"สุเทพ"ปราศรัย"ยิ่งลักษณ์"หมดความชอบธรรม แต่ยังไม่ลาออกเพื่อเปิดโอกาสให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ปลอดนักการเมือง และปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ประกาศบนเวทีสวนลุมฯ ถึงการต่อสู้ขั้นสุดท้ายของมวลมหาประชาชน และได้รายงานสถานการณ์การต่อสู้ว่า เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 56 มวลมหาประชาชนได้รวมตัวขึ้นครั้งแรกเพื่อต่อต้าน รัฐบาลที่สมคบกับสมาชิกรัฐสภาที่เป็นสมุนบริวารกระทำการขัดขืนใจประชาชนด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมล้างผิดให้นักโทษที่หลบหนีคำพิพากษาของศาล ที่กระทำทุจริตต่อชาติ ออกกฎหมายล้างผิดให้อาชญากรที่ฆ่าทหาร ประชาชนในปี 2553 และล้างผิดให้คนวางเพลิง เผาเมือง ปล้นทรัพย์จากเหตุการณ์เดียวกัน
นอกจากนั้น ยังคืนทรัพย์สิน 4.6 หมื่นล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยที่ศาลได้พิพากษาให้ยึดเป็นของแผ่นดิน ที่ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบของทักษิณ ชินวัตร การออกกฎหมายนิรโทษฉบับนั้นกระทำโดยฉ้อฉลกลางสภา มีการร่วมรัดปิดปากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และข่มขืนใจสภาให้ยอมรับกฎหมายฉบับนี้ตอนตี 4 เมื่อเราออกมาต่อต้าน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ใช้วิธีให้วุฒิสภายับยั้งกฎหมายนิรโทษ ซึ่งเมื่อครบ 180 วัน ก็สามารถให้ส.ส.ของเขาเสนอให้สภาหยิบขึ้นมาพิจารณาใหม่ ยืนยัน และประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ทันที พฤติกรรมของรัฐบาลแสดงให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นชัดถึงการทรยศต่อประชาชน ไม่ฟังเสียงประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง เป็นพฤติกรรมของคนบ้าอำนาจ ประชาชนได้เห็นประจักษ์ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นทรราชย์ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องต่อต้านโค่นล้มรัฐบาลทรราชย์เพื่อรักษาประเทศชาติเอาไว้ และขยายไปทั่วทั้งประเทศ ตั้งแต่นักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ นักวิศวกร นักบัญชี นักธุรกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ศิลปิน ดารา เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา และราษฎรทั่วไป จึงเกิดการรวมตัวเป็นมวลมหาประชาชน
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ประชาชนเห็นว่าระบอบทักษิณได้ทำร้ายประเทศชาติ ประชาชนคนไทยอย่างแสนสาหัสมานับสิบปี ใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม ข่มเหงข้าราชการ แผ่อิทธิพลครอบงำองค์กรอิสระ แสดงอิทธิพลเหนือสื่อมวลชน นักธุรกิจ นอกจากนั้น กลุ่มบุคคลในระบอบทักษิณได้แสดงการปฏิเสธขัดขืนไม่ยอมรับอำนาจฝ่ายตุลาการ ปปช. และใช้อำนาจ อาวุธ ข่มขู่ตุลาการ และปปช. พร้อมกับใช้ นปช.ไปปลุกระดมยุยงให้ออกมาข่มขู่ด้วยความรุนแรง ทั้งยังใช้สื่อที่อยู่ในอำนาจอิทธิพล และช่อง 11 คอลัมน์นิสต์ พิธีกร ใส่ร้ายกล่าวหาว่า ปปช.สมคบกับฝ่ายอื่นๆ ล้มล้างรัฐบาล ถึงขนาดประกาศว่าจะแยกราชอาณาจักร แยกดินแดน ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ย้ายเมืองหลวง และใช้อาวุธก่อสงครามกลางเมืองขึ้น
หลังจากประชาชนได้รวมตัวเป็นมวลมหาประชาชนเมื่อ 24 พ.ย.56 ตนได้ยื่นข้อเสนอต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผบ. 3 เหล่าทัพ ขอให้ลาออกจากตำแหน่ง และลาออกทั้งคณะ เพราะหมดความชอบธรรมทั้งด้านกฎหมาย ทางการเมือง เพื่อเปิดโอกาสให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ปลอดนักการเมือง และปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ดื้อดึงไม่ยอมลาออก อ้างว่าไม่มีกฎหมายรองรับ พวกเราจึงได้นัดชุมนุมใหญ่เมื่อ 9 ธ.ค. 56 โดยมีผู้เข้าร่วมหลายล้านคน นอกจากนี้ รัฐบาลยังหวังฟอกตัวเองโดยเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อ 2 ก.พ. 57 ซึงมวลมหาประชาชนไม่ยอมรับและประกาศเจตนารมณ์ว่าต้องปฏิรูปก่อนที่จะเลือกตั้ง ในที่สุดเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะเพราะประชาชนไม่เอาด้วย แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ยอมลาออก อ้างว่าไม่ได้ทำอะไรผิดจะรักษาการณ์จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ และบอกว่าการปฏิรูปประเทศจะเกิดขึ้นภายหลังเลือกตั้ง





