"กกต."มีมติเอกฉันท์ยังไม่ออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ อ้างเห็นแย้งประเด็นข้อกฎหมายกับกฤษฎีกา ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกฯ ขอหารือรอบ2
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต.แถลงผลการประชุมกกต.เพื่อพิจารณาเนื้อหาถ้อยคำในร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.)แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งเป็นการทั่วไปว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา กกต.หารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีที่กองทัพอากาศ จากนั้นกกต.ได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่ง 2 หน่วยงานยังมีความเห็นแตกต่างในประเด็นข้อกฎหมายโดยกกต.ยืนยันในเรื่องการแก้ไขปัญหาการเลือกตั้ง 2 ก.พ. แต่กฤษฎีกายังมีความเห็นแย้ง ในวันนี้กกต.ได้ประชุมพิจารณาและมีความเห็นส่งไปยังครม.เป็นหนังสือด่วนที่สุดที่ลต (กกต.) 0301/6407 ลงนามโดยกกต.ทั้ง 5 คน เรื่องความเห็นของกกต.เกี่ยวกับพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. ... ส่งถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมกับแนบเอกสารอีก 2 ฉบับ ประกอบด้วย หนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงวันที่ 1 พ.ค. 2557 และคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 2/2557 ลงวันที่ 24 ม.ค.2557 เพื่อขอให้นายกฯและมาประชุมร่วมกับกกต.อีกครั้งเพื่อให้เกิดความละเอียดรอบคอบ
นายภุชงค์ กล่าวอีกว่า สำหรับหนังสือของกกต.ระบุว่า ตามที่กกต.ได้ส่งร่างพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งฯ โดยเสนอว่าในกรณีมีเหตุจำเป็นหรือจะเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ ให้นายกรัฐมนตรีปรึกษากกต.เพื่อให้ประธานกกต.ประกาศเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปได้และกฤษฎีกาได้ตรวจให้ความเห็นว่าร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าวมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมายว่าการกำหนดวันเลือกตั้งจะมอบอำนาจต่อไปได้หรือไม่ และจะเป็นการกระทำโดยไม่ใช่รูปแบบพ.ร.ฎ. รวมทั้งมีความเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยว่าเหตุของการให้เลื่อนการเลือกตั้งคือเหตุใด และการเลื่อนจะกระทำได้โดยพ.ร.ฎ. ดังนั้นกกต.จึงมีมติเอกฉันท์ในการประชุม ครั้งที่ 55 /2557 ให้เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรี ดังนี้ 1.พ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปตามแบบแผนหรือแบบธรรมเนียม แม้ไม่เคยมีเนื้อความในลักษณะของการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นแต่กกต. มีความเห็นว่าไม่เคยมีรูปบบมาตรฐานการตราพ.ร.ฎ.ว่าจะต้องมีเนื้อความอย่างไร ต้องบัญญัติถึงเรื่องอะไรบ้าง เป็นเกณฑ์บังคับมาก่อน แต่การตราพ.ร.ฎ.ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ ยกตัวอย่าง พ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส. พ.ศ.2549 ที่ได้มีการกำหนดวันบังคับใช้ไว้หลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาประมาณ1เดือน ซึ่งก็ไม่เคยมีมาก่อน แต่มีความจำเป็นต้องดำเนินการ เพื่อให้มีเวลาเตรียมการ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าวันเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้นภายใน60วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.มีการใช้บังคับ แต่60วัน ดังกล่าวไม่อาจเตรียมการเลือกตั้งได้ทัน เป็นต้น
เลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า 2.จากเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2ก.พ. ทำให้ กกต.เสนอให้นายกรัฐมนตรี เลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก่อน แต่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายคนเห็นว่าไม่สามารถเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปได้ เพราะไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับการดำเนินการดังกล่าว แต่เมือกกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าหากมีเหตุที่จะนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติ หรือประชาชนอันเนื่องมากจากการจัดการเลือกตั้งทั่วไป กกต.ก็ชอบที่จะต้องแจ้งให้นายกรัฐมนตรีหรือครม.ทราบ เพื่อพิจารณาตราพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่
เลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า3. จากเหตุผลข้างต้น กกต.จึงมีความเห็นว่าการกำหนดให้มีบทบัญญัติดังกล่าว เป็นความพยายามแก้ไขปัญหาทางกฎหมายเดิมที่เคยเกิดขึ้นแล้วเป็นหลัก มิได้คำนึงถึงเพียงแต่แบบแผน และแนวทางการตรากฎหมายตามปกติ เพราะกกต.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการจัดการเลือกตั้งทั้งหมดภายหลัง พ.ร.ฎ.ประกาศใช้ จึงจำเป็นต้องมีบทบัญญัติเป็นเครื่องมือในการจัดการเลือกตั้งไม่ให้เสียเปล่าอีกครั้งหนึ่งและบทบัญญัติดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นใจให้แก่ ครม.และกกต.ได้ว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ จะชอบด้วยรัฐธรรมนูญและอีกทั้งยังเป็นหลักประกันต่อสังคมว่าการเลือกตั้งจะต้องดำเนินการต่อไปได้แน่นอน
เลขาธิการ กกต.กล่าวต่อว่า กกต.เสนอให้มีบทบัญญัติในการร่างพ.ร.ฎ.แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.... ดังนี้ "มาตรา.. ในกรณีที่มีเหตุที่จะนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงแก่ประเทศชาติหรือประชาชนหรือมีเหตุจราจล หรือเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นอันเนื่องมาจากการจัดการเลือกตั้งทั่วไปตามที่กำหนดไว้ในพ.ร.ฎ.นี้ให้กกต.แจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ เพื่อให้พิจารณาดำเนินการตราพ.ร.ฎ.กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่" กกต.มีความเห็นด้วยความ ด้วยระยะเวลาที่เหลืออยู่จนถึงวันที่ 22พ.ค.นี้ อันเป็นเวลาที่จะกำหนดให้ พ.ร.ฎ.ดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ยังมีเวลาเพียงพอที่จะพิจารณาประเด็นดังกล่าว ให้ละเอียดรอบครอบอีกครั้ง กกต.จึงขอเชิญนายกรัฐมนตรีและคณะมาประชุมร่วมกับกกต. ตามวันเวลาสถานที่ที่ทั้ง2ฝ่ายเห็นสมควรร่วมกัน
เลขาธิการ กกต. กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หากทั้ง2ฝ่าย กำหนดวันที่จะพูดคุยกันโดยเร็วภายใน 3-5วัน ก็จะไม่กระทบจนต้องขยับวันเลือกตั้งจากที่กำหนดไว้คือวันที่ 20 ก.ค.นี้ นอกจากนี้ขอยืนยันว่าการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อเชิญมาหารืออีกครั้งไม่เกี่ยวกับ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีของนายกรัฐมนตรีในวันที่7พ.ค.รวมถึงไม่เกี่ยวกับข้อเสนอที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ส่งมาให้กกต.อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ขอให้ความเห็นว่าหากนายกรัฐมนตรีเห็นต่างจากกกต.แล้วกกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดหรือไม่





