วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ไฟเขียวเปิดประชุมสภาปิดทางวุฒิยื่นศาลรธน.

ครม.ชิงเกมไฟเขียวเปิดประชุมสภาปิดทางวุฒิฯยื่นศาลรธน.หวั่นตีความพ่วงประเด็นถอดถอน

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมครม. ใช้เวลากว่า 1 ช.ม.ในการหารือวาระการออกพ.ร.ฎ.เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ โดยในที่ประชุทมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่ง นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม เสนอแนวทางการออกพ.ร.ฎ ไว้ 3 แนวทาง คือ 1.ครม.ไม่มีมติใด ๆ และปล่อยให้ทั้ง 2 สภา คือเลขาธิการวุฒิสภา กับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไปหารือตกลงกันเอง

2.ปล่อยให้วุฒิสภายื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งประเด็นนี้นายชัยเกษม ชี้แจงว่า รัฐบาลเสียเปรียบ เพราะหากปล่อยให้วุฒิสภาเป็นฝ่ายยื่นเรื่อง จะสามารถกำหนดประเด็นเองได้ ซึ่งอาจจะระบุเนื้อหาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ในประเด็นถอดถอนบุคคลเข้าไปด้วย อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางวุฒิสภา ยืนยันแล้วว่าการเปิดสมัยประชุมในครั้งนี้จะมีเพียงการแต่งตั้งบุคคลตามมาตรา 132(2) เท่านั้น

3.รัฐบาล จะยื่นเรื่องดังกล่าวให้ศาลวินิจฉัยเอง ซึ่งแนวทางนี้รัฐบาลจะได้เปรียบเพราะสามารถกำหนดประเด็นได้

โดยในที่ประชุมน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการรับฟัง ข้อชี้แจงของนายชัยเกษม โดยสรุปจำเป็นจะต้องออกพ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภาฯ ดังนั้นครม.ควรเห็นชอบอนุมัติ อย่างไรก็ตามนายชัยเกษม ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อรัฐบาลอนุมัติพ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภาแล้ว วุฒิสภาจะครบองค์ประชุมหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องที่วุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะต้องไปหารือกัน เพราะกกต.จะต้องรับรองส.ว.ให้ครบ 95% จึงจะเปิดสภาได้ ซึ่งประเด็นนี้เป็นปัญหาภายในระหว่างวุฒิสภา และกกต.ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ยกร่างพ.ร.ฎ. ไว้ 2 แบบ คือ 1.พ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภา โดยส.ว.ชุดเก่าทำหน้าที่ 2.พ.ร.ฎ.เปิดประชุมสภา โดยส.ว.ชุดใหม่ ทำหน้าที่ซึ่งในประเด็นนี้ได้ข้อสรุปว่า เป็นเรื่องภายในระหว่างวุฒิสภา และกกต.เช่นกัน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานะส.ว. ที่วุฒิสภาและกกต.ควรไปหารือตกลงกันเอง

นอกจากนี้นายชัยเกษม ได้เสนอแนะว่าทางรัฐบาล ไม่ควรเดินตามเกมที่วุฒิสภาได้กำหนดวันเปิดและปิดประชุมสภาที่ระบุเป็นวันที่ 2 พ.ค.-10พ.ค. เพราะเกี่ยวข้องกับที่วุฒิสภาจะต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จ แต่ควรเป็นสิทธิ์ของรัฐบาลที่จะกำหนดได้

ด้านนายพงศ์เทพ ให้ความเห็นว่า หากวุฒิสภายื่นให้ศาลรัฐธรรมูญตีความ สุดท้ายก็จะมีคำวินิจฉัยในแนวทางที่จะมีการออกพ.ร.ฎ.เปิดประชุมอยู่ดี ซึ่งนายพงศ์เทพ เห็นด้วยกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ระบุว่าสามารถออกพ.ร.ฎ.เปิดประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ หลังการยุบสภาได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 128

ทั้งนี้นายกฯ ได้เห็นว่าข้อเสนอของนายชัยเกษม และนายพงศ์เทพ ให้น้ำหนักในทางเดียวกันจึงออกพ.ร.ฎ.ได้อยู่ดี