"วุฒิสภา"อุบเงียบ วิธีเดินหน้าหานายกฯ เฉพาะกิจ บอกรออีก 2 วัน "สุรชัย" แถลงเอง
ที่วุฒิสภา ได้มีการประชุมของคณะทำงานเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมือง วุฒิสภา ที่นำโดย นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภา เพื่อสรุปประเด็นการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ทั้งนี้ที่ประชุมได้เป็นแบบลับ และหลังจากการหารือนาน 3 ชั่วโมง คณะทำงานได้ร่วมแถลงข่าว
โดยนายพีระศักดิ์ พอจิต ส.ว.อุตรดิตถ์ ฐานะว่าที่รองประธานวุฒิสภา คนที่2 กล่าวถึงผลการหารือกับนายนิวัฒน์ ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ ฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกฯ รักษาการ และนายชัยเกษม นิติศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรม ตามที่เป็นตัวแทนนายสุรชัยไปเจรจา ว่านายนิวัฒน์ธำรงยืนยันว่าไม่สามารถลาออกจากตำแหน่งได้ เพราะกังวลต่อการถูกเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 กำหนดให้รัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าได้คณะรัฐบาลชุดใหม่มาทำหน้าที่ แต่ตนได้เห็นว่าการลาออกจากตำแหน่งถือว่าทำได้เพราะเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว ส่วนกรณีประเด็นอำนาจของการทูลเกล้าฯ หรือ รับสนองพระบรมราชโองการเรื่องต่างๆ นั้น นายนิวัฒน์ธำรง ถือว่าทำได้ อย่างไรก็ตามแนวทางของวุฒิสภาที่จะดำเนินการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนั้น ยังต้องดำเนินการต่อไป โดยเป็นการพิจารณาทำภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ
ด้านนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ส.ว.สรรหา กล่าวยอมรับว่า การหารือกับรัฐบาลนั้นยังมีความเห็นต่างทางกฎหมาย โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ที่รัฐบาลเห็นว่าอยากให้มีการเลือกตั้งก่อนการปฏิรูปประเทศ และยืนยันว่าสามารถจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จได้ภายใน 60 วัน นอกจากนั้นแล้วตัวแทนรัฐบาลพร้อมจะให้ความร่วมมือในโอกาสต่อไป หากมีการเสนอแนวทางอื่นๆ ให้เลือกโดยสอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมาย ดังนั้นในแนวทางของวุฒิสภาต่อประเด็นการขอเปิดประชุมนัดพิเศษ ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภายังไม่ใช่แนวทางที่จะนำมาพิจารณาในสถานการณ์ปัจจุบัน
นายเดชอุดม กล่าวยอมรับด้วยว่า ตนได้ไปศึกษาในกรณีให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการเรื่องสำคัญๆแทนรัฐบาลที่ไม่ยอมดำเนินการ แต่ยังไม่มีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว ส่วนแนวทางที่วุฒิสภาที่จะแก้วิกฤตของชาติขณะนี้ยังมีทางเลือกอื่นๆ อีก แต่ตนไม่ขอเปิดเผยและขอให้รอการแถลงของนายสุรชัยต่อการสรุปรายงานเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง ที่นายสุรชัย เตรียมตัวแถลงในวันที่ 21 พ.ค. นี้
ส่วนนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า สำหรับแนวทางตามเงื่อนไขของแถลงการณ์ข้อที่3 โดยให้วุฒิสภาเข้าชื่อ 1 ใน 4 เพื่อขอเปิดประชุมนัดพิเศษ เพื่อดำเนินการตั้งนายกฯ เฉพาะกิจ นั้นวุฒิสภามีแนวทางที่จะปฏิบัติได้ตามกรอบอำนาจ โดยไม่เกี่ยวกับการขอตราพระราชกฤษฎีกา โดยมีนายกฯ รับสนองพระบรมราชโองการ
ทั้งนี้เมื่อถามว่าทำได้ตามกฎหมายหรือเมื่อไม่มีการตราพระราชกฤษฎีกา นายสมชายกล่าวว่าเราใช้ข้อบังคับการประชุม เราใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ใช้กฎหมายเป็นโซ่ตรวนมัดเราไม่ให้เปิดสภา และไม่จำเป็นต้องหารือกับรัฐบาลในเรื่องนี้อย่างไรก็ตามที่ประชุมมอบหมายให้นายสุรชัยและคณะทำงานไปดำเนินการใดๆโดยไม่ต้องนำมาให้วุฒิสภาพิจารณาอีก ขอเรียกร้องไปยังฝ่ายความมั่นคงให้ดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมืองหลังจากที่มีข่าวการพกอาวุธสงครมามและพยายามนำมาก่อเหตุวุ่นวาย
ขณะที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า เงื่อนไขที่วุฒิสภาต้องการให้รัฐบาลรักษาการลาออกเพื่อเปิดทางให้มีการตั้งนายกฯ ที่มีอำนาจเต็มมาบริหารคงไม่สามารถทำได้โดยง่ายแล้ว ดังนั้นแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปที่ประชุมวุฒิสภาจะได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ และความจำเป็น ส่วนขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ





