มทบ.33 เชียงใหม่ เรียกสื่อแจงปฎิวัติซ้อน-รัฐบาลพลัดถิ่น แค่ข่าวลือ ระบุรวบแกนนำเสื้อแดงมาอยู่ร่วมกัน ป้องกันปลุกระดม
ที่สโมสรค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้มีการเชิญสื่อมวลชนทุแขนง ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์และอินเตอร์เน็ต เข้าพบเพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจร่วมกันในเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อ หลังมีการรัฐประหารและประกาศเคอร์ฟิวส์ โดยพล.ต.ศรายุธ ต้องการให้สื่อเสนอข่าวอย่างถูกต้องเป็นกลาง ไม่เป็นการพาดพิง ปลุกปั่น สร้างความแตกแยกทางการเมืองเพิ่มขึ้นและกรองข่าวที่ถูกต้องไม่เสนอและนำข่าวลืออันเป็นเท็จมาสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ประชาชน รวมทั้งมีการเชิญนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาชี้แจงระเบียบข้อปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานการณ์รัฐประหารอีกด้วย
พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เปิดเผยว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันมีกระแสข่าวลือจำนวนมาก ทั้งเรื่องจริงและไม่จริง เผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต เฟซบุ๊คและไลน์ จำนวนมาก มีการลือถึงขั้นว่ามีการปฏิวัติซ้อนเกิดขึ้นใน จ.เชียงใหม่ หรือมีการจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเกิดขึ้น สร้างความเข้าใจที่ผิดและตื่นตระหนกให้เกิดกับประชาชน เนื่องจากมีการเผยแพร่ข่าวสารที่ไม่กลั่นกรอง หรือมีการสร้างเรื่องอันเป็นเท็จ หรือกลั่นแกล้งกันแล้วนำไปเผยแพร่ต่อกันไปในวงกว้าง
"จึงอยากจะให้สื่อมวลชนซึ่งเป็นกำลังหลักในการเผยแพร่ข่าวสารได้ช่วยเผยแพร่ ข้อมูลอันแท้จริง สร้างความเข้าใจอั้นถูกต้องให้แก่ประชาชนได้รับทราบ แก้ไขข้อมูลอันเป็นเท็จอันจะสร้างความเข้าใจที่ผิดและนำไปสู่ความแตกแยกเพิ่มขึ้น ขอให้สื่อเสนอข่าวตามจริง ไม่บิดเบือน และก่อให้เกิดการยุยงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และปฏิบัติตามประกาศ คสช. เกี่ยวกับหน้าที่สื่ออย่างเคร่งครัด คิดต่างได้ แต่อย่าแตกแยก"พล.ต.ศรายุธ กล่าว
พล.ต.ศรายุธ กล่าวอีกว่า ช่วงนี้ขอความร่วมมือในการปฏิบัติตนภายใต้สภาวการณ์ นี้และสร้างความเข้าใจร่วมกันจากทุกภาคส่วน โดยตั้งแต่เมื่อวานก็มีการเชิญ หัวหน้าส่วนราชการ และแกนนำกลุ่มต่างๆเข้ามาชี้แจงในเรื่องเดียวกันนี้ไปแล้ว ส่วนในวันนี้จึงเป็นคิวของสื่อมวลชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปก็จะมีการเชิญเหล่านายอำเภอและนักวิชาการ รวมทั้งคณาจารย์มหาวิทยาลัย มาพูดคุยในโอกาสต่อไป
"ส่วนเรื่องของแกนนำเสื้อแดง ที่ได้มีการเชิญมาพูดคุยสร้างความเข้าใจกันเมื่อวานนี้ ก็ได้ตกลงข้อสรุปร่วมกัน โดยเพื่อที่จะไม่ให้มีการปลุกปั่น ปลุกระดมใดๆ ขึ้นอีก ขณะนี้จึงได้เรียนเชิญให้มาอยู่ร่วมกันไปก่อนในที่ปลอดภัย โดยหน้าที่ของทหารนั้นต้องนึกถึงประเทศชาติและคนในชาติทั้งหมดเป็นหลัก ไม่อิงสีไหน ทั้งสิ้น"พล.ต.ศรายุธ กล่าว
นอกจากนี้ พล.ต.ศรายุธ ยังได้ชี้แจงต่อเหล่านายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่า ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน 4 ประการ ได้แก่ 1.ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามประกาศของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ2.ขอได้ช่วยทำความเข้าใจกับข้าราชการ ประชาชน ให้เข้าใจถึงความจำเป็น และช่วยกันให้ชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ มีความเรียบร้อยที่สุด 3.เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยสูงสุด จึงขอให้หน่วยงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทุกส่วน ได้ทำความเข้าใจกับประชาชน ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือเคลื่อนย้ายมวลชนอย่างเด็ดขาด หากพบ ให้สกัดกั้น ควบคุม พร้อมทั้งรายงานให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 33 ทราบ และ 4.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 33 จะมีการประสานงานขอความร่วมมือ ในการปฏิบัติเพิ่มเติมกับส่วนราชการ รัฐวิสาหะกิจ และภาคเอกชน จึงขอได้ช่วยสนับสนุนด้วย เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
อย่างไรก็ตามเชื่อว่า คนเชียงใหม่รักสงบและพูดจาเข้าใจง่าย ไม่ได้เป็นคนโหดร้ายกระหายความขัดแย้ง วิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นเป็นไปแบบเรียบง่าย ส่วนเรื่องของจากกระจายกำลังดูแลพื้นที่ของทหารนั้น มีการกระจายกำลังครอบคลุมทั่วทุกจุดเสี่ยง รวมทั้งมีการประสานกำลังร่วมจากทั้งตำรวจ ทหารอากาศและอาสา ในการช่วยดูแลอย่างครอบคลุม ไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องของการเข้ารักษาความปลอดภัยในพื้นที่มากนัก





