อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ภายใต้ชื่อสหพันธ์อีสานล้านนา กดดันให้จับ"สุเทพ"พร้อมแกนนำกปปส. ลั่นไม่เอานายก ม.7
นายไพจิต ศรีวรขาน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.นครพนม ประธานสหพันธ์อีสานล้านนา เพื่อปกป้องประชาธิปไตย พร้อมคณะกรรมการสหพันธ์ฯ ร่วมจัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการชื่อเวทีว่า “สหพันธ์อีสานล้านนา เทิดทูนในหลวง ปกป้องประชาธิปไตย ต่อต้านนายกฯมาตรา 7” ให้กับสมาชิกสหพันธ์ฯ ที่เป็นอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสาน พร้อมผู้ติดตาม เดินทางมาร่วมสัมมนาฯ โดยมี อดีต ส.ส.อุดรธานี ทั้ง 9 คน , นายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี นำ ส.อบจ.อุดรธานี และ ผู้ติดตาม กว่า 250 คน ร่วมเวทีสัมมนา
โดยสหพันธ์อีสานล้านนา ปกป้องประชาธิปไตย ที่มี นายไพจิต ศรีวรขาน เป็นประธานฯ และประธานภาคอีสาน , นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย ประธานภาคเหนือ ตั้งขึ้นมาเป็นกลุ่มการเมืองอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีเป้าหมายในการเคลื่อนไหวต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. , วุฒิสภาฝ่ายตรงข้าม และองค์กรอิสระ ที่ต่างพยายามผลักดันให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลางหรือนายกรัฐมนตรี มาตรา 7 ทุกรูปแบบ
นอกจากนี้ผู้ร่วมสัมมนา ได้แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะกล่าวโจมตี ต่อต้าน ในการที่จะมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มาตรา 7 การปฏิวัติรัฐประหาร หรือการปฏิวัติซ่อนรูป ซึ่งสหพันธ์ฯ พร้อมจะนำสมาชิกของสหพันธ์ฯ ออกทำการต่อต้าน รวมถึงพร้อมที่จะสนับสนุนการชุมนุมของ นปช.ที่ ถ.อักษะ เนื่องจาก เป็นคนเสื้อแดงที่จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ประชาธิปไตย
นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี กล่าวว่า ต้องมีวิธีจัดการกับกลุ่มองค์กรอิสระทุกองค์กร สมควรที่จะต้องจัดให้มีการไล่ล่า และใช้วิธีการรุนแรงกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตามความคิดของนายเกียรติอุดม ได้รับการทักท้วงจากอดีต ส.ส.บางคน และเสนอว่าขอให้มีการล่ารายชื่อจำนวน 2 หมื่นรายชื่อ เสนอต่อวุฒิสภา ให้ทำการปลดบุคลากรองค์กรอิสระทุกองค์กรออกให้หมด
ต่อมา นายไพจิต ศรีวรขาน ประธาน สหพันธ์อีสานล้านนา ปกป้องประชาธิปไตย พร้อมคณะกรรมการฯ และผู้ร่วมสัมมนาฯ ได้ออกแถลงการณ์ของสหพันธ์อีสานล้านนา ฉบับที่ 1 โดยมีใจความคัดค้านการมีนายกรัฐมนตรีเถื่อน นอกกฎหมาย เรียกร้องตามแถลงการณ์ 3 ข้อ คือ 1.สหพันธ์ฯ ขอเรียกร้องให้ทหาร ตำรวจ ตลอดจนเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำหน้าที่ปกป้องสถาบันกษัตริย์ เนื่องจากสถาบันกษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง ประกอบกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้เคยทรงมีพระราชดำรัสไว้เกี่ยวกับมาตรา 7 แล้วว่าไม่เป็นประชาธิปไตย
ดังนั้นการที่มีบุคคล กลุ่มบุคคล สมคบกันเสนอนายกรัฐมนตรีที่มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงเป็นการกระทำที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท หากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังดำเนินการหาแนวทางแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มาตรา 7 หรือมีการปฏิวัติซ่อนรูป ด้วยการประกาศกฎอัยการศึก หรือวุฒิสมาชิกดำเนินการหาแนวทางด้วยการขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่ากลุ่มอำมาตย์หรือกลุ่มรับใช้อำมาตย์จะดำเนินงานในรูปแบบใด สหพันธ์ฯจะไม่ยอมรับอำนาจการปกครองของนายกรัฐมนตรีเถื่อน ที่มาจากการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยเด็ดขาด และจะต่อต้านอย่างถึงที่สุด
2.สหพันธ์ฯ ขอเรียกร้องให้ทหาร ตำรวจ ดำเนินการเข้าจับกุมกบฎสุเทพ เทือกสุบรรณ และกลุ่ม กปปส.ตามหมายจับของศาลในข้อหาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากนั้นยังได้บังอาจประกาศตั้งตัวเป็นองค์รัฎฐาธิปัตย์อย่างอุกอาจและยังร่วมกับบริวารกลุ่ม กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย
และ 3.สหพันธ์ฯ ขอเรียกร้องให้ กกต.ทำหน้าที่ตามกฎหมาย กำหนดวันเลือกตั้งโดยเร็วที่สุดเพื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาของประเทศโดยถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมาย ไม่ใช่พยายามไม่จัดการเลือกตั้งและแสดงอำนาจเหนือองค์กรอื่น ยุติการทำตนเป็นต้นเหตุของปัญหาและเป็นแนวร่วมสนับสนุนกลุ่มกบฎปล้นประชาธิปไตย ทำลายชาติอยู่ในขณะนี้
จากข้อเรียกร้องดังกล่าว ขอให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้ปรากฎผลสำเร็จโดยเร็ว หากข้อเรียกร้องไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจัง สหพันธ์ฯมีความจำเป็นต้องดำเนินการเคลื่อนไหวประชาชนในขอบเขตภาคอีสาน ภาคเหนือ และทั่วประเทศ เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ของเราอย่างจริงจังต่อไป





