นิวัฒน์ธำรง ลั่นเข้าหารือกกต. 14 พ.ค. ด้วยตัวเอง ย้ำต้องมีเลือกตั้ง
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เพื่อให้ทันกำหนดที่วางไว้คือ 20 ก.ค. ว่า การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของกกต. ที่จะเป็นผู้รับผิดชอบในการบริการจัดการ ให้เกิดการเลือกตั้ง ส่วนรัฐบาลก็มีหน้าที่สนับสนุน ให้การเลือกตั้งประสบความสำเร็จ ส่วนการเลือกตั้งที่กำหนดไว้วันที่ 20 ก.ค.ตามที่รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้มีการประชุมร่วมกับกกต.นั้น จะเป็นเรื่องที่เราต้องพูดคุยในวันที่ 14 พ.ค. ซึ่งตนหวังว่าจะเป็นไปตามกำหนดเดิมคือ 20 ก.ค. แต่ก็ขึ้นอยู่กับการหารือในวันที่ 14 พ.ค. โดยตนจะไปหารือด้วยตัวเอง
เมื่อถามว่ากกต.ระบุว่าการหารือครั้งนี้เป็นการหารือข้อขัดแย้งที่เห็นไม่ตรงกันไม่ใช่การหารือกำหนดวันเลือกตั้ง นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า เป็นเรื่องที่จะไปพูดคุยกันว่ามีสิ่งใดที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน ก็จะพยายามหาทางออก สำหรับการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปนั้น ยังไม่มีการพูดคุย ต้องรอให้ถึงวันที่ 14 พ.ค. จึงจะได้ข้อสรุปว่าจะใช้วันเลือกตั้งใหม่หรือใช้วันเลือกตั้งเดิม และยืนยันว่ารัฐบาลขณะนี้ยังยืนยันว่ารัฐบาลมีอำนาจเต็มที่จะทูลเกล้าฯ พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง และครม.ที่เหลืออยู่ก็สามารถดำเนินการให้มีการเลือกตั้งได้
เมื่อถามว่าหมายความรัฐบาลจะรักษาการต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้ชะตากรรมตัวเองใช่หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า "ไม่ใช่ครับ วันที่ 14 พ.ค. เราจะไปหารือเรื่องการเลือกตั้ง หากมีกำหนดการเลือกตั้ง หรือมีความก้าวหน้าก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลถาวรสักที ซึ่งผมว่าทุกฝ่ายกำลังช่วยกันแก้ปัญหา ต้องเรียนว่าเราปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้มันส่งผลเสียอย่างชัดเจนในด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่เร็วที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความไม่มั่นใจของนักลงทุนการลงนามข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) หากลงนามไม่ได้สินค้าส่งออกของประเทศก็จะมีราคาสูงกว่าประเทศอื่นรวมทั้งปัญหาอื่นๆ "
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า การกำหนดวันเลือกตั้ง ไม่ใช่หน้าที่รัฐบาล เป็นเรื่องตามกระบวนการ เมื่อพ.ร.ฎ.ออกมาเป็นเช่นนั้น แล้วสิ่งที่ส่งมาไม่ตรงกันก็ต้องส่งให้กฤษฎีกาตีความ
ต่อข้อถามว่ารัฐบาลก็สามารถมีอำนาจทูลเกล้าฯรายชื่อประธานวุฒิสภาได้ ใช่หรือไม่ นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ตอนนี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้รับเอกสารจากทางวุฒิสภา เมื่อได้แล้วก็คงจะต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ทั้งนี้จะเป็นอย่างไรก็ต้องรอหนังสือจากทางวุฒิสภาก่อน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เราจะพิจารณาให้เร็วที่สุด เพราะยังมีประเด็นผิดถูกที่ต้องให้กฤษฎีกาตัดสินอีกครั้ง เพราะมีการพูดกันว่า เมื่อครั้งเปิดสมัยประชุมสภาสมัยวิสามัญ ไม่ได้มีหัวข้อวาระเกี่ยวกับการเลือกประธานวุฒิสภา





