ตามคาด! ก.ตร.ไฟเขียวโยก"คำรณวิทย์"ไปภาค5 สลับ"สุเทพ"คุมนครบาล "อดุลย์"แจงเหตุลดการเผชิญหน้า
ที่ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งท่ี่4/2557 โดยมี ก.ตร.ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง แต่มีเพียง พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง ก.ตร.ผู้ทรงคุณ พล.ต.อ.รชต เย็นทรวง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร.ที่เดินทางไปต่างประเทศ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้ ก.ตร.มีการพิจารณาหลายวาระ แต่วาระสำคัญคือ แต่งตั้งโยกย้ายระดับผู้บัญชาการขึ้นไป โดยมีการพิจารณารายชื่อตามที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เสนอ โดยมีรายงานว่า ก.ตร.ได้พิจารณาวาระแต่งตั้งโยกย้ายเป็นเรื่องแรก ใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยเชิญเจ้าหน้าที่ออกจากห้องประชุม ทั้งนี้ ก.ตร.เห็นชอบตามที่ ผบ.ตร.เสนอ คือให้ พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ แพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.นพ.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ รองแพทย์ใหญ่(สบ 7) รพ.ตรขึ้นเป็นแพทย์ใหญ่(สบ 8)แทน ซึ่งการพิจารณา 2 ตำแหน่งผ่านไปด้วยดี ไม่มีการคัดค้าน
กระทั่งมีการเสนอให้สับเปลี่ยนตำแหน่งที่ให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น โยกไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5) และให้ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 มาเป็น ผบช.น.แทน ซึ่ง ก.ตร.ส่วนใหญ่เห็นชอบโดยไม่ต้องมีการลงคะแนน
แต่พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ออกความเห็นและให้บันทึกการประชุมไว้ว่า ไม่เห็นด้วยเรื่องการวางตัวบุุคคล ที่ให้ พล.ต.ท.สุเทพ โยกมาเป็น ผบช.น. เนื่องจากไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่นครบาลมาก่อน จึงควรพิจารณา ผบช.คนอื่นที่มีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่นครบาล มาดำรงตำแหน่ง ผบช.น.มากกว่า อาทิ พล.ต.ท.อนุชัย เล็กบำรุง ผบช.ภ.4 หรือ พล.ต.ท.วรศักดิ์ นพสิทธิพร ผบช.ภ.6 ซึ่งทั้งคู่เคยเป็น รอง ผบช.น.
ขณะที่ พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนะพร ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ก็ขอให้บันทึกการประชุมเช่นกันว่า ขอให้ ผบ.ตร.บันทึกเหตุผลที่แท้จริงในการโยกย้าย 2 ตำแหน่งนี้ลงในบันทึกการประชุม ไม่ใช่ระบุว่าเพื่อความเหมาะสมเท่านั้น เพราะไม่ต้องการให้เกิดกรณีเช่น การโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีการฟ้องร้องภายหลัง อย่างไรก็ตาม ก.ตร.ก็ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งโยกย้ายทั้ง 4 ตำแหน่ง โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า การพิจารณาแต่งตั้งเรียบร้อยดี ก.ตร.เห็นชอบตามที่เสนอ ผ่านไปด้วยดี อย่างนุ่มนวล
ส่วนที่ ก.ตร.แสดงความเห็นถึงความเหมาะสมในการวางตัว พล.ต.ท.สุเทพ เป็น ผบช.น.นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่า เหตุผลเพื่อความเหมาะสม ตนได้ชี้แจงในที่ประชุมว่า พล.ต.ท.สุเทพ นั้นรับราชการมานาน แม้ไม่เคยอยู่ในนครบาลมาก่อน แต่มีภาวะผู้นำ บุคลิกภาพนุ่มนวล เป็นนักประสานงานที่ดี สามารถทำได้ เพียงแต่ต้องปรับตัวเล็กน้อย เหมือนกับตนก็เคยได้รับแต่งตั้งไปดูงานหลายด้าน เคยต้องย้ายให้ดูงานจราจร กรณีนี้ตนมองว่าต้องใช้ภาวะผู้นำหน่วยในการแก้ปัญหา โดยจากนี้จะต้องเสนอ กกต.ให้รับทราบ ก่อนเสนอโปรดเกล้าฯ ต่อไป
พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ไม่คัดค้านการการแต่งตั้งเปลี่ยน ผบช.น. แต่ไม่เห็นด้วยกับการวางตัว พล.ต.ท.สุเทพ เนื่องจากไม่เคยทำงานในนครบาลมาก่อน แต่ พล.ต.อ.อดุลย์ ก็ได้อธิบายถึงความจำเป็น เพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ และพล.ต.ท.สุเทพ ก็เหมาะสม เป็นคนใต้ที่มีความนุ่มนวล โดย ผบ.ตร.เองจะไปดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิดในช่วงการปรับตัว
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร.กล่าวว่า ผบ.ตร.ให้เหตุผลในการเปลี่ยนผบช.น.เพื่อปรับให้เหมาะสถานการณ์ ลดการเผชิญหน้าในการคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ โดยให้พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้พัก ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุเทพ เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน ประสานงานได้ดีกับทุกฝ่าย นิ่มนวล บังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชาได้ดี
โฆษกตร.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ก.ตร.มีมติให้จ่ายเงินชดเชยส่วนต่างเงินเดือนให้กับข้าราชการตำรวจ จากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายปรับฐานเงินเดือนกับวุฒิปริญญาต่างๆ โดยให้จ่ายตกเบิกย้อนหลังตั้งแต่ปี 2553





