อันวาร์ อิบราฮิม:การเลือกตั้งคือเสาหลักแต่ไม่ใช่คำตอบเดียว เราควรให้ความรู้แก่สาธารณชน ให้เข้าถึงสื่อมวลชน และมีระบบยุติธรรมที่เป็นอิสระ
นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำพรรคฝ่ายค้านมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ นายเทพชัย หย่อง บรรณาธิการบริหารเครือเนชั่น ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญส่วนหนึ่งเกี่ยวกับปัญหาการเมืองภายในของไทย และบทบาทการเป็นตัวกลางของมาเลเซียในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
O อนาคตของฝ่ายค้าน (มาเลเซีย) คืออะไร คุณกำลังเรียกร้องให้มีการผนึกกำลังของพรรคฝ่ายค้าน แต่คุณก็พูดว่าตัวเองจะไม่หนุ่มขึ้นและคุณต้องเสี่ยงต่อการติดคุก คุณมองภาพของฝ่ายค้านในอนาคตเช่นไรหลังจากที่คุณไม่ได้มีบทบาททางการเมืองอีกต่อไปด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม?
ผู้นำทางการเมืองมักจะคิดว่าตนเองอยู่ยั้งยืนยงและไม่สามารถถูกแทนที่ได้ แต่คุณจะประสบความสำเร็จเฉพาะเมื่อคุณเปิดเผยและฝึกผู้นำรุ่นใหม่ ในพรรคของเรามีผู้นำรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตในช่วงวัยระหว่าง 30 ถึง 40 ปีเศษที่มาจากทุกกลุ่มเชื้อชาติ สามารถแสดงศักยภาพในการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพและชัดเจนในอุดมการณ์การมุ่งสู่การปฏิรูป เสรีภาพ และความยุติธรรม
ผมเองก็ถูกผลักดันขึ้นมาตามแนวทางนี้เช่นกัน และผมไม่เชื่อว่านี่เป็นบทบาทของอันวาร์คนเดียว ใช่...ผมให้โอกาส ในส่วนของผม พรรคพันธมิตรมีการผนึกกันอย่างเหนียวแน่นแข็งแรง ยากที่จะสลายได้
O ชาวไทยได้ใช้แนวทางจากหลักการ "รีฟอร์มาซี" (ปฏิรูป) ของคุณ คนไทยกำลังพูดถึงเส้นทางการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานซึ่งเป็นอะไรที่คุณเริ่มต้นไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว แต่พรรครัฐบาลยังคงยืนยันให้มีการเลือกตั้ง คุณเห็นสิ่งที่คล้ายกันระหว่างสถานการณ์ในเมืองไทยกับมาเลเซียบ้างไหม?
มีความคล้ายคลึงกันมาก เพราะการเรียกร้องเพื่อการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ไม่ใช่แค่เพียงการเลือกตั้งเท่านั้น ความล้มเหลวของนโยบายสหรัฐอเมริกาต่อการบริหารอิรักคือการสร้างความหลงใหลในการเลือกตั้ง ทั้งที่องค์กรรัฐยังไม่เข้าที่เข้าทาง ไม่มีสื่อเสรีหรือผู้พิพากษาที่เป็นอิสระ และไม่มีการส่งเสริมการศึกษาให้มากพอ
เมื่อคุณพุดถึงการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรมในมาเลเซียที่ไม่มีทั้งเสรีและเป็นธรรม คุณก็ต้องพูดถึงเสรีภาพของสื่อ ผู้พิพากษาที่เป็นอิสระ และระดับของการเมืองและนโยบายเพื่อให้ประชาชนได้มาตัดสินใจเลือกผู้นำทางการเมืองด้วย
O มีกลุ่มคนในประเทศไทยเชื่อว่าพวกเขาสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองผ่านการประท้วงตามท้องถนน และมีคนที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถทำได้ผ่านทางกล่องลงคะแนน คุณจะเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยกับสถานการณ์ในมาเลเซียอย่างไร?
คุณกำลังพูดถึงสิ่งที่ผมเคยผ่านมา ผมเข้าใจปรากฏการณ์ในประเทศไทยและการปฏิรูป (Reformasi) ในจาการ์ต้า (อินโดนีเซีย) อย่างน้อยในประเทศไทย สื่อมวลชนสามารถนำเสนอเสรีภาพทางความคิดของทั้งสองฝ่ายได้ แต่ในมาเลเซียไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ในการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นถ้าผมทุ่มเงิน 1,000 ล้านลงไปในเขตเลือกตั้ง ผมก็รับรองได้เลยว่าจะชนะการเลือกตั้ง
ดังนั้นเราจึงควรเริ่มต้นจากการทำให้กระบวนการการเลือกตั้งเป็นไปอย่างขาวสะอาด มีการให้ความรู้แก่สาธารณชน มีกฎหมายการเลือกตั้งที่เข้มงวดต่อการโกงการเลือกตั้ง มีการออกกฎหมายเพื่อต่อต้านการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้องและการฉ้อฉล ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะเกิดขึ้นก่อน ไม่เช่นนั้นผู้ที่ชนะการเลือกตั้งเสมอจะเป็นผู้ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกลุ่มทุนเพียงหนึ่งหรือสองคนเท่านั้น
O ดังนั้นการเลือกตั้งจึงไม่ใช่คำตอบต่อปัญหาในประเทศต่างๆ เช่น ไทยและมาเลเซียกำลังเผชิญอยู่?
การเลือกตั้งคือเสาหลักแต่ไม่ใช่คำตอบเพียงประการเดียว เราควรให้ความรู้แก่สาธารณชน ให้เข้าถึงสื่อมวลชน และมีระบบยุติธรรมที่เป็นอิสระ นั่นคือส่วนประกอบทั้งหมดที่จำเป็นต่อการสร้างระบบการบริหารประเทศแบบประชาธิปไตย





