วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิด3ปมเลื่อนเลือกตั้ง

กกต.ชงรัฐขอมีอำนาจในพ.ร.ฎ.-เบรกย้าย"คำรณวิทย์"เปิด3ปมเลื่อนเลือกตั้ง

รัฐบาลขอกกต.เลื่อนถกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งเป็นวันนี้ ขณะที่กกต.เตรียมยก 3 ปัจจัยขอมีอำนาจเลื่อนวันหย่อนบัตรบรรจุไว้ในพ.ร.ฎ."รับสมัครส.ส.ทั้ง 375เขตไม่ได้-มีปัญหาบัตรเลือกตั้ง-เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดวุ่น"เผยเหตุเบรกย้าย "คำรณวิทย์" ไปภาค5หวั่นเอื้อประโยชน์เลือกตั้ง

การหารือระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)กับฝ่ายรัฐบาล เกี่ยวกับร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อวานนี้ เพราะฝ่ายรัฐบาลขอเปลี่ยนแปลงสถานที่หารือที่สำนักงาน กกต. มาเป็นโรงเรียนนายเรืออากาศ ดอนเมืองแทน ในวันนี้(15 พ.ค.)

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่มีการเลื่อนวันหารือระหว่างกกต.กับรัฐบาลว่า เดิมมีการนัดหมายกันล่วงหน้า 1 สัปดาห์ สถานที่หารือคือสำนักงานกกต.ในที่ 14 พ.ค. เวลา 14.00 น. แต่ปรากฏว่าเวลา 11.30 น.รัฐบาลได้ประสานมาขอเปลี่ยนสถานที่หารือเป็นที่โรงเรียนนายเรืออากาศดอนเมือง ในวันที่ 15 พ.ค. เวลา 10.00 น. โดยให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัย ทางกกต.หารือกันแล้วไม่ขัดข้อง

นายสมชัย กล่าวว่า ประเด็นหารือยืนยันว่ากกต.ต้องการให้บรรจุข้อความในพ.ร.ฎ.ในมาตรา 4 กรณีที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นรัฐบาลสามารถเลื่อนการเลือกตั้งตามที่กกต.ร้องขอ ซึ่งในการเลื่อนการเลือกตั้งกกต.ได้แยกเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้ 3 สาเหตุที่อาจเกิดขึ้นก่อนถึงวันเลือกตั้งและอาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

โดยสาเหตุที่ 1 จะทำให้ต้องเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป 1 สัปดาห์ สาเหตุที่ 2 ต้องเลื่อนออกไป 2 สัปดาห์ และสาเหตุที่ 3 ต้องเลื่อนออกไป 1 เดือน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะเกรงว่าจะเป็นการชี้นำ

นอกจากนี้จะมีการหารืออำนาจผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯว่าจะมีอำนาจทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการได้หรือไม่ โดยกรณีนี้กกต.ได้ข้อยุติแล้วแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะไปรายงานต่อรัฐบาลก่อน

เปิด3เหตุกกต.ขออำนาจเลื่อนเลือกตั้ง

ด้านแหล่งข่าวจากกกต.เปิดเผยว่า ในการประชุมกกต.ที่ประชุมได้พิจารณาความเห็นของคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายทั้งในประเด็นว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ มีอำนาจทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการ และรักษาการร่างพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.

