"อภิสิทธิ์"เรียกกรรมการบริหารพรรคประชุมนัดพิเศษ ถกสถานการณ์การเมือง หวั่นสุดสัปดาห์นี้นองเลือด
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคนัดพิเศษ ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้เชิญกรรมการบริหารพรรคหารือกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมือง ซึ่งพรรคเห็นว่ามีความอ่อนไหว มีแนวโน้มเข้าสู่มุมอับที่อาจรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่จุดจบสำหรับปัญหาการเมือง แต่รัฐบาลใช้เป็นปัจจัยในการปลุกระดมคนเสื้อแดง ให้เข้ามาปฏิบัติการรุนแรงแก้ปัญหาการเมืองให้รัฐบาล
นอกจากนี้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ซึ่งพ้นตำแหน่งไปพร้อมนายกรัฐมนตรียังยืนยันว่าตัวเองเป็นรองนายกรัฐมนตรี และไปร่วมประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แสดงให้เห็นว่าไม่รู้อำนาจหน้าที่สถาปนาตำแหน่งตัวเอง เพื่อเข้าห้ำหั่นคนที่คิดว่าเป็นศัตรู จึงกังวลว่าจะมีความรุนแรง
"เพราะเมื่อคืนนี้มีการใช้ระเบิดเอ็ม 79 ถึง 4 จุด โดยจุดที่น่ากังวลคือโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณไปถึงสัญลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ จงใจนำสถาบันเข้าสู่ความขัดแย้งทางการเมือง ในขณะที่รัฐบาลและ ศอ.รส.ไม่มีท่าทีระงับเหตุ โดยศอ.รส.มีค่าไม่ต่างจากศูนย์อำนวยการใช้อาวุธกับผู้เห็นต่างจากรัฐบาล เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่โดยเที่ยงธรรม ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมรีบระงับเหตุรุนแรงที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการนำสถาบันกษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้อง" นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ย้ำกับสมาชิกพรรคว่าการเคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิ สงบ สันติ อหิงสา แต่สิ่งที่คาดไม่ได้คือกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่อาจเข้ามาแทรกซ้อนการเคลื่อนไหวของ กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เพื่อให้เกิดการเผชิญหน้าของมวลชน จนเกิดการนองเลือด เนื่องจากรัฐบาลทำได้ทุกอย่างเพื่อให้พ้นจากกับดักที่ตัวเองเป็นคนก่อปัญหา จึงขอเสนอให้พิจารณาแผนเดินหน้าประเทศไทยของคุณอภิสิทธิ์อย่างจริงจังก่อนที่จะสายเกินไป เพราะประเทศไทยอยู่ขอบหน้าผารัฐบาลเพื่อไทยต้องเลือกว่าจะเดินลงเหวหรือจะช่วยระงับเหตุก่อนที่ประเทศจะเสียหายมากกว่านี้
นายชวนนท์ กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ ยินดีแลกเปลี่ยนในการหาทางออก ไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเดินตามแผนเดินหน้าประเทศไทยแต่จะต้องมีจุดเริ่มต้นและพร้อมพูดคุยกับคนที่มีอำนาจตัดสินใจของทุกฝ่าย ไม่เช่นนั้นสิ่งที่จะเกิดคือสงครามกลางเมือง การนองเลือด มีการฉีกรัฐธรรมนูญ เกิดรัฐประหาร พรรคประชาธิปัตย์ขอส่งข้อความนี้ไปยังทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาลหากปล่อยให้มีการใช้อาวุธจัดการฝ่ายที่เห็นตรงข้ามกลัวว่าสุดสัปดาห์นี้เราจะมีประวัติศาสตร์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นแม้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะพ้นตำแหน่งแล้ว ยังเชื่อว่ามีอำนาจตัดสินใจขอให้ยับยั้งวิกฤตประเทศครั้งนี้ด้วย
"หัวหน้าพรรคประเมินด้วยว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่อาจมีการก่อวินาศกรรม โดยตั้งแต่คืนนี้จะมีการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ประสานกับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลรักษาความปลอดภัย รวมถึงแกนนำพรรคก็อาจตกเป็นเป้าหมายในการก่อเหตุรุนแรงด้วย" นายชวนนท์ กล่าว





