วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คำต่อคำกับ'ผบ.ทบ.'

เผยคำต่อคำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา "เรียกทุกพวก ต้องคุยกันทุกพวก"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมด้วย พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมส่วนราชการเพื่อชี้แจงการประกาศใช้กฎอัยการศึกวานนี้ (20 พ.ค.) มีรายละเอียด ดังนี้

อยากเรียนให้ทุกคนทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นการประกาศใช้กฎอัยการศึกในทุกพื้นที่มีเหตุผลและความจำเป็นอย่างไร อยากเรียนว่าสังคมอย่าตื่นตระหนกเป็นเพียงการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้น และแสวงหาทางออกอย่างสันติวิธีให้ได้ ลดความขัดแย้งของประชาชนทุกพวกทุกฝ่าย วันนี้อาจจะมีคนที่เดือดร้อนอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสื่อมวลชน ผมอยากขอเวลาสักระยะหนึ่งให้สถานการณ์สงบเรียบร้อย ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งอีกต่อไป การประกาศใช้กฎอัยการศึกในครั้งนี้นั้นเป็นการประกาศเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพื่อให้มีการแสวงหาทางออก โดยที่ไม่มีการกดดันจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทั้งสิ้น

วันนี้ (20 พ.ค.) ได้เชิญปลัดกระทรวง อธิบดี รวมถึงภาคส่วนเศรษฐกิจ และภาคส่วนสังคม และ เอกชน และสหภาพต่างๆ ซึ่งทุกคนมีข้อสรุปว่าบ้านเมืองต้องเดินหน้าไปให้ได้โดยสันติวิธี โดยข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรม เห็นชอบร่วมกันและเข้าใจถึงความจำเป็นของทหารในการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงนี้ วันนี้สามเหล่าทัพ กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหนึ่งเดียวในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศ และมิตรประเทศในเรื่องการลงทุน การท่องเที่ยวว่าพวกเราจะไม่ส่งผลกระทบกับกิจการใดๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่เราจะดำเนินการเร่งด่วน คือ การบังคับใช้กฎหมายสำหรับผู้ที่ใช้อาวุธสงคราม หรือผู้ที่ตั้งกองกำลังในการทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย

สิ่งที่หลายท่านสงสัยในคำพูดของผมที่พูดว่า เมื่อมีการจลาจล แต่จริงๆ แล้ว ที่ผ่านมาได้เกิดการจลาจล เนื่องจากมีการบาดเจ็บและสูญเสียเป็นจำนวนมาก มีประชาชนเสียชีวิต 28 ราย และบาดเจ็บกว่า 700 รายถือเป็นการเสียชีวิตที่ใหญ่หลวง ซึ่งเสียชีวิตคนเดียวก็มากแล้วสำหรับครอบครัวของเขา

ที่ประชุมมีมติร่วมกันในการหาทางออกให้กับประเทศให้ได้ ซึ่งข้าราชการทุกกระทรวงต้องมีความเข้มแข็ง ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายด้วยความชอบธรรมมีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งทุกคนให้สัญญากันไว้ สำหรับการแก้ไขปัญหาต้องให้ทุกกระบวนการได้ทำงาน โดยไม่ไปกดดัน ส่วนผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายอยู่ในความสงบ และสันติวิธี จะมาต่อสู้ด้วยอาวุธทำลายกันและกันนั้น พวกเรายอมไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องดูแลคนไทยทุกคน เราพยายามให้ความเป็นธรรมกับทุกพวกอยู่แล้ว ไม่ว่าใครจะถูกจะผิด ก็ต้องไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรม

"ผมไม่สามารถตัดสินได้ว่าใครผิดมากผิดน้อย แต่การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องของศาล ทุกคนก็ต้องเข้าไปสู่กระบวนการทั้งสิ้น หลังจากการประกาศกฎอัยการศึกถือเป็นการนับหนึ่งว่าบ้านเมืองต้องเดินไปในทางที่สงบ และสันติโดยเร็ว เราจะไม่เอาเรื่องเก่ามาพูดกันให้แก้ปัญหาไม่ได้อีก เราต้องมองวันข้างหน้าว่าจะเดินต่อไปอย่างไร"

ขอร้องสื่อ และทุกภาคส่วนขอให้ช่วยกันสร้างความเข้าใจกับประชาชนในประเทศว่าเข้าจะขัดแย้งต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เราจะไปหวังพึ่งใครไม่ได้อีกแล้ว นอกจากคนไทยทุกคน ไม่ว่าสีใครเราต้องสลายสีเสื้อไปให้ได้ และอย่าไปสนับสนุนให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อให้เกิดความรุนแรง เราจำเป็นต้องระงับการเผยแพร่ของสื่อหลายช่อง ก็ต้องขออภัย เนื่องจากมีความจำเป็นในเรื่องความมั่นคง ขอให้ทุกคนอดทน ซึ่งการประกาศใช้กฎอัยการศึกนั้นจะใช้เพียงบางมาตราเท่านั้น เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบในวงกว้างและจะสร้างปัญหาต่อไปในอนาคต พวกเรามีความตั้งใจอันดีที่จะให้ชาติบ้านเมืองเดินไปข้างหน้า

สังคมตั้งคำถามว่ากองทัพต้องการให้มีการเลือกตั้ง หรือต้องการได้นายกรัฐมนตรี มาตรา 7

ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ ทุกอย่างเป็นกระบวนการ เป็นกฎหมายที่ต้องดำเนินการกันไป หากทำได้ก็ทำไป หากทำไม่ได้ก็ต้องขจัดข้อขัดแย้งก่อนถึงจะทำได้ หากข้อขัดแย้งยังไม่มีการแก้ไขก็ไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น ดังนั้น ทหารจึงมีความจำเป็นต้องประกาศใช้กฎอัยการศึก

การประกาศกฎอัยการศึกกรอบคร่าวๆ จะนานแค่ไหน

ตอบเมื่อกี้ไม่ได้ยินรึ เหตุการณ์สงบเมื่อไร บ้านเมืองมีเสถียรภาพเมื่อไร ก็เมื่อนั้น

หากบ้านเมืองไม่สงบนาน 3-6 เดือน จะยังคงใช้ต่อได้หรือไม่

คงไม่ถึงตรงนั้น ทุกอย่างถ้าเป็นกระบวนการ หรือกฎหมายถ้าทำได้ก็ทำไป แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งก่อน เพื่อให้ทำให้ได้ หากข้อขัดแย้งไม่ได้แก้ไขก็ไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเงื่อนไขความขัดแย้งไม่จบก็ยังไม่กลับทั้งคู่ เพราะฉะนั้นคนที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทั้งหมดต้องมาแก้ปัญหา

สถานการณ์จะมีการพัฒนาไปถึงการรัฐประหารหรือไม่นั้น

เป็นคำถามที่ใครก็ไม่ตอบ ไม่เคยตอบอะไรสักอย่าง อย่ามาสรุปเอง

เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเชิญคู่ขัดแย้งมาพูดคุย หรือไม่

ก็อยู่ในกระบวนการที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่วันนี้ได้พูดคุยกับข้าราชการก่อน ต่อไปก็จะทำอย่างไรให้คู่ขัดแย้งมาพูดคุยกัน ท่ามกลางความสงบ ถ้าไม่สงบและมีการเคลื่อนไหว หรือยุยง ปลุกปั่น หรือสร้างภาพจนทำให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ก็จะพูดกันไม่รู้เรื่อง ฉะนั้นทุกพวกทุกฝ่ายต้องหยุดก่อน มีความจำเป็น

มีความเป็นไปได้ที่จะเรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยกันโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย

ผมเรียกก็ต้องมาอยู่แล้ว

หมายถึงเรียกทั้งกำนันและเสื้อแดง

เรียกทุกพวก ต้องคุยกันทุกพวก ไม่ต้องมาถามว่าพวกไหน ต้องทุกพวก อันนี้ต้องมีอำนาจ กฎอัยการศึกไงเล่า ไม่งั้นใครจะฟัง

เรียก ครม.หรือวุฒิสมาชิกด้วยหรือไม่

เอาละๆ ทีละขั้นตอน เดี๋ยวเป็นเรื่องของผมเอง อย่ามาถามทุกอย่าง ถามทุกอย่าง ก็ไปไม่ได้สักอย่าง ไม่มีใครตอบได้ล่วงหน้า บางเรื่องก็ตอบไม่ได้ บางเรื่องก็ดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่พวกผมไม่มีวันยอมให้มีการนองเลือดในแผ่นดินไทยเด็ดขาด

การเลือกตั้งจะมีหรือเปล่า

เดี๋ยวไปหาหมอหูหน่อยนะ

ขณะนี้รัฐบาลอยู่ในสถานะใด

คุณก็รู้คำตอบของคุณอยู่แล้ว มาถามผมทำไม

ผมไม่รู้จึงมาถามท่าน

ถ้าไม่รู้ก็ไปถามคนที่เขารู้ ผมรักษาความสงบเรียบร้อย

หมายถึงทำอะไรไม่ต้องผ่านรัฐบาลใช่ไหม

ตอนนี้รัฐบาลอยู่ที่ไหน เขาอยู่ไหนกัน ไม่รู้หรือ ถ้าทำงานกันไป ทำได้ก็ทำกันไป ประเทศชาติก็ต้องทำงาน ตอนนี้ข้าราชการทำงาน ผมไม่ไปยุ่งกับใคร ไม่ไปยุ่งกับรัฐบาล ข้าราชการประจำกับทหารทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างจะดำเนินการไปอย่างปกติ และจะไม่พยายามไปละเมิดสิทธิมนุษยชนให้มากนัก หรือทำให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งยังมีอีกหลายมาตราที่ไม่ได้ใช้เลย

มีการประกาศใช้เคอร์ฟิว หลายคนเป็นห่วง

ก็พูดอยู่เนี่ย ยังไม่ได้ใช้เลย

มีแนวโน้มใช้ไหม

จะอยากให้ใช้ไหมเล่า

ก็ดีครับ จะได้ไม่ต้องเคลื่อนไหว

ก็จะห้าม ก็จะสื่อก่อน เคอร์ฟิวสื่อก่อนละกัน

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้เป็นกำลังใจให้ทหารและตำรวจด้วย ทหารและตำรวจเป็นหนึ่งเดียวกันทุกประการ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ท่านติดราชการอยู่ที่อินโดนีเซีย โทรศัพท์คุยกันตลอด เดี๋ยวจะกลับมาเร็วๆ นี้ ก็ทราบทุกอย่าง