มติเอกฉันท์-ชงวุฒิฯถอดถอนตัดสิทธิ 5 ปี ด้านหมอวรงค์พอใจมติ หวังเอาผิดทั้งครม.
มติ ป.ป.ช.เอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูล "ยิ่งลักษณ์" มีความผิดฐานปล่อยทุจริตจำนำข้าว ชงเรื่องให้วุฒิสภาถอดถอนตัดสิทธิการเมือง 5 ปี เดินหน้าไต่สวนต่อคดีอาญา ด้านทีมกฎหมายเพื่อไทยเตรียมสู้ในขั้นวุฒิสภา "หมอวรงค์" พอใจมติ ลุ้นทั้ง ครม.เจออาญา ขณะผู้ส่งออกชี้เป็นความล้มเหลวโครงการรับจำนำ
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 ชี้มูลความผิด และเตรียมส่งเรื่องให้วุฒิสภาดำเนินการถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งหลังถูกร้องเรียนกล่าวหาทำผิดกฎหมาย ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจํานําข้าว
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. แถลงวานนี้ (8 พ.ค.) ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 0 เสียง เห็นว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ มีพฤติการณ์ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 และส่อว่าขัดต่อบทบัญญัติกฎหมายตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 11 (1) อันเป็นเป็นการถอดถอนออกจากตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 โดยจะคัดแยกสำนวนถอดถอนส่งวุฒิสภาเพื่อให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ในส่วนคดีอาญานั้น มีมติให้ไต่สวนต่อไปจนกว่าจะสิ้นกระแสความ ทั้งนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นพยานเพิ่มเติมอีก 6 ปาก ซึ่งเป็นพยานใหม่ที่ไม่ซ้ำกับคนเดิม ดังนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะไม่ตัดพยานในคำร้องขอนำสืบหลังสุดจำนวน 6 ปาก โดยจะพิจารณาในสำนวนคดีอาญาต่อไป
นายวิชา กล่าวว่า ในส่วนของการถอดถอน จะมีเรื่องของการห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ส่วนกรณีที่มีข่าวแพร่สะพัดมาว่า ป.ป.ช. รับลูกมาเพื่อดำเนินการกับคณะรัฐมนตรีทั้งชุดนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ขณะที่ นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเพียงพยานในคดีนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสำนวนข้อกล่าวหา
"ยืนยันว่า ป.ป.ช.ตัดสินไปตามข้อเท็จจริง ไม่มีธง และไม่ได้รับลูกต่อจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ นายกฯ พ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรี" นายวิชา กล่าว
สำหรับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีมติเพียง 7 เสียง เพราะว่า พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการ ป.ป.ช. เคยตรวจสอบคดีทุจริตจำนำข้าวสมัยดำรงตำแหน่งจเรตำรวจ จึงมีส่วนได้ส่วนเสียในคดีดังกล่าว จึงถูกตัดออกไป ซึ่งปัจจุบันมีกรรมการ ป.ป.ช. 8 คน
นายกฯเตรียมสู้ชั้นวุฒิสภา
ด้าน นายพิชิต ชื่นบาน ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ก่อนที่ ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดโครงการจำนำข้าว ทีมทนายนายกฯ ได้ยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนพยานเพิ่มอีก 6 ปาก เป็นพยานใหม่ทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับพยานที่เคยขอให้สอบไปก่อนหน้านี้ เป็นข้าราชการประจำ 5 ปาก แต่เมื่อ ป.ป.ช.ไม่รับฟัง และลงมติชี้มูลความผิดนายกฯ ในคดีถอดถอนแล้ว ทางนายกฯ คงต้องเตรียมหลักฐานไปชี้แจงในชั้นวุฒิสภาต่อไป
