วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

4องค์กรวิชาชีพสื่อจี้กอ.รส.ทบทวนคุมสื่อ

4องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์ ขอกอ.รส.ทบทวน'ลิดรอนเสรีภาพ'

4 องค์กรวิชาชีพสื่อออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้ กอ.รส. ทบทวนการใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน แสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน ส่วน กสทช. เผย กอ.รส. ตั้งคณะทำงานคุมเนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ ส่วนวอยซ์ทีวีรับต้องปิดตามคำสั่งทหาร ชี้สถานีขอยื่นอุทธรณ์ได้ ซึ่งวอยซ์ทีวี-ชมรมทีวีดิจิทัล ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมหลังถูกระงับออกอากาศ

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ว่า ตามที่กองทัพบกมีประกาศใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่ 20 พ.ค. 2557 และมีประกาศคำสั่งออกมาหลายฉบับ เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนและการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

ประกอบด้วยคำสั่งฉบับที่ 3/2557, 6/2557, 7/2557, 8/2557 และ 9/2557 องค์กรวิชาชีพสื่อดังกล่าวเห็นว่า คำสั่งของกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) มีเนื้อหาที่กระทบกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญมาตรา 45 ที่รับรอง “เสรีภาพแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณาหรือการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น“ อยู่หลายประการ จึงมีข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1.คำสั่งฉบับที่ 6/2557 และคำสั่งฉบับที่ 7/2557 ของ กอ.รส. ซึ่งขอความร่วมมือให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม 14 แห่ง และสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามที่กฎหมายกำหนด ให้ระงับการออกอากาศจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงนั้น อาจมีเนื้อหาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 45 วรรคสาม ที่บัญญัติว่า “การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนอื่นๆ เพื่อลิดรอนสิทธิและเสรีภาพจะกระทำมิได้” ซึ่งเป็นบทบัญญัติห้ามฝ่าฝืนโดยเด็ดขาด

นอกจากนั้น ความวรรคต่อมาบัญญัติว่า “การห้ามหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเสนอข่าวสารหรือแสดงความคิดเห็นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือการแทรกแซงด้วยวิธีการใดๆ เพื่อลิดรอนเสรีภาพตามมาตรานี้จะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย” ก็ก้าวล่วงไม่ได้เช่นกัน แม้จะมีข้อยกเว้นแต่ก็เป็นการยกเว้นที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานในเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องบังคับใช้ด้วยความระมัดระวังให้มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนน้อยที่สุด

ถึงแม้ว่าช่วงที่ผ่านมามีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุที่นำเสนอเนื้อหาทางการเมืองบางสถานี ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง มีถ่ายทอดสดการชุมนุมทางการเมือง ที่ปราศรัยหรืออภิปรายซึ่งบางครั้งมีลักษณะเป็นการยุยงให้เกิดความเกลียดชัง ขาดความตระหนักถึงการใช้เสรีภาพบนความรับผิดชอบ จนอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้

ดังนั้น กอ.รส. ควรใช้โอกาสนี้ ขอความร่วมมือจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำกับดูแลให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชนต่างๆ ดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 อย่างเคร่งครัด

2.ขอเรียกร้องให้ กอ.รส. ยกเลิกคำสั่งที่ 9/2557 ที่ห้ามเชิญบุคคลให้สัมภาษณ์ หรือแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อประเภทต่างๆ โดยทันที เพราะถือเป็นการจำกัดเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิดเห็นและไม่สอดคล้องกับหลักการของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และกองบรรณาธิการสื่อต่างๆ ก็มีดุลพินิจที่จะเชิญบุคคลให้แสดงความเห็นหรือสัมภาษณ์ที่ไม่นำไปสู่การขยายความขัดแย้งและความรุนแรงได้อยู่แล้ว

3.องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนเห็นว่าการประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก มีผลกระทบต่อเสรีภาพการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างกว้างขวาง ดังนั้น กอ.รส.ควรประกาศเจตนารมณ์ให้ชัดเจนว่าจะสนับสนุนและไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชนทุกแขนง พร้อมทั้งให้ความเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการนำเสนอข่าวสารข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ถูกต้องครบถ้วนและรอบด้าน รวมทั้งเคารพเสรีภาพของสื่อสังคมออนไลน์

การแสดงจุดยืนดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้สาธารณชน และได้รับการยอมรับในสายตาของนานาชาติที่กำลังจับตามองความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้

4.ขอเรียกร้องมายังผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกคนให้ตระหนักว่า ต้องทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวมเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อ่อนไหว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สื่อทุกแขนงต้องใช้วิจารณญาณอย่างสูงในการปฏิบัติงาน เพื่อจะไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด ตลอดจนทำงานด้วยความรับผิดชอบและยึดมั่นในหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพโดยเคร่งครัด

กอ.รส.ตั้งคณะทำงานคุมสื่อออนไลน์

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวภายหลังการเรียกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ไอเอสพี) เข้าหารือ จากที่มีคำสั่งจาก กอ.รส. กรณีขอความร่วมมือเสนอเนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ โดย กอ.รส.จะแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลกรณีดังกล่าวโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีตัวแทนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และ ตัวแทนจาก กอ.รส.

ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีจะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการติดตามเนื้อหาบนสื่อออนไลน์ และรายงานผลมายัง กอ.รส.ต่อไป ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวเพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และสถานการณ์ความขัดแย้งขยายตัว จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ในการนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมโดยเร็ว

ขณะที่ กสทช.จะมีหน้าที่ประสานงานด้านต่างๆ หากมีการร้องขอ และจะเป็นผู้ดูแลอีกชั้นหนึ่งเพื่อความรอบคอบ โดยเบื้องต้นหากตรวจสอบพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมจะดำเนินการปิดเว็บไซต์ดังกล่าวภายใน 1 ชั่วโมง โดย ไอเอสพี ของ ทรู ได้เปิดเผยว่า ปิดเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมไปแล้ว 6 เว็บไซต์

“ยอมรับว่าการปิดกั้นเว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในต่างประเทศ อาทิ ยูทูบ คงเป็นเรื่องยาก ซึ่งหากผู้กระทำผิดนำเนื้อหาหนีไปลงบนช่องทางดังกล่าว ซึ่งเราคงต้องแจ้งปัญหาดังกล่าวให้ กอ.รส.รับทราบเพื่อหาทางออกต่อไป”

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่เข้าร่วมประชุม มี 105 ราย อาทิ บมจ.อินเทอร์เน็ตประเทศไทย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) บมจ.กสท โทรคมนาคม บมจ. ทีโอที บริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต จำกัด ในเครือ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ บมจ. ซีเอส ล็อกซอินโฟ บริษัท ทริปเปิลที อินเทอร์เน็ต จำกัด บริษัท จัสมิน อินเตอร์เน็ต จำกัด บริษัท สามารถ อินโฟเนต จำกัด และ บริษัท ไวด์ แอ็คเซ็ส จำกัด เป็นต้น รวมทั้งตัวแทนจาก กอ.รส.

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กอ.รส.จะขอความร่วมมือจากสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ยูทูบ เพื่อเข้าหารือ และร่วมเป็นคณะอนุกรรมการของคณะทำงานตรวจสอบเนื้อหาบนสื่อออนไลน์ด้วย

ส่วนการปิดสถานีโทรทัศน์วอยซ์ ทีวี นายฐากร กล่าวว่า เป็นคำสั่งของ กอ.รส. หากต้องการขออุทธรณ์ สามารถอุทธรณ์ที่ กอ.รส. เนื่องจาก กสทช.ไม่ใช่เป็นผู้ดำเนินการปิด

พันโทสุประดิษฐ์ เปล่งฉวี กองบัญชาการทหารสูงสุด ผู้แทน กอ.รส. กล่าวว่า การปิดสถานีโทรทัศน์ วอยซ์ ทีวี เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมาก แต่การดำเนินการดังกล่าวพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยหลักการเหตุและผล ซึ่งบริษัท วอยซ์ ทีวี สามารถทำเรื่องมาขออุทธรณ์ได้

"วอยซ์ทีวี" ยื่นหนังสือ กอ.รส.

นายพยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด สถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.อ.อนุชา ชุ่มคำ ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก เพื่อขอความเป็นธรรม หลังจากถูกระงับการออกอากาศตามประกาศของ กอ.รส. ฉบับที่ 7

นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า วอยซ์ทีวี ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทช่องรายการข่าวและสาระ จาก กสทช. โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด ด้วยการเสนอข่าวให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง อย่างตรงไปตรงมาไม่บิดเบือนให้เกิดความรุนแรง

ทั้งนี้ เชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการบริหารงานของสถานี แต่น่าจะพิจารณาจากเนื้อหาเป็นหลัก ซึ่งยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ของ กสทช.ทุกอย่าง และที่ผ่านมา กสทช.ไม่มีทักท้วงการนำเสนอรายการแต่อย่างใด

"สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะว่าคำสั่ง กอ.รส. ฉบับที่ 7 เขียนว่าสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวีเป็นทีวีดาวเทียม แต่วอยซ์ทีวี ได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล จึงได้นำเอกสารมาแสดงต่อ กอ.รส.

วอยซ์ทีวีต้องการขอความเป็นธรรมให้สถานีกลับมาออกอากาศได้เร็วที่สุด เพราะช่องรายการมีสปอนเซอร์ที่ต้องลงโฆษณา การระงับการออกอากาศ ทุกชั่วโมงที่ผ่านไปมีความเสียหายมูลค่ามหาศาลหลักล้านบาท นอกจากนี้ได้เดินทางไป กสทช. เพื่อชี้แจงว่าวอยซ์ทีวีได้ไปยื่นหนังสือที่กอ.รส. ให้ทบทวนการออกคำสั่งระงับการออกอากาศ

ชมรมแจงวอยซ์พร้อมปรับผัง

นายสุภาพ คลี่ขจาย ประธานชมรมผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบทีวีดิจิทัล กล่าวว่า หลังจาก กอ.รส. ประกาศปิด "วอยซ์ทีวี" สมาชิกชมรมได้ร่วมหารือแนวทางแก้ไขกรณีดังกล่าว โดยวานนี้ (21 พ.ค.) ชมรมได้ยื่นหนังสือให้ กอ.รส.พิจารณาทบทวนคำสั่ง

พร้อมชี้แจงว่า วอยซ์ทีวี เป็นทีวีดิจิทัลที่ได้รับการอนุญาตถูกต้องจาก กสทช. ไม่ใช่ทีวีดาวเทียม และแม้กลุ่มทุนของวอยซ์ทีวี จะเป็นคนนามสกุลชินวัตร แต่เนื้อหาการนำเสนอข่าวและรายการ ก็มีมาตรฐานทางวิชาชีพ ไม่มีถ่ายทอดสดของ นปช. และไม่ยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง

นอกจากนี้ ผู้บริหารวอยซ์ทีวี พร้อมปรับผังรายการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ภายใต้การประกาศกฎอัยการศึก และประกาศคำสั่งฉบับต่างๆ ของ กอ.รส.ในขณะนี้ จึงต้องการขอความเป็นธรรมกับวอยซ์ทีวี ในการทบทวนคำสั่ง เพื่อให้สถานีกลับมาออกอากาศโดยเร็ว เนื่องจากจะกระทบต่อแผนธุรกิจของวอยซ์ทีวี