วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการชี้กฎอัยการศึกเป็นเกมเสี่ยง

นักวิชาการชี้กฎอัยการศึก "เกมเสี่ยง" คาดดันหลังวุฒิเจ้าภาพหาทางออก

ผ่านวันแรกของการประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศโดยผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไปแล้ว สังคมไทยดูจะยังไม่หายตื่นเต้นกับมาตรการใหม่ของทหารที่อ้างว่านำมาใช้เพื่อ "นำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายโดยเร็ว" และยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง

นักรัฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงเป็นกลุ่มคนที่ต้องตอบคำถามกับสังคมมากที่สุด...

รศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความเหมาะสมของการประกาศใช้กฎอัยการศึกของ ผบ.ทบ.ว่า ถือว่าก้ำกึ่ง เพราะสถานการณ์ก่อนการประกาศก็มีความเป็นไปได้ว่าหากปล่อยไปอีก 3-4 วันอาจจะมีความวุ่นวายขยายตัวมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) บางฝ่ายก็ประเมินว่าอาจมีการตัดน้ำตัดไฟ ผละงาน จนประชาชนเดือดร้อน

ขณะเดียวกันก็เริ่มมีการลอบวางเพลิงสถานที่โดยจับมือใครดมไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าพิจารณาในมุมนี้ก็กึ่งๆ จะสมเหตุสมผลที่จะประกาศกฎอัยการศึกได้ แต่ถ้าหลังจากนี้ยังมีวางระเบิดวางเพลิงกันอีก ก็ต้องถือว่าหมดแล้วสำหรับมาตรการที่จะนำมารับมือ เนื่องจากกฎอัยการศึกคือยาแรงที่สุด ถ้าคนที่จะทำยังไม่กลัวหรือทหารดูแลไม่ได้จริง สถานการณ์ก็จะบานปลายเละเทะแน่นอน

"ผมคิดว่าการประกาศกฎอัยการศึกเป็นการเดินเกมที่ค่อนข้างเสี่ยง ผบ.ทบ.ออกมาแอ่นอกรับว่าจะคืนความสงบเรียบร้อยให้กับประเทศ แล้วเอายาแรงออกมาใช้ เมื่อใช้แล้วก็ต้องทำให้ได้ ถ้าทำไม่ให้จะเสียหายทั้งภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น ต้องไม่ลืมว่ากฎอัยการศึกถูกประกาศใช้ก่อนเกิดจลาจล ตอนนี้ยังไม่เกิดจลาจล แล้วกองทัพบอกว่าต้องประกาศเพื่อป้องกัน ฉะนั้นถ้าป้องกันไม่ได้ก็จบเลย หลังจากนี้อะไรก็เอาไม่อยู่แล้ว" นักรัฐศาสตร์ชื่อดัง ระบุ

ส่วนความเป็นไปได้ที่ ผบ.ทบ.แสดงท่าทีจะเชิญแกนนำคู่ขัดแย้งมานั่งโต๊ะพูดคุยเพื่อหาทางออกประเทศนั้น รศ.ดร.ไชยันต์ กล่าวว่า เชื่อว่าบุคคลที่ถูกเชิญจะยอมเข้าร่วมพูดคุย แต่คุยแล้วจะสำเร็จหรือไม่ยังบอกไม่ได้

"เปรียบเสมือนจิ๊กโก๋ธรรมดาทะเลาะกัน ก็โวยวายกันไปด่าทอกันมา คุยกันไม่รู้เรื่อง สุดท้ายจิ๊กโก๋ตัวจริงต้องมาเคลียร์ กองทัพถือเป็นสถาบันที่มีวินัย มีการจัดระบบระเบียบอย่างดี และมีประสิทธิภาพมากกว่ากำลังของคู่ขัดแย้งอย่างแน่นอน" รศ.ดร.ไชยันต์ กล่าว และว่าคาดหวังว่าบทบาทของกองทัพจะเป็นไปอย่างจริงจัง เพื่อคืนความสงบสุขให้กับประเทศสมดังที่ประกาศไว้จริงๆ

ขณะที่ รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ NOW26 ว่า การประกาศกฎอัยการศึกของ ผบ.ทบ.ยังไม่ใช่การยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน แต่เมื่อใช้กฎอัยการศึกแล้ว ฝ่ายทหารก็จะมีอำนาจเหนือพลเรือน เห็นได้จากการยุบศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ไปโดยปริยาย

ส่วนความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะแสดงท่าทีไม่ยินยอม และยกเลิกประกาศกฎอัยการศึกนั้น รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า หากรัฐบาลพลเรือนไม่ประสานงานกับทหาร ในขณะที่กฎอัยการศึกได้ถูกประกาศไปแล้ว การจะยกเลิกหรือยุติการใช้คงเป็นเรื่องยากมาก

เมื่อถามถึงระยะเวลาการประกาศใช้กฎอัยการศึก หากนานไปจะทำให้ฝ่ายต่อต้านเปิดปฏิบัติการตอบโต้ โดยเฉพาะการใช้กองกำลังใต้ดิน หรือสงครามกองโจรในเมืองหรือไม่ นักวิชาการด้านความมั่นคงจากจุฬาฯ มองว่า มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งกองทัพก็เคยเผชิญกับสงครามกองโจรในเมืองมาแล้ว เช่น เมื่อปี 2553 ที่ถนนราชปรารภ ที่สามเหลี่ยมดินแดง หรือที่บ่อนไก่ แต่ละครั้งก็มีความสูญเสียเกิดขึ้นมาก ฉะนั้นถ้าฝ่ายต่อต้านต้องการให้เกิดการปะทะก็คงทำได้ ทั้งนี้ขึ้นกับบทบาทของฝ่ายทหารหลังจากนี้ด้วยว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้แค่ไหน

สำหรับความเป็นไปได้ของการทำหน้าที่คนกลางของ ผบ.ทบ.เพื่อเชิญคู่ขัดแย้งมาหารือ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นลักษณะแค่อำนวยความสะดวกให้วุฒิสภาดำเนินการ คงไม่ลงไปเป็นคนกลางนั่งเจรจาด้วยตัวเอง เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นย่อมเท่ากับนำกองทัพเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวงจรความขัดแย้ง และอาจส่งผลลบตามมาในภายหลังได้