วุฒิฯเหลวกล่อมรัฐบาลลาออก ลุยใช้แผน2-แย้มจบสัปดาห์นี้
วงถก "ส.ว.-รัฐบาล" หาทางออกประเทศเหลว "นิวัฒน์ธำรง" ลั่นเดินหน้าเลือกตั้ง ปัดลาออก อ้างขัดรัฐธรรมนูญ หวั่นเจอข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่วุฒิฯประชุมนอกรอบปรับยุทธศาสตร์ ขู่รัฐบาลไม่ร่วมมือเตรียมงัดแผน 2-3 มาใช้ มั่นใจได้ข้อยุติสัปดาห์นี้ ด้าน "สุรชัย" ไม่พอใจผลหารือ ซัดมีบางคนยึดแต่แนวทางของตัวเอง แนะอย่ายึดติด ลดอคติ
รัฐบาลไม่ยอมรับข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ขอให้ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ลาออก เพื่อเปิดทางให้มีการสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ จากการหารือกัน ณ สถานที่ปิดลับ เมื่อวานนี้ (19 พ.ค.)
นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ ว่าที่รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ส.ว. สรรหา พร้อมด้วย นายสมชาย แสวงการ และ นายวันชัย สอนศิริ
ส.ว.สรรหา ได้ร่วมกันแถลงผลประชุมนอกรอบของ ส.ว. หลังจากนายพีระศักดิ์นำคณะเข้าหารือกับแกนนำรัฐบาลที่นำโดยนายนิวัฒน์ธำรง
นายเดชอุดม กล่าวในการแถลงข่าวที่รัฐสภาว่า นายนิวัฒน์ธำรงระบุว่ายังไม่เห็นว่าจะมีรัฐบาลซ้อนรัฐบาลได้อย่างไร และจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แต่ก็เป็นความเห็นที่ยังแตกต่างกันอยู่ในหลักการและเหตุผล ทำให้โอกาสต่างๆ ปิดในทันที สรุปคือรัฐบาลอยากให้เลือกตั้งก่อนปฏิรูป แต่ ส.ว.ก็ได้บอกตามที่แถลงว่า เราต้องการรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มตามแถลงการณ์ฉบับที่ 1 แต่นั่นไม่ใช่ความเห็นที่ตรงกับรัฐบาล
ขณะที่ นายสมชาย กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลยังยืนอยู่ในจุดเดิม คือ ประสงค์จะเป็นรัฐบาลรักษาการ และประสงค์จะให้เลือกตั้ง วุฒิสภาคงต้องดำเนินการให้เกิดรูปธรรมในการหาทางออกจากวิกฤติ ที่ประชุมจึงได้นำข้อมูลทั้งหมดมาตรวจสอบ สิ่งที่ต้องทำคือนำส่งเอกสารที่ได้รับฟังความเห็นจากฝ่ายต่างๆ นำส่งไปยังหน่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ส.ว.ยันมีแผน 2-3 รับมือ
ด้าน นายวันชัย กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลยืนยันว่าไม่ลาออก ที่ประชุมจึงพิจารณาแนวทางตามแผนอื่นต่อไป คือ แผนที่ 2 และ 3 ซึ่งที่ประชุมวุฒิสภานำมาถกแถลงถึงความเป็นไปได้และข้อสรุปทั้งหมด ซึ่งที่ประชุมบอกว่าได้มอบหมายให้ประธานและคณะทำงานนำไปดำเนินการตามแต่สถานการณ์ เพราะสถานการณ์ภายนอกอื่นๆ รุมเร้า จึงให้คณะทำงานไปพิจารณาเป้าหมายเพื่อความสำเร็จเรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ว.ยังมีแนวคิดทูลเกล้าฯนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเองอีกหรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า แผน 1 รัฐบาลลาออก ถ้ารัฐบาลยอมก็จะง่าย แต่แผนอื่นเราดำเนินการตามกรอบทั้งสิ้น ยืนยันว่าถึงคราวที่ปฏิบัติก็ต้องปฏิบัติได้ แต่จะถึงขั้นทูลเกล้าฯนายกฯหรือไม่ ขอยังไม่ตอบ เดี๋ยวจะเป็นปัญหา แต่หากมีหนทางหรือแนวทางที่ไปถึงจุดนั้นจะทำทันที ซึ่ง พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ประธานคณะทำงานจะสรุปรายงานภายในวันที่ 20 พ.ค. ยืนยันว่าไม่ได้กั๊กแผน 2 แผน 3 แต่ไม่บอกว่าเราจะทำอะไร
รอประธานชี้ขาด-จบในสัปดาห์นี้
