"วุฒิสภา"ขีดเส้น 3 วัน ให้หน่วยงานให้ความร่วมมือตามแถลงการณ์ หากไม่ทำเตรียมเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกฯ "สุรชัย"เผย19พ.ค.นี้คุย"นิวัฒน์ธำรง"
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา แถลงเพิ่มเติมต่อกรณีการหารือร่วมกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ ฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกฯรักษาการ ในวันที่ 18 พ.ค. นี้ว่าหลังการหารือแล้วอาจต้องมีการปรับสูตรทางออกของปัญหาบ้านเมืองอีกครั้ง เพราะการพูดคุยเพื่อชวนมาร่วมทำงานต่อการหาทางออกให้ประเทศ ทั้งนี้ยอมรับว่าเหนื่อยที่ทำงานเพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นได้วิงวอนขอให้ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมทำงานเพื่อให้ประชาชนมีความหวังว่าหน่วยงานภาครัฐได้ร่วมกันแก้ปัญหาให้บ้านเมือง นอกจากนั้นตนขอทำความเข้าใจไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับปัญหาความขัดแย้งว่า วุฒิสภาไม่ใช่พรรคการเมืองและสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 150 คนไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง ดังนั้นขอให้ไว้วางใจให้กับวุฒิสภาด้วย
นายสุรชัย กล่าวด้วยว่าสำหรับที่แนวคิดแก้ปัญหาของวุฒิสภา ไม่ได้มุ่งเฉพาะประเด็นการหานายกฯ มาตรา 7 หรือ ครม.เฉพาะกิจ แต่ได้คิดจากสภาพที่มี ครม. มีอำนาจอย่างจำกัดต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ส่งผลกระทบต่อระบบราชการ ดังนั้นแนวทางที่คิด คือ ต้องมี ครม. ที่มีอำนาจเต็มเพื่อบริหารราชการ ทั้งนี้เพื่อช่วยรัฐบาลรักษาการแก้ปัญหาให้บ้านเมืองและให้ระบบราชการเดินหน้าได้
"หากรัฐบาลได้ฟังแถลงการณ์ และเห็นว่าตัวเองมีข้อจำกัด และส่งผลเสียหายต่องานบริหารราชการ เชื่อว่าท่านพิจารณาได้ ที่ถามว่ารัฐบาลต้องลาออก หรือ วุฒิสภาจัดให้มีรัฐบาลใหม่เมื่อไร หรือไม่ ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง ภาระของวุฒิสภาจะเบาลงไปเยอะ เราพยายามทำหน้าที่ในขอบเขตของเรามากที่สุด เว้นแต่ความพยายามของวุฒิสภาไม่ประสบความสำเร็จ โดยวุฒิสภาไม่สามารถละทิ้งประเทศไทยได้"นายสุรชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าการหารือกับรัฐบาลจำเป็นต้องปรับความเข้าใจต่ออำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า "อย่าใช้คำว่าปรับความเข้าใจ ขอใช้คำว่าแลกเปลี่ยนคุยบนพื้นฐานของความเป็นจริง ในเชิงกฎหมายและข้อเท็จจริง ก่อนที่ตนเข้าห้องประชุมวุฒิสภานอกรอบได้มีเครือข่ายเกษตรกรได้ยื่นหนังสือเรียกร้องทวงเงินค่าจำนำข้าว และได้กล่าวว่าปีนี้เผาหลอก อีกไม่กี่เดือนเผาจริง อันนี้เป็นคำตอบได้หรือไม่ ตามคำถามที่ได้ถามไป"
ด้านนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ในฐานะคณะทำงานประสานองค์กรและสรุปข้อมูลของวุฒิสภาเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แถลงเพิ่มเติมด้วยว่าการพิจารณาว่าวุฒิสภาจะดำเนินการตามเงื่อนไขข้อที่ 3 ต่อประเด็นการจัดประชุมตามข้อบังคับวุฒิสภาเป็นกรณีพิเศษ นั้นอาศัยตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ.2551 ข้อ 14 วรรคท้าย ที่ระบุว่า ในกรณีที่ประธานวุฒิสภาเห็นสมควรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภาเข้าชื่อร้องขอต่อประธานวุฒิสภาให้เรียกประชุมเป็นพิเศษ ก็ให้เรียกประชุมได้ และขณะนี้นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ถือว่ามีสามารถดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ ส่วนกรอบเวลาที่วุฒิสภาจะตัดสินใจว่าจะเริ่มดำเนินการตามเงื่อนไขที่ 3 เมื่อใดนั้น เบื้องต้นจะดำเนินการโดยเร็วที่สุด ส่วนจะเป็นภายหลังจากวันที่ 6 มิ.ย. ที่ถือเป็นวันครบกำหนดที่ต้องมีนายกฯ เข้าปฏิบัติหน้าที่หลังจากการยุบสภาหรือไม่นั้น ก็ต้องพิจารณาดำเนินการให้เร็ว
"โดยเร็วที่สุดนั้น คือต้องขึ้นอยู่กับส.ว. ถ้าเราดำเนินการใดๆ ไปแล้วตามขั้นตอน 1,2,3 ไม่ใช่ดำเนินการไปหลายสัปดาห์ ภายใน 1-3 วันนี้ต้องได้รับความร่วมมือมือที่ชัดเจนและถ้าประเทศเดินต่อไปไม่ได้และมีปัญหา วุฒิสภาต้องดำเนินการตามกระบวนการของเรา" นายสมชาย ระบุ
เมื่อถามว่าต่อกระบวนการทำคลอดนายกฯ หรือ ครม. คนกลาง จะวางกรอบอำนาจอย่างไร นายสมชาย กล่าวว่า เป็นโจทย์ที่นายสุรชัย ต้องไปหารือกับรัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบัน





