"สุเทพ"วอนมวลชนร่วมชุมนุมใหญ่อย่าพกพาอาวุธเข้ามา เตรียมส่งทีมตรวจหาอาวุธ หวั่นฝ่ายตรงข้ามจะให้เป็นข้ออ้างใช้ความรุนแรง
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีกปปส.สวนลุมพินีฝากไปยังผู้ที่จะเดินทางมาร่วมชุมนุมใหญ่ที่จะมีการประกาศในวันพรุ่งนี้ (30 เม.ย.) ว่า สิ่งที่ตนอยากจะฝากและซักซ้อมไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนอยู่ทางบ้านที่เตรียมตัวจะเดินทางเข้าร่วมชุมนุมใหญ่กับกปปส.ที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้ว่า ขอให้คนที่ตัดสินใจเข้าร่วมชุมนุมทุกคนขอให้ทำใจให้แน่วแน่มาตั้งบ้านว่าเราจะต่อสู้อย่างพลเมืองดี และจะสู้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สู้ตามรัฐธรรมนูญให้สิทธิ์รับรองเอาไว้นั้นคือเราจะยึดมั่นการชุมนุมอย่างสันติ โดยเราจะต่อสู้โดยสงบและปราศจากอาวุธ รวมทั้งเราจะสู้ไม่ก่อเหตุรุนแรงและอหิงสา ดังนั้นคนที่จะเดินทางเข้าร่วมกับเราจะต้องมาโดยมือเปล่า ให้พกมาได้แค่นกหวีดส้นเท้าและหัวใจเท่านั้น อย่างอื่นห้ามพกพามา
" เรื่องนี้จะต้องสัญญากับตัวเองก่อนที่จะออกจากบ้าน มีดเล่มหรือปืนก็ไม่ต้องนำมา แต่ถ้าหากคนใดคิดว่าชีวิตนี้ของตนเองขาดการพกมีดสักเล่มหรือปืนสักกระบอกแล้วไปไหนไม่ได้ เป็นอย่างนี้ขอบอกว่าไม่ต้องเดินทางมา เพราะเราไม่ต้องการนักสู้อย่างนั้น เราต้องการนักสู้ที่หัวใจที่ยิ่งใหญ่ สู้อย่างคนกล้าที่มีเพียงมือเปล่าเท่านั้น ซึ่งคนอย่างนี้เราต้องการที่จะให้มาร่วมกันสร้างวีรกรรมให้มันเลืองลือ และจารึกในประวัติศาสตร์ว่าผู้รักชาติและรักแผ่นดินได้ออกมาต่อสู้ด้วยมือเปล่า และหัวใจ เรื่องนี้ตนมีความจำเป็นที่จะต้องพูดและบอกกันให้เข้าใจตรงกัน " นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ที่เข้ามาปักหลักชุมนุมแล้วหากมีการหลงลืมมีการนำอาวุธเข้ามาก็ขอให้กลับบ้านนำไปเก็บ รวมทั้งการ์ดอาสาทั้งหมดด้วยเช่นกันจะต้องไม่มีการพกพาอาวุธแม้แต่คนเดียว เรื่องนี้ตนมีความเข้าใจและเห็นใจเรื่องความปลอดภัย แต่ตนอยากจะให้เราจะต้องใจถึงด้วยการออกไปสู้ด้วยมือเปล่า ดังนั้นหลังจากนี้ตนจะมีการส่งทีมเข้าตรวจสอบทุกคน โดยตนจะไม่อนุญาตให้ใครก็ตามพกพาอย่างเด็ดขาด เพราะหากใครเห็นแก่ตัวพกพาอาวุธปืนสักกระบอกเข้ามา เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมาแล้วเอาปืนไปยิงสู้กับคนที่จะเข้ามา จากการกระทำตรงนี้อาจจะเป็นเหตุให้มีการใช้อาวุธยิงพี่น้องผู้ชุมนุมของเราอีกหลายชีวิตได้ ดังนั้นเราจะต้องไม่มีอาวุธอย่างเด็ดขาด หากจะมีใครมาทำร้ายพวกเรา ก็อย่าไปทำอะไรให้นั่งสวดอิติปิโสอย่างเดียวเท่านั้น
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลามาเจรจาปรึกษาหารือกันว่าจะมาถอยคนละก้าว แต่นี่เป็นต่อสู้กับคนเพียงกลุ่มเดียวที่ปล้นชาติประเทศอย่างหน่ำใจแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุด ดังนั้นถึงเวลาจำเป็นแล้วที่จะต้องอธิบายให้คนขวัญอ่อน และมองโลกสวยได้เข้าใจเรื่องทั้งหมด ซึ่งตรงนี้อย่ามาชวนตนให้ยอมเลย เพราะตนได้เห็นทุกอย่างมาหมดแล้วว่าเขายอมทำทุกอย่างเพื่อนคนของเขา และพรรคพวกของเขาเท่านั้น การต่อสู้ของเราใครจะเห็นต่างเราไม่เคยว่า และไม่เคยโกรธเคือง ซึ่งตนอยากจะขอให้หลีกทาง และเปิดทางให้เราได้ต่อสู้ต่อไป ดังนั้นใครก็ตามจะพูดใส่ร้ายให้ร้ายเรานั้น ผมขอบอกเลยว่าเราไม่เคยใส่ใจและสนใจ และไม่อยากจะให้มาเป็นศัตรูคู่ต่อสู้ของเรา ซึ่งคนที่เป็นศัตรูของเรามีคนเพียงกลุ่มเดียวที่ปล้นชาติปล้นแผ่นดิน ดังนั้นตรงนี้ใครไม่เกี่ยวข้องให้เปิดทางหลีกทางให้เราด้วย ตนอยากจะบอกให้รู้ บอกกันให้ชัดอย่างนี้





