ประชุมนอกรอบวุฒิสภา 2 วันไม่ได้ข้อสรุป หลังส.ว.เสียงแตก"นายกฯม.7"ตั้ง3ทีมประสานองค์กรอื่น
การประชุมสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นอกรอบเพื่อหาทางออกแก้วิกฤตการเมืองของประเทศวันที่ 2 ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยมี ส.ว.หลายรายไม่เห็นด้วยกับแนวทางการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีใหม่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7
อย่างไรก็ดี มีผลการประชุมลับที่ห้องประชุมห้องเล็กระหว่างการประชุม ส.ว.นอกรอบ ปรากฏว่าที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งคณะทำงานจำนวน 3 คณะ ได้แก่ 1.คณะทำงานด้านประสานองค์กร และสรุปข้อมูล 2.คณะทำงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ และ 3.คณะทำงานสืบค้นข้อมูลทางเทคโนโลยี โดยได้มอบหมายให้ ส.ว.ทั้งสายสรรหา และเลือกตั้งไปดำเนินการ โดยได้วางกรอบเวลาให้แล้วเสร็จภายในวันศุกร์ที่ 16 พ.ค.นี้
สำหรับบรรยากาศตลอดการประชุม มีการถกเถียงกันอย่างมากในส่วนของแนวทางการได้มาซึ่งนายกฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 โดยในส่วน ส.ว.ที่ไม่เห็นด้วยได้ย้ำอย่างชัดเจนว่าวุฒิสภาไม่มีหน้าที่ในเรื่องนี้ และสิ่งที่ควรหาทางออกร่วมกัน คือ ทำอย่างไรให้ประเทศพ้นวิกฤติเฉพาะหน้านี้ไปได้ ฉะนั้นแนวทางที่วุฒิสภาควรดำเนินการ คือ รับฟังความเห็นจากผู้มีประสบการณ์ ผู้ที่มีความรู้ แล้วนำแง่มุมต่างๆ ที่ได้รับมากำหนดเป็นแนวทางเพื่อให้เป็นทางออกของปัญหา
ขณะที่กลุ่ม ส.ว.ที่สนับสนุนให้เดินหน้าตั้งนายกฯ มาตรา 7 ได้ยืนยันอำนาจในฐานะที่เป็น ส.ว.ซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย และในสถานการณ์ความขัดแย้งที่สุ่มเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าเช่นนี้ จำเป็นต้องมีนายกฯคนกลางตามรัฐธรรมนูญ 7
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นนายกฯมาตรา 7 ได้มีการถกเถียงกันอย่างดุเดือด และฝ่ายที่ไม่สามารถทำความเข้าใจให้ตกผลึกร่วมกันได้ ก็ได้ขอถอนตัวไม่ร่วมคณะทำงาน
มีรายงานด้วยว่า หลังจากนี้ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ว่าที่ประธานวุฒิสภา จะลดบทบาทตัวเองลง โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ และจะมอบหมายให้คณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ดำเนินการแทน แต่จะผันตัวไปทำงานเป็นแกนนำที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง
สุรชัยพร้อมใช้สถานที่อื่นนัดคุยรัฐ-นปช.
ก่อนการประชุมนอกรอบและการประชุมลับ นายสุรชัย ได้เปิดแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ทำหนังสือเชิญไปยัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เคยนำเสนอทางออกประเทศ มาร่วมประชุมกับ ส.ว.ด้วย
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ตอบรับการเข้าร่วม ขณะที่นายนิวัฒน์ธำรงปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าติดภารกิจ ส่วนกรณีที่มีการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ด้านหน้ารัฐสภานั้น ไม่ทราบว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ฝ่ายรัฐบาลตัดสินใจไม่ร่วมประชุมหรือไม่
"ผมไม่ทราบ แต่หากมีความไม่สบายใจ ทางวุฒิสภาพร้อมจัดสถานที่อื่นให้ได้ เช่น อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น โดยทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ประสานไปยังแกนนำ นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) แล้วเช่นเดียวกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับ"
ไม่เอามาตรา 7 ก็ช่วยเสนอทางออกอื่น
นายสุรชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมนอกรอบของวุฒิสภาเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะมีการใช้แนวทางของรัฐธรรมนูญมาตรา 7 หรือมาตราใดหรือไม่ ขอเรียกร้องอย่าได้นำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน เพราะตนไม่เคยพูดหรือให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ ส่วนกรณีที่มีคนของพรรคการเมืองบางพรรคแถลงข่าวเตรียมดำเนินการฟ้องร้อง ส.ว.และตนในข้อหากบฏนั้น ขอความกรุณาอย่าได้ทำสิ่งใดที่เป็นการบั่นทอนกำลังใจการทำงานของวุฒิสภา
"หากภาคส่วนสังคมไม่ต้องการให้เกิดแนวทางของรัฐธรรมนูญ มาตรา 7 ก็ควรให้ร่วมมือและนำเสนอแนะทางออกดีกว่า วุฒิสภาพร้อมที่จะทำงานและตัดสินใจบนผลประโยชน์ของชาติและประชาชน แต่หากช่วงเวลานี้มีหน่วยงานส่วนอื่นยืนยันว่าจะนำสังคมกลับไปสู่ความสงบสุขได้ วุฒิสภาพร้อมจะถอนตัวจากภารกิจที่ดำเนินการอยู่ทันที" นายสุรชัย กล่าว
นายสุรชัย กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 14 พ.ค. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้นัดหน่วยงานส่วนอื่น รวมถึงองค์กรอิสระและภาคเอกชนหารือถึงทางออกประเทศในเวลา 12.00 น. ที่อาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น โดยจะพยายามเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้





