ส.ว.วิชาญ จี้"สุรชัย"สละตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ก่อนลงชิงประธานวุฒิสภา ยกคำแสดงวิสัยทัศน์ ปี 55 เตือนความจำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ วันที่ 9 พ.ค. จะเริ่มขึ้นในเวลา 13.30 น. โดยมีวาระพิจารณาที่สำคัญ คือ การพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคณะกรรมการป.ป.ช. และลงมติว่าจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ ด้วยวิธีลับ
จากนั้นจะเป็นการพิจารณาญัตติให้ที่ประชุมวุฒิสภาดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา คนที่ 2 และตั้งคณะกรรมการธิการสามัญประจำวุฒิสภา โดยในส่วนของพิจารณาญัตติดังกล่าว นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ฐานะปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภาจะเปิดให้ส.ว.อภิปรายแสดงความเห็น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ยังมีส.ว.ที่ติดใจในประเด็นข้อกฎหมายว่าในการประชุมวิสามัญ จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่ จากนั้นจะให้ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้ดำเนินการอีกครั้งก่อนจะเข้าสู่กระบวนการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา
ในเรื่องดังกล่าวนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา กล่าวถึงประเด็นที่มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยระบุว่าฒิสภาไม่สามารถเลือกประธานวุฒิสภาในสมัยวิสามัญได้เพราะอาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ และพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2557 ได้ ว่าไม่เป็นข้อเท็จจริง เนื่องจากการพิจารณาเรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องกิจการภายในของวุฒิสภาและสามารถดำเนินการได้ ส่วนกรณีที่ พ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา กำหนดประเด็นให้วุฒิสภานั้น ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเข้าข่ายก้าวก่ายแทรกแซงการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติได้ อีกทั้งในรัฐธรรมนูญ มาตรา 124 กำหนดไว้ว่าสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแต่ละสภามีประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานคนหนึ่งหรือสองคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภานั้นๆ ตามมติของสภา ซึ่งหมายความว่าการเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภาจะทำได้หรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมวุฒิสภา ไม่ใช่จากคำสั่งของรัฐบาล ส่วนกรณีที่คาดว่านายสุรชัย จะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภานั้น เบื้องต้นนายสุรชัยไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ก่อนเพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนด ขณะที่สมัยนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานวุฒิสภา ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่1 เมื่อปี 2555 ก็ไม่ได้ลาออกจากรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เช่นเดียวกัน
ขณะที่นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่าตนและส.ว.กลุ่มหนึ่งมีแนวโน้มจะออกจากห้องประชุมหากที่ประชุมวุฒิสภายังเดินหน้าเพื่อเลือกประธานและรองประธานวุฒิสภา เพราะส่วนตัวมองว่าเป็นการขัดขืนพ.ร.ฎ.เรียกประชุมสมัยวิสามัญฯ และเสี่ยงที่จะทำผิดรัฐธรรมนูญได้ ส่วนกรณีที่นายสุรชัย จะได้รับการเสนอชื่อให้เป็นประธานวุฒิสภานั้น ตนอยากเรียกร้องให้นายสุรชัยลาออกจากตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ด้วย เพื่อให้เป็นไปตามการแสดงวิสัยทัศน์หลังจากได้รับการเสนอชื่อเป็นรองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2555 โดยนายสุรชัย กล่าวอย่างชัดเจนว่าหากมีการเลือกตั้งส.ว.ชุดใหม่เข้ามาแล้ว จะเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งในตำแหน่งประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และคนที่2 ใหม่ทั้งหมด





