วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'แนะคุณสมบัติ3ข้อ'นายกฯเฉพาะกาล'

“อภิสิทธิ์”แนะ3คุณสมบัติ“นายกฯเฉพาะกาล” เตือน“ส.ว.”หากทำไม่เสร็จต้องรับผิดชอบ ยกรธน.เปิดทาง “รบ.เฉพาะกาล” หนุนแถลงการณ์ผบ.ทบ.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแถลงการณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ว่า เป็นการปรามให้เห็นว่าถ้าการเมืองไม่สามารถคลี่คลายปัญหาได้ ทางกองทัพจึงต้องมีบทบาทในการแก้ปัญหาด้วย ซึ่งมีการคาดการกันไปว่ารูปแบบที่กองทัพจะออกมาคืออะไร บางคนคิดถึงกฎอัยการศึก บางคนตีความไปไกลกว่านั้น แต่การที่กองทัพให้กำลังใจคนที่แก้ปัญหา ก็ถือเป็นให้ความมั่นใจกับทางวุฒิสภา เป็นหลักประกันให้คนที่แก้ปัญหาบนความถูกต้องขอให้ทำไป ส่วนฝ่ายที่พยายามสกัดกั้นด้วยวิธีการไม่ถูกต้อง กองทัพจะเข้ามาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหารุนแรง

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่มีข้อโต้แย้งว่ารัฐบาลต้องอยู่เพื่อรักษาการต่อ จึงห้ามไม่ให้มีคนใหม่เข้ามา ถือเป็นคนละเรื่องกันโดยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 กำหนดให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ส่วน มาตรา 181 ระบุว่า คนที่พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 180 ให้ทำหน้าที่รักษาการ จนกว่ารัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ แต่รัฐบาลกลับไปอ้าง มาตรา 181 เป็นหลัก และมาตรา 180 บอกชัดว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ให้ดำเนินการตามมาตรา 172 และ 173 ให้เห็นชอบบุคคลมาเป็นนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นการบอกว่าห้ามสรรหาคนใหม่นั้นไม่จริง เพียงแต่การสรรหาคนใหม่เกิดปัญหา คือ ไม่มีสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นเอง และสิ่งที่คณะของวุฒิสภากำลังดำเนินการ คือ ตามมาตรา 180 ที่ให้ดำเนินการตาม 172 และ 173 โดยอนุโลม และสิ่งที่วุฒิสภาทำ เป็นการหาทางออกให้ประเทศ แต่กลับมีคนกลุ่มเดียวที่พยายามจะอยู่ในอำนาจ ท่ามกลางความเสียหายของบ้านเมือง เป็นคนกลุ่มเดียวที่นอกจากไม่ร่วมมือแล้วยังพยายามเล่นงานวุฒิสภาอีก

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า กล่าวถึงคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลว่า ควรมีคุณสมบัติ คือ 1.เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย โดยผู้ที่ทำหน้าที่สรรหานายกฯเฉพาะกาล จะต้องไปสอบถามฝ่ายต่างๆที่เป็นคู่ขัดแย้งว่าบุคคล ที่ได้รับการเสนอชื่อมานี้เป็นที่ยอมรับหรือไม่ 2.ไม่ควรสังกัดหรือเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง และน่าจะประกาศด้วยว่าจะไม่ลงเลือกตั้ง 3.ต้องเป็นบุคคลที่มีความเชื่อที่จะนำพาประเทศเข้าสู่การปฏิรูป และกลับสู่ระบบการเลือกตั้ง เพราะถ้าเป็นคนที่ไม่มีใจที่จะปฏิรูปเลย เข้ามาอยู่เฉยๆคงแก้ปัญหาไม่ได้ โดยวุฒิสภาควรพูดให้ชัดตั้งแต่ต้น ว่ารัฐบาลเฉพาะกาลต้องทำอะไรบ้าง อยู่นานเท่าไหร่ และขอเป็นกำลังใจให้คนที่ทำงานได้ทำงานให้เสร็จและครบ แต่ถ้าท่านไม่ตัดสินใจนั่นคือการตัดสินใจแบบหนึ่งท่านก็ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน

“ ถามว่าทำไมรัฐบาลกลายเป็นคนกลุ่มเดียวที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลย กับความสับสน ความขัดแย้ง ความสุ่มเสี่ยงของความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น แล้วคนทั้งประเทศเขากังวล ทำไมรัฐบาลกลายเป็นคนกลุ่มเดียวที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยว่า ตัวเองบริหารไม่ได้ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจากของแพง เกษตรกรไม่มีมาตรการอะไรเลยมาดูแลพืชผลทางการเกษตรในขณะนี้ ปัญหานักลงทุนขาดความมั่นใจ เพราะความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้ทุกคนทุกฝ่ายและสังคม ประเทศชาติ เศรษฐกิจเดือดร้อนนี้ ทำไมรัฐบาลซึ่งเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงสุดในเรื่องนี้ด้วยซ้ำเพราะเป็นฝ่ายบริหาร ไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลย ไม่คิดเลยว่าจะแก้ปัญหา ใครจะแก้ปัญหากลับไปพยายามสกัดกั้นเขาเสียอีก ข่มขู่เขาเสียอีก เพราะอะไรครับ นอกจากการที่จะอยู่ในอำนาจต่อไป” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ยังใช้อำนาจรัฐไปเป็นประธานที่ประชุม ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) และสั่งการดำเนินการกับผู้ที่ถูกหมายจับทั้ง 30 รายนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอเตือนไปยังเจ้าหน้าที่คิดให้ดีว่าทำผิดกฎหมายหรือเปล่า เพราะถ้าร.ต.อ.เฉลิมไม่มีอำนาจ ก็แสดงว่าไปสั่งการทำให้ ศอ.รส.ทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ นอกจากไม่ได้ทำอะไรที่ช่วยให้ประเทศมีความมั่นคงแล้ว ยังเป็นเครื่องมือทางการเมืองอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเรื่องของความมั่นคง ไม่ควรนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเด็ดขาด ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่กลับเป็นเครื่องมือทางการเมืองด้วย อย่างนี้บ้านเมืองก็จะมีปัญหาไม่จบไม่สิ้น