มือกฎหมาย พท.งัดรธน.ยัน นายกฯ คนกลางเกิดไม่ได้ ขู่ดึงดันอาจก้าวล่วงสถาบัน
นายพิชิฏ ชื่นบาน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้โพสข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวผ่านบทความว่า บันทึกที่เห็นต่าง “รัฐบาลกลาง” ทางออกให้ประเทศวุฒิสภาทำไม่ได้ในกรอบรัฐธรรมนูญว่า การดำเนินการของนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่ประธานวุฒิสภา กับกลุ่มส.ว.จำนวนหนึ่ง เพื่อให้มีรัฐบาลกลางหรือนายกรัฐมนตรีคนกลาง เป็นการทำให้บรรลุเป้าหมายของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น เช่น กลุ่มกปปส. บรรดาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มิใช่ประชาชนทั้งประเทศ การพิจารณาผู้ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และ 173 เป็นหน้าที่โดยตรงของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้อำนาจของนายกรัฐมนตรียึดโยงกับประชาชน มิได้ให้อำนาจวุฒิสภาดำเนินการ
ดังนั้นวุฒิสภาไม่อาจจัดการประชุมวุฒิสภาในระหว่างที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือถูกยุบเพื่อพิจารณาผู้ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีได้ อีกทั้งยังไม่รวมถึงบทบัญญัติที่ให้อำนาจแก่ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี นายสุรชัยขณะนี้ยังเป็นแค่เพียงรองประธานวุฒิสภาเท่านั้นหรือแม้แต่เป็นประธานวุฒิสภาเองก็ตามรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้บัญญัติให้อำนาจไว้
นายพิชิต ระบุด้วยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2557 ได้วินิจฉัยไว้ชัดแจ้งแล้วว่า รัฐมนตรีใดที่ไม่ขาดคุณสมบัติและมีคุณสมบัติต้องห้าม ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีใหม่ แสดงว่าปัจจุบันยังคงมีคณะรัฐมนตรีทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ การตั้งรัฐบาลกลาง ขึ้นซ้อนหรือซ้ำกับรัฐบาลที่ยังมีอยู่ จึงไม่อาจทำได้ อีกทั้งการตั้งรัฐบาลกลางในขณะที่ยังมีรัฐบาลที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 อยู่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 จะถือว่าผู้กระทำการละเมิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 หรือไม่ สุดท้ายของบันทึกนี้ ยืนยันเหตุและผลตามหลักกฎหมาย และมั่นใจว่าไม่บิดเบือนหรือสร้างเงื่อนปมให้กับวิถีการปกครองแบบรัฐสภาของประเทศนี้อย่างเด็ดขาด แต่บันทึกฉบับนี้อาจจะเป็นโซ่ตรวนกับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น แต่มิใช่ประเทศที่ตนหวัง เกิด และตาย ในประเทศนี้อย่างแน่นอน





