เพื่อไทยออกแถลงการณ์กระบวนการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยม
นายโภคิน พลกุล คณะกิจการพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยเรื่อง กระบวนการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยมว่า
1.ความไม่สงบและความแตกแยกที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตั้งแต่ปี 2549 จนถึงทุกวันนี้ ล้วนมีสาเหตุมาจากแนวคิดและการดำเนินการของขบวนการที่ต้องการสถาปนาระบอบเผด็จการอำนาจนิยม ขบวนการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มมวลชนละเมิดกฎหมาย และองค์กรตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กรที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ เพื่อกดดันให้ทหารยึดอำนาจ หากทหารยังไม่พร้อมยึดอำนาจ ก็ให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญสร้างสุญญากาศเพื่อให้ได้นายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกลุ่ม กปปส. ได้สถาปนาตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์
2.ในช่วง 6 เดือนเศษที่ผ่านมา ขบวนการเผด็จการอำนาจนิยมโจมตี ใส่ร้ายป้ายสีและมุ่งทำลายนายกฯ และรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และแม้จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการเลือกตั้ง ขบวนการนี้ก็มิได้เคารพในอำนาจของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ คงมุ่งขัดขวางการเลือกตั้งในทุกวิถีทาง ทั้งๆ ที่คนทั้งโลกและคนไทยส่วนใหญ่เห็นว่าการเลือกตั้งคือทางออกของประเทศ
นายโภคิน กล่าวอีกว่า 3.องค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญและป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่ต้องให้ความเที่ยงธรรมในคดีต่าง ๆ กลับทำให้ประชาชนผิดหวังด้วยการบิดเบือนหลักกฎหมาย เร่งรัด เร่งรีบดำเนินการกับคดีที่เกี่ยวกับรัฐบาลและตัวนายกฯ อย่างผิดปกติ ไม่เปิดโอกาสให้แสดงพยานหลักฐานอย่างที่ควรจะเป็น
4.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลง พรรคเพื่อไทยได้ชี้แจงให้ประชาชนเห็นแล้วว่า ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญในทุกมิติ และที่พิลึกที่สุดคือ ไปวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีคนอื่นที่มิได้ถูกร้องสิ้นสุดลงด้วย อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 40 อย่างชัดแจ้ง เพราะรัฐมนตรีเหล่านั้นมิได้รับทราบข้อกล่าวหา ไม่มีโอกาสชี้แจง โต้แย้ง แสดงพยานหลักฐานแต่อย่างใด การวินิจฉัยขัดรัฐธรรมนูญเช่นนี้ยิ่งกระตุ้นให้เกิดความโกรธแค้นในหมู่ประชาชนที่รักประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ซึ่งเป็นเป้าหมายของขบวนการเผด็จการอำนาจนิยมที่จะให้ความขัดแย้งขยายตัวไปสู่ความรุนแรงและกลียุค พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ความเป็นรัฐมนตรีของรัฐมนตรีทั้งหลายหาได้สิ้นสุดลงไม่ เพราะยังไม่มีการดำเนินคดีใด ๆ กับบุคคลดังกล่าวเลย
5.พรรคเพื่อไทยขอย้ำอีกครั้งว่า ความพยายามของขบวนการเผด็จการอำนาจนิยมที่ต้องการให้เกิดสุญญากาศเพื่อมีนายกฯ มาตรา 7 หรือนายกฯ นอกรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะนอกจากจะขัดหลักประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง เนื่องจากมีพระราชดำรัสไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นเรื่องมั่วและไม่เป็นประชาธิปไตย
นายโภคิน กล่าวด้วยว่า 6.พรรคเพื่อไทยขอให้กกต.รีบดำเนินการจัดการเลือกตั้งโดยด่วนตามที่เสนอไว้คือวันที่ 20 ก.ค.2557 เพราะเป็นหนทางแห่งสันติวิธีและเคารพในเจตนารมณ์ของประชาชน อย่าพยายามสร้างเงื่อนไขใด ๆ ที่เป็นการตอบสนองขบวนการเผด็จการอำนาจนิยมโดยเด็ดขาด เพราะองค์กรของท่านมีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ หากการเลือกตั้งไม่เกิดขึ้นและเกิดความรุนแรงหรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่มิได้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญแล้ว องค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายที่เข้าร่วมขบวนการเผด็จการอำนาจนิยมต้องรับผิดชอบทั้งในทางกฎหมายและต่อประชาชน
7.พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ทหาร ตำรวจ และผู้มีหน้าที่รักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย ดำเนินการกับกลุ่มกปปส.และพวกนอกกฎหมายที่ย่ำยีสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนรวมถึงทำร้ายประชาชนอย่างจริงจัง อย่ายอมให้คนเหล่านี้กระทำการดังกล่าวได้อีกต่อไป ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยขอให้กำลังใจประชาชนที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม และจะยืนเคียงข้างพวกท่านตลอดไป