ต่อข้อถามว่า แผน 2 แผน 3 ไม่ต้องรับความร่วมมือจากรัฐบาลใช่หรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า "แน่นอน เขาไม่ร่วมมือ กรอบตามรัฐธรรมนูญหากถึงความพร้อม ความจำเป็น เช่น การเปิดประชุม หรือดำเนินการตามกรอบรัฐธรรมนูญทุกมาตรา เราทำหมด ประธานกับคณะทำงานไปพิจารณาตามกรอบ อันใดจะมาก่อนหลังแล้วแต่ประธานจะเป็นผู้พิจารณา โดยไม่ต้องประชุมในชุดใหญ่ของวุฒิสภาอีกต่อไป และเชื่อว่าจะได้ข้อยุติภายในสัปดาห์นี้"
สำหรับการประชุมร่วมระหว่างรัฐบาลกับ ส.ว.นั้น มีผู้เข้าร่วมหารือ 4 คน โดยฝ่ายรัฐบาล ได้แก่ นายนิวัฒน์ธำรง และนายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ส่วนฝ่าย ส.ว.มี นายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ และ นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ส.ว.สรรหา โดย นายพีระศักดิ์ ไปในฐานะตัวแทนของ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา ที่มีอาการป่วย
การหารือใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้ เพราะรัฐบาลยืนยันว่าไม่ลาออก
"นิวัฒน์ธำรง"แจงเหตุ"ลาออกไม่ได้"
ด้าน นายนิวัฒน์ธำรง ออกแถลงการณ์ผ่านทางเฟซบุ๊คไทยคู่ฟ้า ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดปัจจุบัน เป็น ครม.ที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2557 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2557 ที่ให้รัฐมนตรีที่ไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ซึ่งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันให้ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตาม หากไม่ปฏิบัติตามหรือลาออก ก็จะขัดกับรัฐธรรมนูญ และถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ส่วนประเด็นที่ว่า กลุ่มบุคคลต่างๆ ต้องการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง และให้มีอำนาจในการบริหารราชการได้อย่างเต็มที่ ไม่ถูกจำกัดด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 นั้น รัฐบาลชี้แจงว่าไม่สามารถกระทำได้ เพราะขณะนี้ประเทศไทยมี ครม.และผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว จะแต่งตั้งซ้อนไม่ได้ สรุปความว่านายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร จากการศึกษาข้อกฎหมาย พบว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราอื่นใดระบุเรื่องการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีอีก
สุรชัยวอนละอคติ-เร่งทำรายงานสรุป
ด้าน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา กล่าวกับกลุ่มอดีตข้าราชการอาวุโส นำโดย นายจเด็จ อินสว่าง อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เข้าพบและมอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจ ว่า ผลการหารือกับรัฐบาลไม่เป็นที่น่าพอใจ เนื่องจากยังมีบุคคลที่ยึดในแนวทางของตนเอง ทั้งนี้ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้สถานการณ์มีความคลี่คลาย หากรัฐบาลให้ความร่วมมือกับวุฒิสภา เชื่อว่าจะเป็นทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นได้
"การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งไม่ใช่เรื่องง่าย ขออย่างเดียวคือทุกฝ่ายอย่ายึดติด และละอคติ ส่วนวุฒิสภานั้นพร้อมจะเดินหน้าทำงาน โดยในสัปดาห์นี้จะนำเสนอรายงานฉบับสมบูรณ์ต่อสาธารณะในประเด็นการหาทางออกจากความขัดแย้ง และยืนหยัดทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนของทุกคนอย่างถึงที่สุด" นายสุรชัย กล่าว





