"ชัยวัฒน์"ระบุฆาตกรรม"ไม้หนึ่ง ก.กุนที"เป็นสัญญาณที่ไม่ดี เป็นสัญญาณของความเกลียดชัง มีผลต่อวิธีการคิดแก้ปัญหา
ศ.ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึง "สันติวิธีเพื่อการจัดการความแย้ง"ว่า ขณะนี้กำลังเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทย 3-4 สัปดาห์ข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร ถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นก็จะมีภัยคุกคามทางการเมืองที่ย่อมส่งผลต่อทิศทางของการปฏิรูป ทั้งนี้ตัวเลขที่น่ากลัวของสังคมไทยวันนี้คือหนี้ครัวเรือน ที่สูงขึ้นมากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อีกประเด็นหนึ่งคือ สงสัยว่าเหตุใดคนกลุ่มหนึ่งจึงโกรธมากและถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งอาจตอบได้ว่าคนเหล่านั้นมีประสบการณ์ผ่านความรุนแรงเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 สังคมไม่ใช่ข้อยกเว้นเรื่องความรุนแรง แต่เราสามารถทำสิ่งน่ารังเกียจ เผาคนให้ตายทั้งเป็น ทำลายศพได้ เรื่องนี้ใช้วิธีการอธิบายว่าต้องทำในนามของชาตินิยม ไม่ใช่คนไทย ไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ทำให้เกิดความหลอนในสังคมไทย ใครใช้สิ่งเหล่านี้ในการระดมผู้คนจะถือเป็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันนี้ ความขัดแย้งเหล่านี้เป็นบทเรียนที่ต้องศึกษา
นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณไม่ดีที่ตนมองเห็นหลายเรื่อง เช่น การที่ ศอ.รส. สนับสนุนให้มีพระบรมราชวินิจฉัย การที่คู่ขัดแย้งเปลี่ยนสภาพและมีบางสิ่งที่ไม่ควรเป็นคู่ขัดแย้ง แต่น่าจะทำหน้าที่อย่างอื่น ทำให้ศักยภาพในการแก้ปัญหาลดลง ซึ่งตนกังวลมาก เช่นเดียวกับองค์กรกำจัดขยะที่มีคนชื่นชมแต่เรากำลังบอกว่าคนจำนวนหนึ่งในประเทศเป็นขยะไม่ใช่มนุษย์ หรือกรณีพ่อแม่แจ้งความจับกุมลูกในข้อหาหมิ่นสถาบัน วาทศิลป์ของแกนนำหลายคนที่นำมาสู่ความขัดแย้ง ปลุกระดมผู้คนให้มาชุมนุมกัน รวมทั้งกรณีฆาตกรรม"ไม้หนึ่ง ก.กุนที" เหล่านี้ทั้งหมดล้วนเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เป็นสัญญาณของความเกลียดชัง มีผลต่อวิธีการคิดแก้ปัญหา คิดว่าการแก้ปัญหาของตนเป็นเรื่องที่ถูกต้อง จึงไม่มีอะไรน่ากลัวเท่ากับการกระทำความรุนแรงในนามของความดี ขณะที่การตัดสายสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัว ยอมให้ความสัมพันธ์ทางตรงตัดลงบนความสัมพันธ์แนวราบ เพราะไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นทางการเมือง เป็นการทำลายมิตรภาพระหว่างกัน เป็นเรื่องที่ตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งและเป็นเรื่องที่น่ากลัว
กับดักของความขัดแย้งมีผลหลายประการ แต่ที่สำคัญประการหนึ่งคือ ทำให้คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร เราต้องเสนอแนวคิดให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่หมดหวัง รอแต่วันที่ทำร้ายกัน จึงอยากเสนอประเด็นพาราความขัดแย้งหรือข้อเสนอที่นำไปสู่การคลี่คลายปัญหาความขัดแย้ง โดยมีทางเลือกต่าง ๆ สำหรับสาธารณชน เช่น ถ้าไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งจะทำอย่างไรได้บ้าง รวมทั้งการเฝ้าระวังวาทกรรมแห่งการเกลียดชัง (Hate speech) ที่ทำให้เห็นว่าเราสามารถพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะที่มาจากผู้ที่มีอิทธิพลต่อประชาชน ทั้งนักการเมือง แกนนำ ศิลปิน รวมถึงการข้ามเส้นที่ไม่ควรข้าม เช่น การทำร้ายเด็กจนเสียชีวิต ส่วนคำถามว่าเราจะเตรียมการให้กับสังคมไทยอย่างไร อยากให้ดูต้นเหตุความขัดแย้งและป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง ตลอดจนเมื่อเกิดความขัดแย้งแล้วจะทำอย่างไร ประคับประคองให้เกิดความรุนแรงน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ และไม่ทำให้ระดับความรุนแรงเปลี่ยน รวมทั้งเงื่อนไขของความปรองดอง
"ขณะนี้เราอยู่กับความขัดแย้งระหว่างสองโลกคือ โลกเก่าที่ไม่ยอมตาย และโลกใหม่ที่ไม่มีกำลังที่จะปรากฏตัวขึ้น ในสภาพนี้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปิดช่องตาย หากแต่ยังคงเห็นลู่ทางใหม่ ๆ ในการจัดการปัญหา และเชื่อว่าระดับความรุนแรงยังต่ำอยู่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยาวนานและมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวนมาก เราต้องสู้กับมายาคติหลายอย่าง ไม่ควรดูถูกความสามารถความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองในการแก้ปัญหานอกเหนือจากการใช้ความรุนแรง ต้องมีความท้าทายในการไปสู่ในที่ที่ไม่เคยไป"