ด้าน นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับมติป.ป.ช. ที่ใช้เวลาสอบเรื่องนี้ถึง 1 ปี 10 เดือน และเชื่อว่านางสาวยิ่งลักษณ์ คงไม่รอดในความผิดทางอาญาที่ ป.ป.ช.ต้องสอบ และสรุปเรื่องส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงเดียวกับที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดไปแล้ว
"หากผลสอบพัวพันไปถึงใครในการขายข้าวแบบจีทูจีหรือรัฐต่อรัฐ เช่น บริษัทค้าข้าว ก็ต้องถูกให้มาชี้แจงข้อกล่าวหาด้วย และถ้านางสาวยิ่งลักษณ์ โดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ครม.ที่ร่วมลงมติก็ต้องถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย ซึ่งขึ้นอยู่ที่ป.ป.ช.ว่าจะเอา ครม.เข้าไปเกี่ยวด้วยหรือไม่"
ผู้ส่งออกข้าวชี้ตอกย้ำรับจำนำเหลว
นายวิชัย ศรีประเสริฐ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ให้ความเห็นกรณีของ ป.ป.ช. ว่า ดีใจ ที่อย่างน้อยก็มีองค์กรอิสระที่เป็นเหมือนหน่วยงานรัฐ กล้าตัดสินให้ประชาชนเห็นว่าบ้านเมืองยังมีขื่อมีแป และกล้าออกมาบอกว่า สิ่งที่รัฐบาลทำ เป็นสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกและได้บอกว่าโครงการรับจำนำข้าวได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศถึง 3 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าสูงเท่ากับรายได้จากการส่งออกข้าวที่ต้องใช้เวลาขายถึง 2 ปี
“ ในประวัติศาสตร์ไม่เคยมีกรณีที่ชาวนาต้องลำบากอย่างมาก ต้องผูกคอตายและมีเสียชีวิตไปเป็นสิบๆ คน ซึ่งถือว่าเป็นความเสียหายที่รุนแรงที่สุด ที่มาจากความผิดพลาดในการบริหารประเทศ” นายวิชัย กล่าว
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากนโยบายรับจำนำขนาดนี้ ชี้ให้เห็นว่ามีความผิดจริงๆ ดังที่ป.ป.ช.ได้มีมติเอกฉันท์ออกมา ส่วนการดำเนินคดีอาญาเป็นเรื่องที่ป.ป.ช.คงต้องไปสืบค้นหาหลักฐานที่แน่ชัด ในการดำเนินคดีอาญาที่จะมีโทษรุนแรงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต่อจากนี้ไปคงไม่มีใครกล้าทำโครงการรับจำนำข้าวแบบนี้อีก เพราะว่าได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศเป็นอย่างมาก ทั้งรายได้จากการส่งออกข้าวที่หายไป การเสียแชมป์ส่งออกหล่นมาเป็นอันดับ 3 ของโลก และที่รุนแรงที่สุดคือชาวนาที่ต้องเสียชีวิตไปจากนโยบายนี้
ชาวนาขอใช้รธน.มาตรา 7 ตั้งนายกฯ คืนหนี้
นายพรม บุญมาช่วย ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่มีนายกฯ และไม่มีรัฐบาลรักษาการได้อีกต่อไป ในขณะที่โครงการรับจำนำข้าวยังมีปัญหา ดังนั้น ต้องใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 7 เพื่อให้มีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ตั้ง ครม. และจัดหาเงินมาชำระหนี้ให้กับชาวนาต่อไป เนื่องจากชาวนาทนรอรัฐบาลชุดใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาแก้ปัญหาไม่ได้ มันช้าไป
“การตัดสินของ ป.ป.ช. ครั้งนี้ จะว่าซ้ำเติมนายกรัฐมนตรีก็ได้ และควรจะซ้ำเติมยิ่งกว่านี้ เพราะทุกเรื่องที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำไปนั้น ส่งผลกระทบ ผมว่าต่อไปควรจะฟ้องทั้งแพ่งทั้งอาญาด้วย เราไม่ได้กลั่นแกล้ง แต่เขาจัดหนักกับชาวนาจริงๆ” นายพรม กล่าว





