คณะบดีนิติฯนิด้าระบุปธ.วุฒิสภาจะเป็นคนแก้วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้น ชี้ปม"ยิ่งลักษณ์"สิ้นสภาพนายกฯต้องตั้งนายกฯคนใหม่ทันที
นายบรรเจิด สิงคะเนติ คณะบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ได้เปิดเผยข้อมูลการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีจะนำไปสู่การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ทันที ว่า หากนายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง หรือคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลาออก หรือความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงจะต้องมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ทันที ตั้งแต่ปี 2476 จนถึงปัจจุบันมีนายกรัฐมนตรีลาออก หรือคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลาออก หรือความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ดังนี้
1. วันที่ 21 มิถุนายน 2476 พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งพระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี
2. วันที่ 24 กรกฎาคม 2483 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๘๗ มีประกาศตั้งนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
3. วันที่ 6 เมษายน 2491 คณะรัฐมนตรีของนายควง อภัยวงศ์ ลาออก วันที่ ๘ เมษายน ๒๔๙๑ ตั้งจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี
4. วันที่ 14 ตุลาคม 2516 จอมพลถนอม กิติขจร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
5. วันที่ 25 กันยายน 2519 ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี
6. วันที่ 3 มีนาคม 2523 พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี
7. วันที่ 9 ธันวาคม 2533 พลเอชาติชาย ชุณหะวัณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี
8. วันที่ 10 มิถุนายน 2535 พลเอกสุจินดา คราประยูร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี
9. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2540 พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตั้งนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี
10. ความเป็นรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) และสภาผู้แทนราษฎรลงมติเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2551 เห็นชอบแต่งตั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
11. ความเป็นรัฐมนตรีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (5) และสภาผู้แทนราษฎรลงมติเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 เห็นชอบแต่งตั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี
12. ความเป็นรัฐมนตรีของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7)
โดยสรุปนายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง 8 ครั้ง คณะรัฐมนตรีลาออกทั้งคณะ 1 ครั้ง และความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว 3 ครั้ง ตั้งแต่ครั้งที่ 1 - ครั้งที่ 11 จะมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ทันที จนอาจกล่าวได้ว่าหากนายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง หรือคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลาออก หรือความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงจะต้องมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ทันที นั้นนอกจากจะโดยผลของกฎหมายจะต้องมีนายกรัฐมนตรีใหม่แล้ว ยังอาจถือได้ว่าหลักการดังกล่าวได้รับการปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2476 จนกลายเป็นจารีตประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทยไปแล้ว ดังนั้นในครั้งล่าสุดเมื่อความเป็นรัฐมนตรีของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) ในครั้งนี้จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ทันที ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นจุดเชื่อมจากการยุบสภาผู้แทนฯหรืออายุของสภาผู้แทนฯสิ้นสุดลงไม่ใช่กรณีนายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง หรือคณะรัฐมนตรีทั้งคณะลาออก หรือความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลง กรณีดังกล่าวจึงมีหนทางเดียวคือตั้งนายกรัฐมนตรีใหม่ทันที
กล่าวโดยสรุป เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามมาตรา 182 วรรคหนึ่ง (7) สถาบันการเมืองเดียวที่เหลืออยู่คือวุฒิสภาจะต้องเป็นองค์กรที่รับผิดชอบหลักในการหาทางออกจากวิกฤตที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เพราะสภาผู้แทนราษฎรไม่มีอยู่ ภาระทั้งหมดจึงตกอยู่ที่ประธานวุฒิสภาและวุฒิสภาที่จะต้องคลี่คลายวิกฤตดังกล่าว เพื่อหาแนวทางในการปฏิรูปประเทศและหาผู้รับผิดชอบในการปฏิรูปประเทศต่อไป





