"นิวัฒน์ธำรง"เล็งเชิญส.ว.ถกวงเล็กที่สนง.ปลัดกลาโหม ระบุยินดีหารือ แต่ขอเลี่ยงจุดที่มีม็อบ
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี แถลงที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมถึงอำนาจหน้าที่ของครม.และตนในฐานะปฎิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ว่าความเป็น ครม.มีอยู่สมบูรณ์โดยอ้างอิงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้รัฐมนตรีที่เหลือทั้ง 25 คนต้องอยู่ปฎิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจะเข้ามาปฎิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 180,181 และ182 และเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้หลายครั้ง เช่น สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี หรือสมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นต้น ที่สำคัญคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันกับทุกองค์กร ทั้งครม.วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร หรือศาล จะต้องยึดถือคำวินิจฉัยดังกล่าวด้วย
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ในส่วนการปฎิบัติหน้าที่ของตนนั้นตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 10 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าให้ครม.ชุดที่เหลือปฎิบัติหน้าที่โดยเลือกตนมาปฎิบัติหน้าที่แทนนายกฯโดยต้องปฎิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ตามมาตรา 178 ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเด็ดขาดมีผลผูกพันตามกฎหมาย ดังนั้นครม.ที่เหลืออยู่จะยังคงมีอยู่และทำหน้าที่ต่อไป
ดังนั้นในขณะนี้ตนมีอำนาจหน้าที่แทนนายกฯ ซึ่งหมายถึงมีอำนาจเท่ากับนายกฯเรื่องการทูลเกล้าฯ ไม่ว่าจะเป็นพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งสามารถทำได้ โดยมีกฎหมายอ้างอิงตามรัฐธรรมนูญ 189 ที่ระบุชัดเจนว่าผู้รับสนองพระบรมราชโองการฯจะต้องเป็นรัฐมนตรีขึ้นไป และรัฐธรรมนูญ มาตรา 195 สำหรับพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งนั้นถือเป็นกฎหมายของฝ่ายบริหาร ไม่ใช่เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ หมายความว่าถ้ามีการออกกฎหมายดังกล่าวแล้วไม่ต้องส่งให้สภาโหวตพิจารณาอีก กรณีการทูลเกล้าฯเพื่อเสนอพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งนั้น รองนายกฯปฎิบัติหน้าที่แทนนายกฯสามารถดำเนินการได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุลักษณะนี้มาแล้ว
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวต่อว่า ในส่วนของที่มาและคุณสมบัติของนายกฯ ขณะนี้มีการพูดว่านายกฯจะมาจากมาตราอื่นได้หรือไม่นั้น ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจนว่านายกฯจะต้องมาจากส.ส.จะต้องมีการเลือกตั้ง มีการประชุมสภาฯและส.ส.ผู้นั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาฯจึงจะตั้งมาเป็นนายกฯได้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 171,172 ส่วนรัฐธรรมนูญมาตรา 7 หรือมาตราอื่นๆไม่มีการกำหนดชัดเจน อีกทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งที่ 9/2557 ระบุไว้ชัดเจนให้รัฐมนตรีที่เหลือรวมทั้งปฎิบัติหน้าที่แทนนายกฯจะต้องปฎิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าครม.ที่มาจากการเลือกตั้งจะเข้ามาทำหน้าที่แทน ซึ่งผูกพันมาถึงครม.ดังนั้นครม.คนใดคนหนึ่งจะบอกว่าจะขอลาออกถือว่าผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูหมายความว่าไม่สามารถทำได้ หากมีการกระทำดังกล่าวจะกลายเป็นประเด็นที่ถูกฟ้องร้อง
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวอีกว่า ส่วนคำถามที่ว่ารัฐบาลจะปฏิเสธข้อเสนอของวุฒิสภาและฝ่ายต่างๆเรื่องการตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลางหรือมาตรา7ใช่หรือไม่นั้น เรียนว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญระบุที่มาของนายกรัฐมนตรีเพียงมาตรา 171 และมาตรา 172 เท่านั้น ส่วนว่าท่านมีแนวคิดอย่างไรท่านต้องบอกว่าใช้กฎหมายใด รัฐธรรมนูญมาตราใดที่ท่านอ้างอิงจะแต่งตั้งคนดังกล่าว หากไม่มีกฎหมายรองรับแล้วจะดำเนินการต่อไปอย่างไร รัฐบาลจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
"แม้ท่านบอกว่าจะไปทำเองก็จะต้องติดปัญหาในการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ทำอะไรต้องทำตามกฎหมาย เพราะถ้าไม่ทำตามกฎหมายก็จะไม่มีผู้ที่ทำงานต่อ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการประจำ รัฐบาลหรือว่าสภา คงไม่มีใครกล้านำขึ้นทูลเกล้าฯ ดังนั้นเราต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นด้วย ดังนั้นท่านคิดแล้วก็ทำไม่ได้ เพราะถ้าคิดแล้วต้องคิดถึงข้อกฎหมายก่อน"นายนิวัฒน์ธำรง
ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ กล่าวอีกว่า การเลือกตัวบุคคลนั้นไม่ยาก เลือกใครคนนั้นคนนี้คนนั้นไม่ยาก แต่ที่สำคัญที่สุดคือเรากำลังใช้กฎหมายใด มาตราใดเพื่อทำการนี้ เพราะเป็นหัวใจไม่เช่นนั้นก็ทำไม่ได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญและกฎระเบียบของสังคมเป็นหัวใจสำคัญของการทำให้คนจำนวนมากอยู่ด้วยกันในสังคมอย่างสงบเรียบร้อย มีความสุข และยังเป็นข้อกำหนดให้คนในสังคมปฏิบัติเหมือนกัน ทำให้เกิดความเป็นธรรมความเสมอภาคเท่าเทียมกัน หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแล้วก็จะทำให้เกิดความไม่เสมอภาคและควาไม่เท่าเทียมกันในสังคม จะทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งและความไม่สงบในประเทศได้ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีวิกฤติในขณะนี้ สถาบันหลักของประเทศ ทั้งองค์กรอิสระ รัฐบาลและกลุ่มคนต้องยึดมั่นในกฎหมายและกฎระเบียบและจะยกเว้นการบังคับใช้กฎหมายบางข้อก็ไม่ได้ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติลดความแตกต่าง ทำให้คนเท่าเทียมกันเพื่อทำให้ประเทศสงบร่มเย็น
"วันนี้ทุกองค์กรควรปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆอย่างเคร่งครัด เมื่อคุณทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกทำโทษตามกฎหมาย จะเถียงก็ไม่ได้ เมื่อคุณไม่ยึดกฎหมาย ทำผิดคนนี้ผิดได้คนนู้นก็ผิดได้ก็ไปกันใหญ่""นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว





