคี ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราต้องการความสามัคคี ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วง สั่งให้ทุกหน่วยกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด"
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวด้วยว่า ตนเองกับ พล.ต.อ.อดุลย์ เข้าใจกันดี ไม่มีความขัดแย้ง ท่านยังเป็นผู้บังคับบัญชาตน เวลาจากนี้ตนจะทำให้ดีที่สุด สนับสนุนงานของ พล.ต.อ.อดุลย์ ในคสช. อาจใช้โอกาสนี้ปรับแก้ระบบระเบียบ เพื่อให้ในอนาคตตำรวจมั่นใจในระบบคุณธรรม
"คำรณวิทย์"ยันไม่คิดลาออก
ด้านพล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวอย่างอารมณ์ดี ภายหลังรายงานตัวกับพล.ต.อ.วัชรพล ว่า ไม่คิดจะลาออก ตนเหลือเวลาอีกเพียง 4 เดือน ก็เกษียณอายุราชการแล้ว จากนี้คนที่หนักใจคือ "ต้อย เมืองนนท์" เพราะตนจะไปส่องพระเครื่องแข่ง
จ่อยกระดับสตช.เป็นกระทรวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.อ.วัชรพล นัดประชุมผู้บังคับบัญชาระดับผู้ช่วยผบ.ตร.ขึ้นไป เพื่อชี้แจงแนวทางการทำงานและมอบหมายแบ่งงานใหม่บางส่วน
ทั้งนี้ ในที่ประชุม พล.ต.อ.วัชรพล ได้พูดถึงการปฏิรูปตำรวจ ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จในช่วง 4 เดือนนี้ โดยมีแนวคิดจะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปลี่ยนเป็นกระทรวง มี 17 กรมในสังกัด ผบ.ตร.เป็นปลัดกระทรวง ชื่อเรียก กระทรวงการรักษาความปลอดภัยภายใน มีรัฐมนตรีดูแล โดยมีการเตรียมโครงสร้างนี้ไว้แล้ว บางส่วนทำไว้ตั้งแต่สมัยพล.ต.อ.อดุลย์ โดยครั้งนี้จะใช้จังหวะที่ประเทศปกครองบริหารโดยคสช.ผลักดันให้สำเร็จ