รวมทั้งประเด็นที่กกต.จะให้การเพิ่มเติมข้อความว่า หากเกิดเหตุสุดวิสัยให้รัฐบาลออกพ.ร.ฎ.เลื่อนวันเลือกตั้งตามที่กกต.ร้องขอ ไว้ในมาตรา 4 ของร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าว

ทั้งนี้ที่ประชุมเห็นว่าในการหารือกับรัฐบาลนั้น กกต.ควรจะหารือในประเด็นเรื่องการบรรจุถ้อยคำในมาตรา 4 ก่อน โดยกกต.จะบอกถึงเหตุผลที่กกต.เห็นว่าจำเป็นต้องมีการบัญญัติข้อความดังกล่าวไว้ เพื่อหากเกิดปัญหาก็จะไม่ทำให้การเลือกตั้งสูญเปล่า

โดย 3 เหตุที่กกต.มอง หากเกิดขึ้นจำเป็นต้องขอให้รัฐบาลออกพ.ร.ฎ.เลื่อนวันเลือกตั้ง คือ 1.กรณีไม่สามารถทำให้เกิดการรับสมัครส.ส.ทั้ง 375 เขตเลือกตั้งได้ กกต.คาดว่าจะใช้เวลาแก้ปัญหาและเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมไปประมาณ 1 สัปดาห์

2.กรณีเกิดปัญหาเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดล้อมโรงพิมพ์บัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งไม่สามารถกระจายไปยังหน่วยเลือกตั้งได้ กกต.คาดว่าจะใช้เวลาแก้ปัญหาและเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมไปประมาณ 2 สัปดาห์

และ 3 กรณีลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัด กกต.คาดว่าจะใช้เวลาแก้ไขปัญหาและเลื่อนวันเลือกตั้งจากเดิมไปประมาณ 1 เดือน โดยกรณีนี้กกต.เห็นว่าไม่สามารถใช้มาตรา 78 ของพ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. สั่งระงับการลงคะแนนแล้วจึงค่อยไปจัดการลงคะแนนในภายหลัง เพราะจะเสี่ยงต่อการถูกตีความเป็นการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งการเลือกตั้งได้ในบางหน่วยเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง จะมีผลชี้นำการลงคะแนนล่วงหน้านอกเขตที่จัดขึ้นทดแทนได้

จากนั้นกกต.จึงจะมีการหารือในประเด็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ซึ่งที่ประชุมก็เห็นว่ารัฐบาลต้องตอบให้ได้ถึงความแตกต่างระหว่างกรณีที่รัฐบาลโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานวุฒิสภา ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นรองประธานรัฐสภา ที่จะรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯพ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญของรัฐสภาเพื่อถอดถอนบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 273 ได้ว่าแตกต่างอย่างไร กับการที่รัฐบาลโดยคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่ในการทูลเกล้าฯและรับสนองพระบรมราชโองการร่างพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง

โดยหากทั้ง 2 ประเด็นรัฐบาลยังมีความไม่ชัดเจน กกต.ก็จะเสนอให้มีการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาชุดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย 100 กว่าคนได้พิจารณา หากได้ผลอย่างไรกกต.จึงมีการพิจารณาอีกครั้ง และถ้ากกต.มีความเห็นแตกต่าง ก็จะมีการเสนอทั้ง 2 ประเด็นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยโดยใช้ช่องทางความขัดแย้งระหว่างองค์กรตามรัฐธรรมนูญมาตรา 214

กกต.เบรกย้าย"คำรณวิทย์"ไปภาค5

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กกต.ยังไม่มีมติเห็นชอบให้มีการย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และให้ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภาค 5 มาดำรงตำแหน่ง ผบช.น.

เนื่องจากเห็นว่าเป็นการโยกย้ายนอกฤดูกาล และพื้นที่ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะไปดำรงตำแหน่งเป็นฐานคะแนนเสียงของบางพรรคการเมือง อาจทำให้มีผลได้เปรียบเสียเปรียบต่อการเลือกตั้ง เอื้อประโยชน์ทางการเมือง จึงให้เชิญ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาชี้แจงในวันที่ 20 พ.ค. หากไม่มีถือว่าไม่ติดใจ

แหล่งข่าวจากกกต.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวที่ประชุมเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 181 กำหนดให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทำได้เท่าที่จำเป็น ซึ่งพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เหลืออายุราชการเพียง 4 เดือน อีกทั้งขณะนี้เป็นช่วงนอกฤดูกาลโยกย้าย ดังนั้นการโยกย้ายดังกล่าวมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนอย่างไร และ พ.ต.ท.คำรณวิทย์ เต็มใจหรือไม่

