วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วุฒิฯ'แถลงผ่าทางตันปท.มีรัฐบาลกลางตามรธน.

"วุฒิสภา"แถลงได้แรงหนุนจากกองทัพ-ส่วนราชการ-สื่อฯ-เอ็นจีโอ-วงประชุมอธิการบดี ให้ผ่าทางตันประเทศ

คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมือง แถลงผลการหารือร่วมกับที่ประชุมอธิการบดี, หน่วยงานความมั่นคง, ส่วนราชการ, องค์กรสื่อมวลชนและกลุ่มเอ็นจีโอ โดยนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา แถลงว่าองค์กรที่ได้หารือกับวุฒิสภาเห็นร่วมกันว่าต้องมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ ส่วนแนวทางจะเป็นอย่างไรนั้นต้องรอการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภา ในวันที่ 16 พ.ค. โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา จะเป็นผู้แถลงผลสรุปอีกครั้งหนึ่ง ในช่วงบ่าย อย่างไรก็ตามหลังจากที่วุฒิสภาแถลงแนวทางแก้ปัญหาบ้านเมืองแล้ว ในวันที่ 17 พ.ค. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯ ฐานะปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ได้ประสานร่วมหารือกับคณะทำงานแล้ว ส่วนเวลาและสถานที่นั้นจะมีการประสานกันอีกครั้ง ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้กลุ่มนปช. ตอบรับการหารือร่วมกับวุฒิสภาด้วยและอย่าสร้างเงื่อนไขใดที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้น

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับแนวทางของวุฒิสภาต่อการหาทางออกนั้นยืนยันว่าจะไม่ใช่แนวทางที่อยู่รัฐธรรมนูญ ส่วนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนกลางภายใต้รัฐธรรมนูญนั้น หากจะเป็นบทบัญญัติในมาตรา 7 ยังถือว่าเป็นแนวทางที่อยู่ในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน

ขณะที่พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่าตามที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าหากมีรัฐบาลเฉพาะกิจแล้วจะเป็นการทับซ้อนรัฐบาลรักษาการชุดปัจจุบัน นั้น ตนมองว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ แต่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 และในวรรคท้ายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 180 ที่มีบทบัญญัติให้สรรหานายกฯ ตามมาตรา 172 โดยอนุโลมนั้น ตามกระบวนการที่ได้หารือกับนายบวรศักดิ์ อุวรรโณ และ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ฐานะกรรมการกฤษฎีกา พบว่าวุฒิสภาสามารถใช้อำนาจโดยอนุโลมตามมาตรา 180 วรรคท้ายได้ ดังนั้นเมื่อมีนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลแล้วโดยการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จะทำให้รัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ปัจจุบันหมดหน้าที่ไป ดังนั้นจึงไม่ถือว่าทับซ้อนระหว่างรัฐบาล