วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์'วอนรัฐบาล-กปปส.รับแผนหวังสงบ

"อภิสิทธิ์"ปัดข้อเสนอปฏิวัติเงียบ ขัดรัฐธรรมนูญ วอนรัฐบาล-กปปส.รับแผนหวังสงบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการฟ้าวันใหม่ สถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนลว่า การเสนอแผนเดินหน้าประเทศไทยของตนเป็นการปฏิรูปที่เดินอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ โดยเอาเป้าหมาย 2 ฝ่ายหลัก เพราะเป็นจุดที่ทำให้เกิดความเป็นจริงได้ คือรัฐบาลที่ต้องการให้กลับเข้าสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว กับกปปส. ที่ต้องการเห็นการปฏิรูป ถ้าทำตามแผนนี้รัฐบาลก็ได้ในสิ่งที่ต้องการคือได้เลือกตั้งที่เรียบร้อยภายในสิ้นปีนี้ระยะเวลา 5 - 6 เดือน ​โดยการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นจากความยินยอมพร้อมใจ แต่ช่วงนี้รัฐบาลก็ต้องถอยฉากไป เพื่อเปิดทางให้เกิดรัฐบาลเฉพาะกาล เพื่อทำให้ฝ่ายมวลมหาประชาชนยอมรับได้กับเงื่อนไขเปลี่ยนผ่านนี้ แล้วกลับสู่การเลือกตั้ง ข้อเสนอแนวของตนไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และเป็นการปฏิวัติเงียบตามที่พรรคเพื่อไทยระบุ เพราะว่าถ้าเดินอยู่แบบนี้ ก็ไม่แน่ใจว่ามีกี่คนกล้ายืนยันว่า เลือกตั้งวันที่ 20 ก.ค. หรือจะเป็นช่วงเดือน ส.ค.หรือ ก.ย. แล้วจะสำเร็จ ทั้งนี้ขอถามว่าระหว่างที่เดินไปเผชิญหน้ากัน โดยไม่รู้จะจบที่ไหน เมื่อไหร่ กับการได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ อันไหนเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หรือเป็นไปตามหลักประชาธิปไตยมากกว่า

"ถ้ารัฐบาลเดินตามแผนที่ผมเสนอ กปปส. ยอมรับแผนนี้ ก็ไม่ต้องมาขัดแย้งกัน รัฐบาลก็จะได้รู้ว่าอีก 5 เดือน 6 เดือน มีการเลือกตั้งที่มีความเรียบร้อย ขณะเดียวกันกระบวนการปฏิรูปก็เดินได้ทันที ด้วยการมีสภาปฏิรูป รัฐบาลคนกลาง แม้จะแก้กฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ก็เตรียมข้อเสนอไว้ และกระบวนการประชามติก็จะเริ่มขึ้น ให้ประชาชนให้ความสนับสนุนการปฏิรูป แล้วกระบวนการประชามติ ก็เป็นกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยที่สุด ฉะนั้นถ้าไปหยิบข้อใดข้อหนึ่งในรัฐธรรมนูญ มันก็ขัดกันหมด ผมถามว่าวันนี้เลือกตั้งภายใน 60 วันใช่หรือไม่ หลังจากยุบสภา เวลานี้สถานการณ์ไม่ปกติอยู่แล้ว ต้องเทียบเคียงเจตนารมณ์ เรากำลังจะนำกระบวนการนี้กลับเข้าสู่การเดินตามรัฐธรรมนูญ แล้วเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย สิ่งที่ผมเรียกร้อง หรือกำหนดแผนนี้เป็นความสมัครใจ ไม่มีใครไปบังคับใคร ดังนั้นเกิดจากความยินยอมพร้อมใจทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่ความสงบบ้านเมือง และให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ผ่านกระบวนการประชาธิปไตยอย่างการประชามติด้วย" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าหลายคนอาจยังไม่ได้อ่านข้อเสนอทั้งหมด แต่ขณะนี้มีคนออกมาปฏิเสธข้อเสนอแล้ว นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เรื่องนี้คนตัดสินใจได้คือน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว คนอื่นจะพูดอะไรก็ว่าไป แต่คำตอบต้องมาจากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งนี้ตนมีเอกสารสภาพปัญหาว่า เป้าหมาย หลักการ ขั้นตอนของแผน ใช้กฎหมายข้อไหนอย่างไร ขัดกับหลักประชาธิปไตยหรือไม่ ประชามติมีความสำคัญอย่างไร รวมทั้งการดำเนินการทำเรื่องนี้จะกระทบกับคดีของศาลหรือไม่อย่างไร ดังนั้นใครคิดจะวิจารณ์ ตำหนิ ขอให้อ่านรายละเอียดก่อน ให้ใช้เหตุใช้ผล ไตร่ตรองให้ดี วันนี้ขอให้มาตั้งหลักกัน การเสนอทางออกที่ตนเห็นว่าเป็นรูปธรรม ชัดเจนมากที่สุด แต่ถ้าสัปดาห์นี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ก็แสดงชัดเจนว่าไม่ยอมรับ อย่างไรก็ตามการที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะขาดคุณสมบัติ เนื่องจากถูกปลดจากราชการนั้น เห็นว่า คำสั่งปลดตนออกจากราชการ ก็ได้โต้แย้งและฟ้องศาลปกครอง ศาลรับไว้แล้ว การที่ศาลรับแสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องวินัยทหาร แต่เป็นการอ้างในการออกคำสั่งนี้ ซึ่งค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้ขาดคุณสมบัติ​ ซึ่งเรื่องนี้เป็นกระบวนการทางการเมือง มีที่ไหนปลดคนออกจากราชการ หลังจากที่เขาออกมาแล้ว 30 ปี ​