วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

2ปมใหญ่คาใจ'กกต.'คอคำตอบรัฐ?

2ปมใหญ่คาใจ"กกต."คอคำตอบรัฐ อำนาจ"นิวัฒน์ธำรง-เลื่อนเลือกตั้ง"

ล่มไม่เป็นท่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับการหารือร่วมระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กับฝ่ายรัฐบาล ที่นำโดย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ที่หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อถูก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำมวลชน กปปส.บุกไปประชิดถึงที่ประชุม

ในสัปดาห์นี้ กกต.คาดหมายว่าฝ่ายรัฐบาล น่าจะนัดให้มีการหารือกันขึ้นใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายรัฐบาลมีความคิดอยากจะให้มีการหารือกันผ่านระบบ "วีดีโอคอนเฟอเรนซ์" แต่ล่าสุด นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่ามีรายละเอียดค่อนข้างมากที่จะต้องหารือกัน โดยเฉพาะเรื่องอำนาจในการทูลเกล้าฯ ถวายร่าง พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง

นอกจากประเด็นเรื่องอำนาจของผู้ทูลเกล้าฯ ร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ที่กกต.ไม่มั่นใจว่า นายนิวัฒน์ธำรง จะมีอำนาจทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการได้หรือไม่แล้ว ประเด็นที่ กกต.จะหยิบยกมาหารือยังประกอบด้วย เรื่องที่กกต.ต้องการให้บรรจุข้อความในพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ในมาตรา 4 กรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น รัฐบาลสามารถเลื่อนการเลือกตั้งตามที่กกต.ร้องขอได้

ทั้งนี้ กกต.ได้แยกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้ 3 สาเหตุ ที่อาจเกิดขึ้นก่อนถึงวันเลือกตั้งและอาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ประกอบด้วย

1.กรณีไม่สามารถทำให้เกิดการรับสมัครส.ส.ทั้ง 375 เขตเลือกตั้งได้ กกต.คาดว่าจะใช้เวลาแก้ปัญหาและเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมไป 1 สัปดาห์

2.กรณีเกิดปัญหาเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดล้อมโรงพิมพ์บัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งไม่สามารถกระจายไปยังหน่วยเลือกตั้งได้ กกต.คาดว่าจะใช้เวลาแก้ปัญหาและเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมไป 2 สัปดาห์

และ 3.กรณีลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด กกต.คาดว่าจะใช้เวลาแก้ไขปัญหาและเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมไป 1 เดือน โดยกรณีนี้กกต.เห็นว่าไม่สามารถใช้มาตรา 78 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. สั่งระงับการลงคะแนนแล้วจึงค่อยไปจัดการลงคะแนนในภายหลัง เพราะเสี่ยงต่อการถูกตีความเป็นการเลือกตั้งล่วงหลัง ซึ่งการเลือกตั้งได้ในบางหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง จะมีผลชี้นำการลงคะแนนล่วงหน้านอกเขตที่จัดขึ้นทดแทนได้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่"กกต."ต้องการได้ความ"กระจ่าง" จากรัฐบาลมากที่สุด คือประเด็น "อำนาจของผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีว่ามีอำนาจสามารถทูลเกล้าฯ หรือรับสนองพระบรมราชโองการได้หรือไม่"

เหตุที่กกต.ต้องการความชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะกกต.และรัฐบาล มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน กล่าวคือ "ฝ่ายรัฐบาล" โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า กรณี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นรองประธานรัฐสภา ที่จะรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าพ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญของรัฐสภาเพื่อถอดถอนบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 ได้ แต่รัฐบาล โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา กลับเห็นว่า ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ มีอำนาจหน้าที่ในการทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการร่างพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งได้

รายละเอียดของประเด็นนี้ก็คือว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการกฤษฎีกา และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีความเห็นไปยังเลขาธิการวุฒิสภา กรณีเลขาธิการวุฒิสภาจะขอให้นายกฯ ทูลเกล้าฯร่าง พ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2557 ในวันที่ 18 เม.ย.เพื่อถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ออกจากตำแหน่ง โดยความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ระบุว่า

