จับสาวยูเครน ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม ตระเวนกดเงินสดทั่วกทม.
ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ(บก.ปอศ.) วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร ผกก.5 บก.ปอศ., และ พ.ต.ท.จักรกริช เสริบุตร รอง ผกก.5 บก.ปอศ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทย โดย นายศิริชัย สถิตชัยไพศาล ฝ่ายบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและจัดการการทุจริตธนาคารกสิกรไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหา สัญชาติยูเครน จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย น.ส.โอลก้า โรตาร์ (Ms.OLHA ROTAR)อายุ 27 ปี สัญชาติยูเครน และน.ส.สเวียตลาน่า เกรียเบียนุค (Ms.SVITLANA HREBENIUK) อายุ 35 ปี สัญชาติยูเครน
พ.ต.อ.ภูการวิก กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ก่อนหน้าการจับกุมนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.ได้รับแจ้ง นายศิริชัย ว่ามีกลุ่มหญิงชาวต่างชาติใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม ออกตระเวนถอนเงินสดจากตู้กดเงินสดอัตโนมัติในพื้นที่กทม. ต่อมาได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ธนาคารธนชาติทำให้ทราบเพิ่มเติมว่า ข้อมูลภายในบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่กลุ่มคนร้ายนี้นำไปกดเงินนั้น มีบางส่วนเป็นข้อมูลบัตร ของธนาคารในประเทศไทย ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มต่างชาติที่นำเครื่องคัดลอกข้อมูล (Skimmer) ไปติดที่ตู้ถอนเงินอัตโนมัติ(เอทีเอ็ม) ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย จึงได้ร่วมกันสืบสวนและวางแผนการจับกุมกลุ่มคนร้ายนี้อย่างต่อเนื่อง กระทั่งเมื่อวันที่ 10 พ.ค.56 เวลาประมาณ 02.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ ณ โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุรวงศ์ พร้อมด้วยของกลางหลายรายการ ได้แก่ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม พร้อมระบุรหัสถอนเงิน จำนวน 99 ใบ กระดาษจดบันทึก และจดรหัสถอนเงินของบัตรฯ ทุกใบ จำนวน 12 แผ่น เงินสด จำนวน 68,300 บาท และหลักฐานอื่นๆ หลายรายการ ทั้งนี้ จากการสืบสวนขยายผลและตรวจสอบข้อมูลภายในบัตรอิเล็คทรอนิกส์ปลอม พบข้อมูลภายในบัตรฯ เป็น ของธนาคารต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ รัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นอร์เวย์ และตรวจพบบางส่วนเป็นข้อมูลบัตร ของธนาคารในประเทศไทย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ กรณีที่มีกลุ่มต่างชาตินำเครื่องคัดลอกข้อมูล (Skimmer) ไปติดที่ตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ ว่า ตนได้รับบัตรอิเล็คทรอนิกส์ปลอมมาจากชายต่างชาติ ให้นำบัตรดังกล่าวไปถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม โดยหากดำเนินการสำเร็จจะให้ค่าตอบแทนเป็นเงินสด ร้อยละ 10 ของเงินที่สามารถถอนได้ ส่วนเรื่องการติดตั้งเครื่องคัดลอกข้อมูลนั้น ผู้ต้องหาทั้งสองยังไม่ขอให้การใดๆ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมโดยมิชอบ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน พร้อมนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่ง พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดี ทั้งนี้ หากประชาชน พบบุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งมีพฤติกรรมในการถอนเงินตามตู้เอทีเอ็มที่ผิดปกตุหรือพบวัตถุน่าสงสัยบริเวณตู้เอทีเอ็ม โปรดแจ้งข้อมูลมายัง กก.5 บก.ปอศ.โทร.02-237-7535 หรือ www.ecdpolice.com เพื่อจะได้สืบสวนและจับกุมกลุ่มค้นร้ายเหล่านี้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





