วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทหาร-บิ๊กข้าราชการจับมือแก้วิกฤติชาติ

ทหาร-บิ๊กข้าราชการจับมือแก้วิกฤติชาติ

"ประเทศขาดรัฐบาลไม่ได้" เป็นเหตุผลสำคัญประการหนึ่งของการประกาศกฎอัยการศึกของผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่าภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพและหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าตัวก็ย้อนถามผู้สื่อข่าวเองเมื่อถูกถามว่าต้องรายงานรัฐบาลหรือไม่ โดยบอกว่า "ตอนนี้รัฐบาลอยู่ไหนล่ะ"

การประกาศกฎอัยการศึกแบบ "จัดเต็ม" คือ ประกาศทุกท้องที่ทั่วประเทศ และใช้เบอร์หนึ่งของกองทัพบกอย่าง ผบ.ทบ.เป็นผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ด้วยตัวเอง โดยรัฐบาลไม่ได้รับรู้หรือมีส่วนรวมใดๆ ย่อมสะท้อนจุดยืนกองทัพว่า มองรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ "ไม่มีอำนาจเต็ม" ในมืออีกแล้ว

ฉะนั้น การประกาศกฎอัยการศึกด้านหนึ่งจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อตั้งรัฐบาล "ที่มีอำนาจเต็ม" เข้ามาบริหารบ้านเมือง อย่างน้อยก็ในช่วงที่มีวิกฤติเผชิญหน้ากันอยู่นี้ ให้สามารถเปลี่ยนผ่านไปได้อย่างราบรื่น ไร้ความสูญเสีย

สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. แย้มพรายออกมา ก็คือ การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก เชิญคู่ขัดแย้งทุกฝ่ายเข้ามาหารือเพื่อร่วมกันหาทางออก

คำถามคือแล้ว "ทางออก" ที่ว่านั้นมีแนวโน้มเป็นอย่างไรได้บ้าง เท่าที่ประมวลได้มีดังนี้

1.เป็น "ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก" ให้วุฒิสภาดำเนินกระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ โดยใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้โดยอนุโลม

2.กระบวนการตามข้อ 1 อาจต้องพูดคุยเจรจาให้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ลาออก ซึ่งน่าจะมีผลทำให้รัฐมนตรีที่เหลืออยู่ พ้นตำแหน่งทั้งคณะ

3.หากพูดคุยกันแล้วตกลงกันไม่ได้ กองทัพอาจใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกคุมสถานการณ์ยาว เพื่อสร้างกลไกในการวางกรอบปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง ในขณะที่รัฐบาลรักษาการก็ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป (ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ) เพื่อเตรียมการจัดการเลือกตั้งร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อมีความพร้อม

อย่างไรก็ดี สิ่งที่วงในของกองทัพยืนยัน ก็คือ จะไม่มีการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 7 เพื่อตั้ง "นายกฯ มาตรา 7" หรือใช้อำนาจอื่นเพื่อตั้งนายกรัฐมนตรี เพราะกองทัพจะยึดหลักไม่กระทำสิ่งใดให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท อย่างแน่นอน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ คือ ข้าราชการประจำกับกองทัพ ใช้กลไกที่มีอยู่แก้ไขปัญหาบ้านเมือง เมื่อแก้ได้แล้วจึงไปกราบบังคมทูลฯ ไม่ใช่ดึงสถาบันลงมาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง