วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กปปส.-นปช.ลั่นชุมนุมต่อ

กปปส.-นปช.ลั่นชุมนุมต่อ แม้มีประกาศกฏอัยการศึก

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประกาศใช้กฎอัยการศึกทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อความคุมสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองไม่ให้เกิดการสูญเสียเลือดเนื้อเพิ่มขึ้นอีก และเพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมืองนั้น ทั้งกลุ่มกปปส.และ นปช.ยังยืนยันที่จะเดินหน้าชุมนุมต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า เนื่องจากมีการประกาศใช้พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ดังนั้นจึงขอให้ผู้ชุมนุมปฏิบัติ ดังนี้

1.มวลมหาประชาชนที่ชุมนุมอยู่ขอให้อยู่ในที่ตั้ง แต่ของดเดินขบวนในวันนี้(20 พ.ค.) 2.เรียกร้องไปยังวุฒิสภาให้รีบเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว และ 3.เวทีปราศรัยของเรายังเปิดอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง พี่น้องมวลมหาประชาชนยังมีความจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้กำหนดทิศทางประเทศไทยภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ

"สุเทพ"เรียกถกแกนนำกปปส.ด่วน

ต่อมานายสุเทพ ได้เรียกประชุมแกนนำหลัก เพื่อประเมินสถานการณ์และกำหนดความเคลื่อนไหว รวมทั้งแจ้งถึงข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติหลังการประกาศใช้กฏอัยการศึก ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ ได้เดินทางออกจากพื้นที่ชุมนุมราชดำเนิน เมื่อเวลา 11.30 น. โดยไม่รู้ว่าเดินทางไปที่ใด

ชี้"อัยการศึก"ไม่กระทบชุมนุม

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส.ได้โพสต์เฟซบุ๊ค เกี่ยวกับการประชุมร่วมระหว่างแกนนำกปปส.และแนวร่วมกปปส.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเนื้อหาว่า ที่ประชุมแกนนำกปปส.ได้ประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับการประกาศกฎอัยการศึก ยังไม่มีผลกระทบต่อการชุมนุมทางการเมืองของ กปปส.ที่ปฏิบัติอย่างสันติและอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด ทั้งนี้ แกนนำกปปส.ได้ติดตามการแถลงการณ์ของ ผอ.กอ.รส.เกี่ยวกับความชัดเจนเพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกปปส.ต่อจากนี้

กปปส.ชุมนุมต่อ-จี้วุฒิฯเสนอชื่อนายกฯ

ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย หนึ่งในแกนนำ กปปส.ขึ้นปราศรัยบนเวทีถนนราชดำเนิน หน้าสำนักงานยูเอ็น ว่า การประกาศกฎอัยการศึกของ ผบ.ทบ. เป็นไปตามความเหมาะสม เมื่อประเมินสถานการณ์ แล้วมองเจตนาการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ได้ชัดเจนว่า ทหารมีความต้องการจะเข้าควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรง และไม่ให้มีการใช้อาวุธสงครามจากผู้ไม่หวังดีเข้าทำร้ายประชาชน

ทั้งนี้ตราบใดที่การชุมนุมไม่ได้เป็นการละเมิดและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ การชุมนุมของ กปปส.ก็จะยังคงดำเนินไปตามปกติ แต่เคารพกฎหมายของบ้านเมือง ตามที่ กอ.รส.ร้องขอ จึงงดเดินขบวนและงดเคลื่อนไหว เป็นเวลา 1 วัน

"สุเทพ"คืนพื้นที่ทำเนียบฯให้ทหาร

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. นายสุเทพ พร้อมแกนนำ ได้ทำพิธีคืนพื้นที่ตึกสันติไมตรี ภายในทำเนียบรัฐบาล ต่อ พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผู้บังคับการ กรมนักเรียนโรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ทำเนียบฯ โดย นายสุเทพ กล่าวว่า ขอส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวคืน และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารที่ให้แกนนำของ กปปส.ใช้พื้นที่เพื่อประชุมมาโดยตลอด พร้อมกันนี้นายสุเทพ ได้มอบดอกไม้เพื่อเป็นการขอบคุณทหารอีกด้วย

"หลวงปู่"เชื่อทุกฝ่ายเจรจาผ่าวิกฤต

วันเดียวกัน พระพุทธะอิสระ แกนนำกปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ทหารกล้าออกมาแก้วิกฤติผ่าทางตันประเทศ และถือเป็นนิมิตหมายที่ดี โดยกปปส.จะระงับการเคลื่อนไหวออกนอกพื้นที่ชั่วคราว ขออยู่ในที่ตั้งเพื่อรอดูสถานการณ์และเป็นไปตามประกาศกฎอัยการศึกที่ขอให้กปปส.อยู่ในที่ตั้ง

"หลังจากนี้จะติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินผล หลังมีการประกาศกฎอัยการศึก โดยเฉพาะกรณีที่ประกาศมีการระบุว่าสามารถยกเว้นการใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราได้ หากทหารต้องการผ่าทางตันในการหานายกฯ คนกลาง ก็สามารถบังคับใช้เพื่อให้รัฐบาลรักษาการพ้นสถานภาพ เพื่อเปิดทางให้ประธานวุฒิสภาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปได้"

อย่างไรก็ตาม การที่ทหารออกมาครั้งนี้ถือว่ามีความชอบธรรม ช่วยแก้วิกฤติชาติ เพราะหากไปฝากความหวังไว้ที่ส.ว.ก็ไม่กล้าทำอะไร หากปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็จะยิ่งสูญเสีย กฎอัยการศึกถือว่าทุกฝ่ายสมประโยชน์ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามาเจรจาพูดคุยกันได้

"นปช.พอใจไม่ฉีกรธน.-ชุมนุมต่อ

ด้านความเคลื่อนไหวของแกนนปช. ที่ชุมนุมอยู่ถนนอักษะนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. แถลงว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกได้มีการเน้นย้ำว่า ไม่ใช่การปฏิวัติรัฐประหารเป็นเพียงแค่การประกาศใช้กฎอัยการศึกเท่านั้น ดังนั้นบัดนี้รัฐธรรมนูญและรัฐบาลก็ยังอยู่ครบถ้วน

"พวกเราเองยังคงยืนหยัดในแนวทางจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือจุดยืนประชาธิปไตย เมื่อยังไม่มีการฉีกรัฐธรรมนูญ ประเทศนี้ยังต้องเดินหน้าสู่การเลือกตั้งกันต่อไป"

นายจตุพร กล่าวว่า ขอเรียนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เพียงแค่ต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ไม่ยาก ก็ให้ยึดหลักการของระบอบประชาธิปไตย ทำการตกลงให้สัตยาบรรณกันว่า พรรคการเมืองต่างๆ และกลุ่มมวลชนต่างๆ จะเดินหน้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ถ้ายังไม่พร้อมก็ให้ทำประชามติ ให้ประชาชนตัดสินใจว่าคนไทยจะเลือกหรือไม่เลือกการเลือกตั้ง แต่ถ้านอกเหนือจากสิ่งนี้ จะกลายเป็นการสร้างวิกฤตใหม่และใหญ่กว่าให้เกิดขึ้นในประเทศ

นายจตุพร ระบุด้วยว่า การชุมนุมนปช.จะยืนหยัดชุมนุมต่อไปจนกว่าระบอบประชาธิปไตยจะมีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์

"อภิสิทธิ์"แนะกองทัพไม่ลิดรอนสิทธิ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า ในที่สุดกองทัพบกก็ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกเพื่อเป็นเครื่องมือในการคลี่คลายปัญหา หลังจากที่หลายฝ่ายแสดงความวิตกกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะลุกลามบานปลาย ท่ามกลางความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงและความชะงักงันในการแก้ปัญหาการเมือง แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่าอะไรจะเกิดขึ้นจากนี้แต่ตนขอแสดงความคิดเห็นเบื้องต้นดังนี้

1.การดำเนินการใดๆ ในกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายเพื่อป้องกันและระงับความสูญเสียชีวิตของประชาชนและเพื่อรักษาความสงบสุขเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือและสนับสนุน 2.การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกต้องทำเท่าที่จำเป็นเพื่อความมั่นคง ไม่ใช่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใด

3.การใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก อาจแก้ปัญหาความไม่สงบเฉพาะหน้าได้ แต่การแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ยั่งยืนก็ยังหนีไม่พ้นการหาคำตอบทางการเมืองที่ลำพังฝ่ายความมั่นคงไม่สามารถกระทำได้ จึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องมีส่วนร่วมต่อไป

"นิพิฎฐ์"เชื่ออัยการศึกยุติขัดแย้งไม่ได้

ด้านนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การใช้กฎอัยการศึกครั้งนี้ มีลักษณะที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง แต่คิดว่าหากใช้เพียงกฎอัยการศึก ก็ไม่สามารถยุติความขัดแย้งในตอนนี้ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจเบ็ดเสร็จ ยังต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และเมื่อโครงสร้างกฎหมายไม่ให้อำนาจทำอะไรได้มาก ความขัดแย้งก็เกิดจากการตีความของรัฐธรรมนูญต่างกัน

นายนิพิฎฐ์ กล่าวว่า ถ้าทหารต้องการอำนาจแก้ไขปัญหาให้เบ็ดเสร็จ ก็ต้องพัฒนาไปสู่รัฐประหาร ที่ทำเพื่อประเทศอย่างแท้จริง ทุกคนก็จะให้ความร่วมมือ แต่ขอให้ทหารนำบทเรียนของปี 2549 มาใช้ แต่อย่าลงท้ายด้วยการหานายกฯ คนกลางหรือการใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 เพราะการประกาศใช้กฎอัยการศึกจะเสียของ และหากใช้กฎอัยการศึกแล้วความขัดแย้งยังอยู่ ทุกคนไม่ให้ความร่วมมือก็ต้องรัฐประหาร แต่ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือก็ไม่จำเป็นต้องรัฐประหาร ครั้งนี้ใช้ยาแก้ปวดก่อน ถ้าไม่หายก็ต้องผ่าตัด

"จาตุรนต์"ชี้กฎอัยการศึกไม่ใช่ทางออก

นายจาตุรนต์ ฉายเเสง รมว.ศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊คระบุว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกไม่ใช่ทางออกจากวิกฤติของประเทศ การประกาศนี้อาจช่วยระงับยับยั้งความรุนแรงหรือความไม่สงบได้บ้างชั่วคราว แต่ต่อไปก็อาจจะสร้างปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา เช่นเกิดการจำกัดการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือกระทั่งปราบหรือใช้ความรุนแรงต่อประชาชน ขัดขวางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หรืออาจทำให้สถานการณ์บานปลายที่ทางทหารเองไม่มีทางลงนอกจากจะต้องทำรัฐประหารในที่สุด

"ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยมาถึงขณะนี้เป็นปัญหาที่ซับซ้อน มีการสะสมปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการทำลายหลักการประชาธิปไตย การกระทำที่ขัดต่อหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ การเลือกปฏิบัติและการกระทำที่เป็นสองมาตรฐาน นอกจากนั้นสังคมยังอยู่ในสภาพที่มีการสร้างความเกลียดชัง เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรงชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ปัญหาเหล่านี้โดยพื้นฐานแล้วคือ ปัญหาการเมืองที่ต้องแก้ด้วยกระบวนการทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ใช้ความรู้ประสบการณ์ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งแตกต่างทางความคิดที่อารยประเทศเขาทำกัน จะอาศัยมาตรการทางการทหารหรือความมั่นคงย่อมไม่สามารถแก้ได้"