"ประยุทธ์"เชิญหลายฝ่ายร่วมหารือทางออกปท.บ่ายโมงนี้ ด้านกอ.รส. เผยเร่งขยายผลจับอาวุธสงครามลพบุรี-จันทรารีสอร์ท ชี้เป็นดุลยพินิจผอ.รส.รับคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองอำนวยการรักษาความสงบ (กอ.รส.) สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิตว่า พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ของกอ.รส.ว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่าในส่วนของต่างประเทศได้แสดงท่าทียอมรับและเข้าใจ พร้อมทั้งแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ในประเทศไทย กอ.รส.ขอยืนยันว่าการประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว เป็นการนำกฎหมายที่มีอยู่ภายใต้ระบบประชาธิปไตยมาบังคับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมุ่งหวังสร้างสภาวะแวดล้อมให้ปลอดภัย และรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรวม เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ แม้พ.ร.บ.กฎอัยการศึกจะมีหลายมาตราแต่กองทัพก็ได้พิจารณาใช้เพียงบางมาตราเท่านั้น ไม่ได้มีการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคลแต่อย่างใด ขอให้มั่นใจว่าภายใต้การประกาศ พ.ร.บ.กฎอัยการศึกในครั้งนี้ ประชาชนทุกฝ่ายสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติตามสิทธิและเสรีภาพได้อย่างถูกต้องภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเฉพาะเรื่องในการรักษาความสงบเรียบร้อยเท่านั้น และจะดำเนินการตามหลักสากล ยึดหลักกฎหมายและการใช้กำลังอย่างเคร่งครัดทุกขั้นตอน ทั้งนี้เชื่อมั่นว่านานาประเทศจะตระหนักในเหตุผลความจำเป็นของการประกาศใช้ พ.ร.บ.กฎอัยการศึก รวมทั้งเคารพในกระบวนการบริหารจัดการสถานการณ์ดังกล่าวของประเทศไทยอย่างจริงใจ
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในเวลา 13.30 น. ของวันนี้ (21 พ.ค.) กอ.รส. จะเชิญคณะบุคคลภาคส่วนต่างๆที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนประเทศเข้าร่วมประชุม ได้แก่ รักษาการประธานวุฒิสกา ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หัวหน้าพรรคเพื่อไทย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เลขาธิการกปปส. และประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมคณะรวมทั้งหมดคณะละ 5 คน มาพูดคุยหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.รส.)
ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกกองทัพบก กล่าวว่า เหตุที่ต้องประกาศพ.ร.บ.กฎอัยการศึก เพราะว่าที่ผ่านมาอาจจะมองเห็นว่าความขัดแย้งอยู่ในพื้นที่กทม. แต่ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้อยู่ในพื้นที่กทม. และปริมณฑล ทั้งการจับกุมและการตรวจพบการเคลื่อนไหวในลักษณะขอการใช้สื่อมีการรวมกันลักษณะของกองกำลังทั้งแบบเปิดเผย และไม่เปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประวัติการจับกุมที่จ.นครนายก จะเห็นความเคลื่อนไหวของเรื่องต่างๆเหล่านี้
เมื่อถามว่า การดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่มีอาวุธสงครามภายใต้กฎอัยการศึก จะเป็นอำนาจของทหารหรือใช้กฎหมายปกติในการดำเนินคดี พ.อ.วินธัย กล่าวว่า แม้ว่าจะมีการประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ แต่เจ้าหน้าที่ตามปกติยังสามารถดำเนินการได้อยู่ เช่น ตำรวจท้องที่หรือตำรวจภูธรก็ยังทำงานได้ตามปกติ แต่ก็จะต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะรับคดีไหนมาดำเนินการเอง ส่วนที่มีการจับกุมอาวุธสงครามได้ที่ จ.ลพบุรีนั้น ตรงนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและตัดสินใจอยู่ว่าจะใช้ช่องทางใด
เมื่อถามว่ากรณีที่มีการจับกุมอาวุธสงครามที่จันทรารีสอร์ท จ.นครนายก มีความชัดเจนหรือไม่ที่มีความเกี่ยวกับคดีป่วนในพื้นที่ กทม. พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนในสืบสวนและสอบสวนอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีอาวุธสงครามปรากฎให้เห็นเหมือนกับในพื้นที่กทม. แต่ในพื้นที่กทม. จะหนักกว่า เพราะไม่ได้ปรากฎให้เห็นเพียงอย่างเดียว แต่มีการใช้อาวุธสงครามกับประชาชน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ตลอดระยะเวลาการชุมนุมที่ผ่านมาก็มีการใช้อาวุธสงครามมาโดยตลอด
พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ส่วนการเชิญคู่ขัดแย้งมาพูดคุยเพื่อหาทางออกให้กับประเทศนั้น วันนี้ไม่ได้มีการเชิญในส่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีมาพูดคุย ทั้งนี้หลักเกณฑ์ในเชิญคือจะเชิญคนที่เป็นคู่ขัดแย้งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดทางกฎหมาย และมีส่วนทำให้เกิดความไม่สงบภายในประเทศ รวมถึงความเชื่อมโยงต่าง ๆ





