เพื่อไทยออกแถลงการณ์ขู่ไม่ร่วมสังฆกรรมกับส.ว. อัด"สุรชัย"หนุน"สุเทพ"อาจโดนข้อหากบฎด้วย ลั่นหากมีการตั้งนายกฯ ประชาชนลุกฮือต้านแน่
ที่พรรคเพื่อไทย คณะกิจการพรรคเพื่อไทย นำโดยพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย และคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงการออกแถลงการณ์คัดค้านแนวทางการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีนอกรัฐธรรมนูญ โดยนายชูศักดิ์เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ว่า ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศและทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และประธานวุฒิสภา เพื่อให้ประชุมร่วมกันเพื่อหาแนวทางที่จะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ได้ขานรับข้อเสนอของนายสุเทพ และได้เรียกประชุมวุฒิสภาเป็นการด่วน รวมทั้งยังเชิญตัวแทนรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมหารือด้วยนั้น พรรคเพื่อไทยขอแถลงการณ์มายังประชาชนทั้งประเทศดังนี้ พรรคเห็นว่าการดำเนินการของนายสุรชัยในการเรียกประชุมวุฒิสภานั้น ไม่อาจกระทำได้ แม้นายสุรชัยจะอ้างว่าเป็นการประชุมนอกรอบก็ตาม เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 132 บัญญัติว่า ในระหว่างอายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง หรือสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบ จะมีการประชุมวุฒิสภามิได้ และรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ชัดเจนถึงอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือรัฐสภา เรื่องใดที่ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภาก็จะมีบัญญัติไว้โดยชัดเจนเช่นกัน กรณีการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งนายกฯ นั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา 171 และ 172 บัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ ไม่ได้บัญญัติให้วุฒิสภาทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาจึงไม่มีอำนาจพิจารณาในเรื่องดังกล่าว
นายชูศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในกรณีที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร รัฐธรรมนูญได้กำหนดขั้นตอนไว้ชัดเจนถึงการได้มา ซึ่งไม่มีช่องทางใดเลยที่จะมีการแต่งตั้งนายกฯ คนใหม่ในระหว่างที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร การกระทำการใดๆของวุฒิสภาเพื่อให้ได้มาซึ่งนายกฯ คนใหม่นั้น เป็นการดำเนินการที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย เพราะขณะนี้มีรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในระหว่างยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีตามปกติ เว้นแต่มีข้อจำกัดตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (1) ถึง (4) เท่านั้น การที่คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ซึ่งเป็นรองนายกฯ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ นั้น ก็เป็นการดำนินการโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย จะอ้างว่านายนิวัฒน์ธำรงไม่มีอำนาจทำหน้าที่แทนนายกฯ เพื่อหาทางแต่งตั้งนายกฯคนใหม่นั้นย่อมไม่อาจทำได้โดยเด็ดขาด
ทั้งนี้ แม้จะมีการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและกฎหมายจนได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามความต้องการของนายสุเทพกับพวกก็ไม่อาจดำเนินการปฏิรูปประเทศได้ เพราะการปฏิรูปประเทศไทยจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยกระบวนการทางรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เมื่อกระบวนการได้มาของนายกฯไม่ถูกต้องและถูกต่อต้านตั้งแต่แรก ก็ไม่มีหนทางที่จะดำเนินการปฏิรูปประเทศได้ พรรคจึงเห็นว่าข้ออ้างเรื่องการปฏิรูปนั้นเป็นเพียงฉากหน้าให้ดูดีเท่านั้น แต่เบื้องหลังคือการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองโดยไม่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งเท่านั้น และตอนนี้นายสุเทพและพวกถูกกล่าวหาและถูกออกหมายจับในข้อหากบฏ การที่นายสุรชัยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน อำนวยความสะดวกให้กับนายสุเทพเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายของนายสุเทพคือ การแต่งตั้งนายกฯคนใหม่ ย่อมมีผลเท่ากับนายสุรชัยกระทำการล้มล้างรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจฝ่ายบริหาร หรือเพื่อให้ใช้อำนาจดังกล่าวอันเข้าข่ายเป็นผู้กระทำความผิดฐานเป็นกบฏเสียเอง หรือสนับสนุนให้นายสุเทพกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ
นายชูศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ความพยายามในการแต่งตั้งนายกฯ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญถือเป็นการกระทำอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หากยังคงดำเนินการต่อไปย่อมเป็นสิทธิของประชาชนที่จะออกมาต่อต้านการกระทำดังกล่าวได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 69 เมื่อถึงเวลานั้นหากเกิดอะไรขึ้นนายสุรชัยและสมาชิกวุฒิสภาจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ และนายกฯ ที่แต่งตั้งขึ้นใหม่โดยผิดกฎหมายนั้นก็จะถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากประชาชน ไม่มีทางที่จะบริหารราชการแผ่นดินได้ ปัญหาอาจจะลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมืองได้ พรรคขอเรียกร้องให้นายสุรชัยและสมาชิกวุฒิสภายุติการดำเนินการใด ๆ ที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของตน และโดยวิธีการที่ผิดรัฐธรรมนูญ
ส่วนกรณีที่นายนายสุรชัยเชิญองค์กรและบุคคลต่างๆ เข้าร่วมหารือโดยอ้างว่าเพื่อหาทางออกของประเทศนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงการกระทำเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนเองที่จะดำเนินการตามแนวทางของนายสุเทพ จะเป็นการสร้างปัญหาที่ใหญ่หลวงให้กับประเทศมากกว่าที่จะแก้ปัญหา พรรคจึงไม่อาจเข้าร่วมหารือกับนายสุรชัย หากนายสุรชัยจะดำเนินการอะไรไปก็ต้องรับผิดชอบเอาเอง ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้นายสุรชัยและสมาชิกวุฒิสภายุติการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อันมีผลเป็นการสนับสนุนข้อเรียกร้องและให้ความช่วยเหลือนายสุเทพกับพวกโดยทันที ปล่อยให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินการไปภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เกิดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว





