วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถก7ฝ่ายยังไร้ข้อสรุปถกต่อรอบ2วันนี้

การหารือเพื่อหาทางออกประเทศ 7 ฝ่ายยังไม่ได้ข้อสรุป พร้อมคุยรอบ 2 วันนี้ ด้าน ผบ.ทบ. ให้การบ้านตอบ 5 ข้อทางออกประเทศ

"ประยุทธ์" นั่งหัวโต๊ะประชุม 7 ฝ่ายหาทางออกประเทศ ทั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย ปชป. กกต. วุฒิสภา กปปส. นปช. แต่ไร้เงา "นิวัฒน์ธำรง" ถกยกแรกเกือบ 3 ชั่วโมงไร้ข้อสรุป ผบ.ทบ.ให้การบ้านทุกฝ่ายกลับไปคิดทางออกฝ่ายละ 5 ข้อหารือต่อวันนี้ เปรยอยากให้ม็อบกลับบ้านก่อน

การประชุมร่วมกันครั้งแรกระหว่างคณะบุคคล 7 ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งและวิกฤตการณ์ทางการเมือง ตามประกาศเชิญของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) เมื่อวานนี้ (21 พ.ค.) ที่สโมสรทหารบก ริมถนนวิภาวดีรังสิต ยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ ที่เป็นรูปธรรมต่อการหาทางออกให้กับประเทศ

การประชุมดังกล่าวมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบ เป็นประธาน และมีตัวแทนทั้ง 7 ฝ่ายเข้าร่วม ได้แก่ ตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ประกอบด้วย นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค

ตัวแทนพรรคเพื่อไทยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กรรมการยุทธศาสตร์พรรค

ตัวแทนคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ประกอบด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ กปปส. และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.

ตัวแทนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.

ตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มี นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม และนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.

ตัวแทนวุฒิสภา ได้แก่ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา และนายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ ว่าที่รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2

ทั้งนี้ กอ.รส.ได้ออกประกาศฉบับที่ 7/2557 อาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกให้ระงับใช้กฎหมายทั้งปวงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดเป็นการชั่วคราว เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตลอดช่วงที่มีการประชุม 7 ฝ่าย

ไร้ข้อสรุป-นัดถกต่อวันนี้

การประชุมใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 13.30 น. ถึง 16.00 น.จึงเสร็จสิ้น โดยมีรายงานว่าในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน โดยเริ่มจากนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ตามด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไล่เรียงไปจนครบทุกกลุ่ม ซึ่งตัวแทนแต่ละคนต่างเสนอจุดยืนของกลุ่มตนเอง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงให้ทุกกลุ่มกลับไปคิดและนัดหารือใหม่อีกครั้งในวันที่ 22 พ.ค. เวลา 14.00 น.

ยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

มีรายงานว่า ผู้เข้าร่วมประชุมต่างรู้สึกว่า วงหารือยังไม่มีข้อเสนอที่เป็นทางเลือกใหม่ๆ และยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ จึงไม่แน่ใจว่าการหารือวันที่ 22 พ.ค. จะสามารถหาทางออกให้ประเทศได้หรือไม่

แหล่งข่าวจากวงประชุมเปิดเผยว่า ในการหารือ พล.อ.ประยุทธ์ ให้แต่ละฝ่ายสรุปปัญหาที่พบ และแนวทางที่ต้องการให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ พร้อมให้ระบุว่าจะแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไร ซึ่งต่างฝ่ายต่างมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน โดยในส่วนของซีกรัฐบาลสรุปว่า พร้อมให้ความร่วมมือทุกฝ่าย แต่จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ระบุในทิศทางเดียวกัน แต่ย้ำว่าบรรยากาศการเลือกตั้งต้องเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ สามารถให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิได้

ขณะที่ นปช.ระบุว่า การเลือกตั้งทำได้ค่อนข้างยาก ถ้าจะให้ดี อยากให้มีการทำประชามติสอบถามประชาชนก่อน ส่วนทาง กปปส.ก็ยังย้ำว่า เวลานี้ประเทศไม่มีนายกฯ ดังนั้นทางออกเดียวคือ วุฒิสภาต้องตั้งรัฐบาลขึ้นมาให้มีอำนาจเต็ม แก้ไขปัญหาตรงนี้ไปก่อนค่อยปฏิรูปประเทศ และเดินหน้าเลือกตั้ง

เมื่อไม่ได้ข้อสรุป พล.อ.ประยุทธ์ จึงบอกให้ทุกฝ่ายกลับไปหารือกันก่อน เพื่อจะนำมติหรือความคิดเห็นที่ชัดเจนมาพูดคุยกันอีกครั้ง

สั่งห้ามเปิดเผยเนื้อหาการประชุม

นายชัยเกษม กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป เบื้องต้น ผบ.ทบ.ให้การบ้านแต่ละฝ่ายไปสรุปฝ่ายของตัวเองประมาณ 5-6 ข้อ โดยรัฐบาลจะต้องไปพูดคุยกับฝ่ายรัฐบาล ส่วนรายละเอียดยังพูดไม่ได้ในขณะนี้ เพราะทาง ผบ.ทบ.ขอร้อง และห้ามไม่ให้ไปโพสต์แสดงความคิดเห็นทางเฟซบุ๊คด้วย ส่วนวันที่ 22 พ.ค.ที่จะมีการหารือกันอีกครั้งนั้น ทีมรัฐบาลจะยังเป็นทีมเดิม

กกต.ยันไม่มีการพูดนายกฯคนกลาง

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. เปิดเผยว่า บรรยากาศในการพูดคุยดีมาก แต่ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ โดยวันที่ 22 พ.ค.จะนัดพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งในที่ประชุมแต่ละฝ่ายได้เสนอแนวทางออกของประเทศ แต่ไม่มีการพูดถึงนายกฯ คนกลาง และที่ กกต.ไปร่วมหารือก็เพื่อรับฟังข้อมูลต่างๆ เพราะเราไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และหากฝ่ายต่างๆ ตกลงกันได้เมื่อไร กกต.ก็สามารถจัดการเลือกตั้งได้เมื่อนั้น

กปปส.แนะฝ่ายการเมืองต้องเสียสละ

ขณะที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่าได้พูดคุยเรื่องอะไรบ้าง เพราะต้องการรักษาบรรยากาศไว้ ซึ่งวันที่ 22 พ.ค. ทุกฝ่ายจะกลับมาพูดคุยหารือที่สโมสรทหารบกกันอีกครั้ง โดย กปปส.เสนอต่อที่ประชุมว่า ขอเรียกร้องทุกฝ่ายโดยเฉพาะประชาชน ข้าราชการ ตำรวจ และทหาร ร่วมกันหาทางออกให้ประเทศ ส่วนฝ่ายการเมืองต้องเป็นผู้เสียสละ ซึ่งหลังจากนี้จะกลับไปประชุมร่วมกับแกนนำ กปปส.อีกครั้ง

เผย ผบ.ทบ.ขอร้องให้ม็อบกลับบ้าน

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา กล่าวว่า บรรยากาศการหารือเป็นไปด้วยดี และเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับคำตอบที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยตนขอชื่นชมกลุ่มการเมืองที่ได้เข้าร่วมประชุม เพราะได้พูดคุยกันด้วยท่าทีให้เกียรติและมีเหตุผล อย่างไรก็ตาม วันที่ 22 พ.ค.ทาง กอ.รส.ได้นัดตัวแทนพรรคการเมือง คู่ขัดแย้งทางการเมืองไปให้คำตอบ จากการบ้านที่ ผบ.ทบ.ให้ไว้คือให้ทุกฝ่ายร่วมกันคิดว่าจะหาทางออกประเทศได้อย่างไร โดยตนและ กกต.จะเข้าร่วมอีกครั้งเพื่อเป็นสักขีพยาน ส่วนจะได้ข้อสรุปหรือไม่ตอบแทนไม่ได้

"ประเด็นการยุติการชุมนุมนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้คาดคั้นว่าต้องยุติการชุมนุม แต่ได้ขอร้อง และเสนอว่าระหว่างที่มีการพูดจากันขอให้กลับบ้านกันไปก่อนได้หรือไม่" นายสุรชัย กล่าว

ส่วนท่าทีของตัวแทนพรรคการเมือง และกลุ่มผู้ชุมนุม นายสุรชัย กล่าวว่า ได้นำเสนอประเด็นของตนเองต่อที่ประชุม ซึ่งยอมรับว่ายังเป็นความเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับรายละเอียด ดังนั้นต้องพยายามปรับเข้าหากัน สำหรับบทบาทของวุฒิสภาที่ไปรับฟังและได้เก็บข้อมูลเพื่อประกอบการทำงานของวุฒิสภา ดังนั้นการทำงานของวุฒิสภายังคงทำงานควบคู่กันไป แต่จะรอฟังคำตอบจากเวทีของ กอ.รส.ด้วยว่าจะหาทางออกให้ประเทศได้หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุมมีข้อเสนอให้รัฐบาลรักษาการลาออกหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า ไม่ได้พูดประเด็นนี้

กองทัพเชื่อ22พ.ค.จะได้ข้อสรุปชัดขึ้น

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก แถลงว่า วานนี้ถือเป็นวันแรกของการประชุม ซึ่งยังไม่จบและมีการนัดหมายต่อ โดยวันแรกเป็นการแสดงความคิดเห็น มุมมอง แนวคิด เช่น แนวคิดทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม คาดว่าวันที่ 22 พ.ค.คงมีความคืบหน้า ทั้งนี้แต่ละฝ่ายได้รับฟังข้อมูลซึ่งกันและกัน เป็นภาพการนำข้อเสนอและเป็นการแลกเปลี่ยน แม้จะยังไม่มีข้อสรุป แต่ทุกฝ่ายพูดถึงคนไทยทั้งประเทศ และคงกลับไปหาวิธีการและกลับมาพูดอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การประชุมนัดแรกเหมือนเป็นการแจกการบ้านให้กลับไปคิดใน 5 ประเด็น แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด เพื่อนำกลับมาหารือใหม่ในวันที่ 22

กปปส.รับได้ 3 ชื่อ นายกฯ คนกลาง

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ก่อนการประชุมร่วม 7 ฝ่าย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องนายกรัฐมนตรีคนกลางที่ปรากฏรายชื่อ นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ทั้ง 3 รายชื่อ กปปส.รับได้ เพราะเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ โดยนายกิตติพงษ์ก็มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการปฏิรูประบบราชการและประสานความแตกแยก ส่วนนายประสารมีความสามารถด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีความรู้ความสามารถดูแลด้านความมั่นคง

"หาก 3 คนนี้ร่วมมือกันก็เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาวิกฤติในขณะนี้ แต่ต้องดูรายชื่อบุคคลที่จะมาเข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรีด้วย" นายเอกนัฏกล่าว

ขณะที่ นายพีระศักดิ์ พอจิต ว่าที่รองประธานวุฒิสภา กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า มีการเสนอชื่อ นายกฯ คนกลาง จากฝ่ายต่างๆ ไปยังนายสุรชัย แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนการหารือ เบื้องต้นไม่ได้ปิดกั้นใคร โดยทหารก็สามารถเป็น นายกฯ คนกลาง ได้ หากทำให้บ้านเมืองสงบ

สำหรับการบ้าน 5 ข้อ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ มอบให้แต่ละฝ่ายกลับไปหาคำตอบ คือ 1.การปฏิรูปจะทำอย่างไร จะปฏิรูปก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง 2.รัฐบาลรักษาการหรือรัฐบาลเฉพาะกาลจะได้มาอย่างไร 3.ควรมีการทำประชามติหรือไม่ 4.การสร้างบรรยากาศเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งควรทำอย่างไร และ 5.ขอให้ผู้ชุมนุม กปปส. และ นปช. ยุติการชุมนุมเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย สามารถนำไปสู่บรรยากาศการเลือกตั้งที่สำเร็จได้