ศาลออกหมายจับ30กปปส.คดีกบฏ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญาได้อนุญาตออกหมายจับนายถาวร เสนเนียม พร้อมพวก รวม 30 คน ซึ่งเป็นแกนนำ กปปส. และแกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท.ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ และข้อหาอื่นๆ รวม 8 ข้อหา จากที่พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอยื่นคำร้อง จำนวน 43 คน โดยศาลได้อนุญาตให้ออกหมายจับ ผู้ต้องหาดังกล่าวรวม 30 ราย เพื่อนำตัวมาฟ้องคดี โดยให้หมายเหตุว่าเจ้าพนักงานมีอำนาจควบคุม ผู้ถูกออกหมายจับ ได้เพียงเท่าที่จำเป็น ในการนำตัวมาส่งฟ้องต่อศาลเท่านั้น

ขณะเดียวกันให้ยกคำร้องขอหมายจับนายสมศักดิ์ โกสัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา พร้อมพวก รวม 13 คน เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาดังกล่าว อยู่ระหว่างการปล่อยชั่วคราวของศาล อยู่ในอำนาจของศาลแล้ว และไม่ปรากฏว่าจำเลยหลบหนีระหว่างปล่อยชั่วคราว

"คนบัวแก้ว"ซัดแถลงการณ์อาเซียนแทรกไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ในนาม Free Buakeaw Movement (กลุ่มบัวแก้วเสรี) ประณามแถลงการณ์ของที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่พาดพิงถึงการเมืองไทย

โดยแถลงการณ์ระบุว่า ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการออกแถลงการณ์ของผู้นำอาเซียน โดยระบุว่าแถลงการณ์ดังกล่าวเป็นความพยายามของผู้อาเซียน ที่มีสายสัมพันธ์กับอดีตนายกฯไทย ในการล็อบบี้ประเทศสมาชิกให้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในไทย

แถลงการณ์ของกลุ่มบัวแก้วเสรีระบุว่า แถลงการณ์ร่วมของผู้นำอาเซียนครั้งนี้ ถือว่าเป็นการละเมิดบทบัญญัติอาเซียนอย่างรุนแรงที่จะไม่เข้าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศสมาชิก และยังเป็นการละเมิดวัตถุประสงค์ของธรรมนูญอาเซียนที่จะเคารพอิสรภาพ อธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน และการดำรงชีวิต โดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก

กลุ่มบัวแก้วเสรีขอประณามการกระทำดังกล่าว (การออกแถลงการณ์ร่วมของที่ประชุมสุดยอดอาเซียน) ที่ใช้ถ้อยคำที่หยาบคายจากประเทศสมาชิก และกลุ่มบัวแก้วเสรีเชื่อว่า ภาวะชะงักงันทางการเมืองในประเทศไทยต้องการความร่วมมือของคนไทยในการจัดการสปิริตของอาเซียน และบทบัญญัติของอาเซียน ปัญหากิจการภายในต้องจัดการโดยประชาชนของประเทศนั้น การใช้อิทธิพลจากภายนอกด้วยแรงจูงใจที่ซ่อนเร้น จะต้องไม่มีที่ยืนในกิจการภายในของประเทศไทย

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2557 ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศพม่า ในที่ประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จัดขึ้นก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 24 ได้ออกแถลงการณ์ต่อสถานการณ์ทางการเมืองของไทย มีเนื้อหาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในไทยด้วยสันติวิธี โดยเรียกร้องให้ทุกกลุ่มแก้ไขความท้าทายที่เกิดขึ้นด้วยการเจรจาหาทางออก บนพื้นฐานของการเคารพต่อกฎหมายและหลักการแห่งระบอบประชาธิปไตย