คาดภารกิจ "นิวัฒน์ธำรง" เร่ง "กกต." จัดเลือกตั้ง 20 ก.ค.
หลังจากที่ ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ภารกิจสำคัญของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ยังดำรงตำแหน่งขณะนั้นเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมวานนี้ (7 พ.ค.) ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อเตรียมแนวทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คดีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่กำลังจะออกมา
"หลังจาก นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญ ทางฝ่ายกฎหมายก็พอจะประเมินได้แล้วว่าผลจะออกมาอย่างไร ซึ่งที่มองเห็นได้ชัด คือ นายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นเป้าหมายหลักในครั้งนี้ ส่วนองค์ประกอบอื่นๆ คงเป็นแนวทางที่เตรียมกันต่อไป" แหล่งข่าวจากฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล กล่าว
ดังนั้น บรรยากาศในที่ประชุมครม.นัดพิเศษ จึงเหมือนเป็นการรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมๆ กันไปในตัว
ประเด็นหลักของการหารือครม.วานนี้ (7 พ.ค.) หากว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ พ้นสภาพการเป็นนายกฯ ใครจะขึ้นเป็นนายกฯ แทน ในที่ประชุม ครม.จึงมีมติให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ซึ่งถือเป็นรองนายกรัฐมนตรีอันดับที่ 2 ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 ต้องพ้นสภาพจากการเป็นรัฐมนตรี ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเช่นกัน
“ความจริงแล้วในส่วนของทีมงานนายกฯ มีการเตรียมการในแนวทางนี้ไว้แล้ว เพราะว่าถึงแม้ นายนิวัฒน์ธำรง จะเข้ามาทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี แต่ทีมงานที่เข้ามาช่วยก็ยังคงเป็นทีมงานเดิมของ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกฯ เพื่อให้งานต่อเนื่องและมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว” แหล่งข่าวจากรัฐบาล กล่าว
โดยเฉพาะงานที่ต้องเร่งสานต่อ คือ การหารือข้อกฎหมายกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อที่จะเดินหน้าออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค.ตามกำหนดการเดิม ซึ่ง นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลชุดรักษาการ ที่จะมี นายนิวัฒน์ธำรง รักษาการนายกรัฐมนตรี จะมีอำนาจหน้าที่ไม่แตกต่างจากในช่วงรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์รักษาการ หลังจากยุบสภาที่ผ่านมา
"การทำหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี ไม่มีการกำหนดองค์ประชุมหรือสัดส่วน ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 โดยที่รัฐบาลชุดใหม่ ก็มีอำนาจทางกฎหมาย รวมถึงการประสานงานกับการจัดการเลือกตั้งกับคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อไปได้” นายธงทอง กล่าว
และด้วยเหตุผลที่ว่า “งานของรัฐบาลชุดใหม่ต้องต่อเนื่อง ไม่สะดุด เวลาของเรามีไม่มากแล้ว” สิ่งหนึ่งที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ฝากกับนายนิวัฒน์ธำรง
ทั้งนี้ นายนิวัฒน์ธำรง ยอมรับว่าจะเร่งทำให้มีรัฐบาลใหม่โดยเร็ว ซึ่งในวันนี้ (8 พ.ค.) นายนิวัฒน์ธำรง ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้นัดประชุมครม. เพื่อหารือเพื่อให้เกิดความชัดเจนเรื่องแนวทางปฏิบัติงานของครม.และการแบ่งงานให้กับครม.ที่เหลือ 25 คน ในเวลา 10.00 น. ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม
หากแต่การรับช่วงต่อของ นายนิวัฒน์ธำรง ขณะนี้ถือเป็นช่วงสำคัญ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ขณะที่บทบาทที่ผ่านมาของนายนิวัฒน์ธำรง ถือเป็นมือสำคัญและเป็นรัฐมนตรีสายตรงของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างมาก
ดังนั้น การที่ นายนิวัฒน์ธำรง เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี มารับไม้ต่อจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ก็จะไม่ต่างกับในช่วงที่นางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากถือว่า นายนิวัฒน์ธำรง เข้ามาเดินเกมบริหารประเทศต่อภายใต้เงาของ นางสาวยิ่งลักษณ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่ผิดนัก
ถึงแม้ว่า นายนิวัฒน์ธำรง จะมีชื่อในคดีทุจริตจำนำข้าว ที่ ป.ป.ช. จะชี้มูลความผิดวันนี้ (8 พ.ค.) ก็ตาม แต่ นายนิวัฒน์ธำรง ก็เป็นเพียงพยานในคดีดังกล่าวเท่านั้น โดยไม่ได้อยู่ในฐานะของผู้ถูกร้องเช่นนางสาวยิ่งลักษณ์ ดังนั้น ทำให้ชื่อของนายนิวัฒน์ธำรง จะห่างจากความเสี่ยงทางการเมืองในคดีทุจริตจำนำข้าว
ซึ่งอย่างน้อยก็สามารถอยู่ต่อไปได้ เพื่อจัดการเลือกตั้งในวันที่ 20 ก.ค. ตามกำหนดเดิม





