"บุญส่ง"เผย"กกต."จ่อพิจารณาคำร้องคัดค้าน"ยิ่งลักษณ์"อีกเรื่อง ชี้แม้สิ้นสภาพนายกฯ ก็ต้องพิจารณา เหตุ ร้องเกี่ยวกับยุบพรรค ตัดสิทธิทางการเมือง
นายบุญส่ง น้อยโสภณ กรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.ด้านสืบสวนสอบสวน กล่าวถึงว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ในเรื่องคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส. กกต.ยังคงต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป รวมถึงคำร้องเกี่ยวกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่แม้รัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้สิ้นสภาพส.ส. แต่กกต.ก็ยังสอบสวนอยู่ เนื่องจากเรื่องที่ร้องเกี่ยวข้องกับการยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมือง ซึ่งขณะนี้มีหนึ่งเรื่องที่เกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรี อนุกรรมการสืบสวนฯได้สืบสวนแล้วเสร็จ และทางสำนักงานเตรียมที่จะบรรจุระเบียบวาระให้ที่ประชุมกกต.ได้พิจารณาเร็ว ๆ นี้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยว่าเป็นเรื่องใด
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ที่ประชุมจะมีการพิจารณากรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคณะกรรมการข้าราชการตำรวจมีมติเห็นชอบให้มีการย้ายพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และให้พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาตำรวจนครบาลแทน โดยพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเข้าชี้แจงด้วยตนเอง เวลา 10.00 น.
นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการกลุ่มสมัชชาปกป้องประชาธิปไตย (สปป.) เห็นว่ารัฐบาลสามารถทูลเกล้าร่างพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.ใหม่ได้โดยไม่ต้องขอความเห็นชอบจากกกต.ว่า ข้อเสนอนี้ถือว่าเป็นการสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะเรื่องดังกล่าวไม่สามารถทำได้ หากรัฐบาลเห็นสอดคล้องกับกลุ่มนักวิชาการดังกล่าวก็คงดำเนินการทูลเกล้าไปนานแล้ว แต่ที่ยังไม่ทูลเกล้าก็เพราะรัฐบาลรู้ว่าการจะทูลเกล้าต้องปรึกษากับกกต. เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งที่เหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อให้การเลือกตั้งไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และเพื่อให้การเลือกตั้งนำไปสู่ความสำเร็จ โดยรัฐบาลและกกต.ต้องมีการประเมินสถานการณ์ร่วมกัน อีกทั้งการทูลเกล้าฝ่ายเดียวไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลเชื่อตามที่กลุ่มนักวิชาการสปป.เสนอและทูลเกล้าร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าวขึ้นไปแล้วไม่มีการโปรดเกล้าลงมาผลที่เกิดขึ้นจะเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ซึ่งรัฐบาลต้องรับผิดชอบอย่างใหญ่หลวงหากเป็นเช่นนั้น
" การนัดหารือระหว่างกกต.กับรัฐบาล เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งนั้น ยังมองว่าควรจะเป็นการพบปะพูดคุยกันไม่ใช่ใช้ระบบวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ ซึ่งขณะนี้ยังรอการประสานจากรัฐบาลอยู่ว่าจะพร้อมเมื่อใด ที่ไหน โดยกกต.ขอให้นัดหมายล่วงหน้าไม่เกี่ยงสถานที่ แต่ส่วนตัวมองว่าการหารือไม่ควรเป็นสัปดาห์นี้เนื่องจากสถานการณ์การเมืองค่อนข้างรุนแรงหากมีการหารือก็จะเป็นการดึงความสนใจของผู้ชุมนุม ดังนั้น ถ้าจะหารือควรเป็นหลังวันอังคารที่ 27 พ.ค. เพราะเชื่อว่าสถานการณ์น่าจะมีการคลี่คลายลง " นายสมชัย กล่าว





