"ทนายยิ่งลักษณ์ "หอบเอกสารพยาน 4 ปาก ส่งศาลรัฐธรรมนูญ สู้คดีโยกย้าย "ถวิล" ไม่ชอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัฒนา เตียงกูล ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้มายื่นบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงในคำร้องที่ ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กับคณะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182 วรรคหนึ่ง( 7) ประกอบมาตรา 268 หรือไม่ จากกรณีการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. ซึ่ง วันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายที่ศาลมีคำสั่งให้ พยานยื่นบันทึกยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นต่อศาลในกรณีดังกล่าว
นายวัฒนา กล่าวว่า ได้เป็นตัวแทนยื่นบันทึกยืนยันข้อเท็จจริงของ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ถูกร้อง และพยานทั้ง 4 ปาก ประกอบด้วย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีตผู้บัญชาการตำรวจ (ผบ.ตร.) แห่งชาติพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิมอยู่บำรุง รมว.แรงงาน และพล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยในจำนวนนี้มีเพียง พล.ต.อ.วิเชียร คนเดียวที่เป็นพยานฝ่ายผู้ถูกร้องที่ศาลเรียกให้มาให้ถ้อยคำในวันที่ 6 พ.ค. นี้ อย่างไรก็ตามในวันที่ 6 พ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมาด้วยตัวเองหรือไม่ก็อยู่ที่ดุลยพินิจการตัดสินใจของตัวนายกฯเอง แต่เอกสารหลักฐานที่ยื่นในวันนี้ก็ได้ยื่นต่อสู้ในประเด็นที่แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจในการใช้อำนาจหน้าที่ในการแต่งตั้งโยกย้ายเลขาธิการ สมช. ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่รายละเอียดในเอกสารขอไม่เปิดเผย
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสารของศาลรัฐธรรมนูญที่ส่งไปยัง พล.ต.อ.วิเชียร โดยมีการระบุเป็นคำถาม 10 ข้อนั้น พยานคนอื่นได้รับเอกสารในลักษณะเดียวกันหรือไม่ นายวัฒนา กล่าวว่า เอกสารลักษณะดังกล่าวมีถึง พล.ต.อ.วิเชียร เพียงคนเดียวเนื่องจากเป็นพยานที่ศาลเรียกมาไต่ส่วน ส่วนเอกสารที่ส่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มีการระบุเป็นคำถามเพราะถือว่าเป็นผู้ถูกร้องศาลเปิดโอกาสให้ต่อสู้อย่างเต็มที่ อีกทั้งพยานคนอื่นๆนั้นก็ไม่ได้มีการส่งเอกสารที่เป็นคำถามในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
จากนั้น นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ในฐานะผู้ร้อง ก็ได้มายื่นถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง ต่อศาลด้วยเช่นกัน โดยนายไพบูลย์ระบุว่า ในเอกสารดังกล่าวตนได้ชี้แจงให้ศาลเป็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ใช้อำนาจในการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร ออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร. และการย้าย นายถวิล ออกจากเลขา สมช. เพราะเชื่อว่าการโยกย้ายทั้งสองไม่ได้มาจากความสมัครใจ รวมถึงหากวินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีมีความผิดก็จะทำให้ความเป็นนายกฯสิ้นสุดลง โดยจะส่งผลไปยังคณะรัฐมนตรีทั้งชุดด้วย เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นมติของคณะรัฐมนตรี แตกต่างจากกรณีของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีที่กระทำผิดเพียงคนเดียว อีกทั้งกรณีนี้เมื่อมีการยุบสภาไปแล้วทำให้อำนาจการบริหารแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีถูกจำกัดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 อีกทั้งจะทำให้รัฐมนตรีที่เหลืออยู่ไม่อาจประกอบเป็นคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 171 ได้ และตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินมาตรา 10 วรรคท้าย ได้มีการระบุให้ คณะรัฐมนตรีอำนวยความสะดวกให้หัวหน้าส่วนราชการต่างๆดำเนินการเพื่อรับแนวทางการบริหารราชการแผ่นดินจากนายกรัฐมนตรี ฉะนั้น เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินดำเนินการต่อไปได้จึงจำเป็นต้องดำเนินการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีคนใหม่โดยทันที ภายในเวลา 7 วัน โดยนำบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องมาใช้โดยอนุโลม
ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 140.00 น. นายถวิล ซึ่งเป็นพยานที่ศาลเรียกมาเบิกความในวันที่ 6 พ.ค. ก็ได้ยื่นบันทึกยืนยันข้อเท็จจริงต่อศาลแล้วด้วยเช่นกัน