"ข้อเท็จจริงขณะนี้มิได้มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา หรือประธานวุฒิสภา ซึ่งทำหน้าที่รองประธานวุฒิสภาที่สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนประธานรัฐสภาได้ ดังนั้นโดยกระบวนการถอดถอนบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 วรรคสอง จึงไม่อาจกระทำได้ กรณีจึงไม่อาจที่จะดำเนินการเพื่อให้มีการประชุมสมัยวิสามัญตามมาตรา 273 ของรัฐธรรมนูญได้"

ประเด็นดังกล่าวเท่ากับว่ารัฐบาลมีความเห็นว่า นายสุรชัย รองประธานวุฒิสภา ที่ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ไม่ใช่ประธานวุฒิสภาที่จะปฏิบัติหน้าที่แทนรองประธานรัฐสภาได้ รวมทั้งนายสุรชัย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภาได้ทุกเรื่อง

ดังนั้นกับกรณี นายนิวัฒน์ธำรง จะถือว่าไม่มีอำนาจทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง ได้ด้วยหรือไม่

"ประเด็นนี้คณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.เห็นว่ามันมัดคอรัฐบาลเอง ถ้ารัฐบาลบอกว่านายนิวัฒน์ธำรง มีอำนาจทูลเกล้าและรับสนองพระบรมราชโองการร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งฯ ก็จะเกิดคำถามว่าแล้วทำไมกรณี นายสุรชัย จึงปฏิบัติหน้าที่แทนรองประธานรัฐสภาไม่ได้" แหล่งข่าวจากกกต.ระบุ

นอกจากนั้น ร่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งฯ มี พ.ร.ฎ.ยุบสภา ซึ่งออกโดยรัฐธรรมนูญเป็นฐานอยู่ เหมือนกับ ร่างพ.ร.ฎ.ขอเปิดประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา เพื่อถอดถอนบุคคล ก็ออกตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 ถ้าบอกว่า นายสุรชัย ทำหน้าที่ผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนรองประธานรัฐสภา เพื่อรับสนองพระบรมราชโองการแทนประธานรัฐสภาไม่ได้ฉันใดก็ฉันนั้น นายนิวัฒน์ธำรง ก็จะรับสนองพระบรมราชโองการร่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งฯ ไม่ได้เช่นกัน

2 ประเด็นทั้่งเรื่องอำนาจของผู้ปฎิบัติหน้าที่แทนนายกฯ และเรื่องที่กกต.ต้องการให้บรรจุความไว้ในร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ให้อำนาจ กกต. สามารถเสนอนายกฯ เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปได้ หากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบระหว่างจัดการเลือกตั้ง หาก "รัฐบาล" และ "กกต." เมื่อได้หารือกันแล้วยังเห็นไม่ตรงกัน ก็มีหวังที่จะถูกส่งเรื่องไปให้ "ศาลรัฐธรรมนูญ" วินิจฉัยชี้ทางออกอีกเช่นเคย

การเลือกตั้งที่"ฝ่ายรัฐบาล"ต้องการให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ก็อาจต้องล่าช้าออกไปอีก และจะมากล่าวโทษว่า "กกต."ยื้อบ้าง ไม่อยากจัดเลือกตั้งบ้าง ก็ดูจะไม่เป็นธรรมนัก เพราะ "สถานการณ์ทางการเมือง"เป็นอย่างไรก็รู้ ๆ กันอยู่

อีกทั้งหาก"กกต."ลุยดุ่มๆ เร่งจัดหย่อนบัตรเลือกตั้ง โดยไม่คิดคำนึงถึงสถานการณ์ และหาหนทางดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความรอบคอบและเรียบร้อย ถ้าเกิดการเลือกตั้งต้อง "โมฆะซ้ำ" ครั้งนี้กกต.จะปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เด็ดขาด ต้องรับผิดชอบไปคนเดียวเต็มๆ