วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เลขาฯศาลปค.แจงปมแทรกแซงโยกย้ายตร.

เลขาธิการ สนง.ศาลปกครอง แจงยิบหลังถูกวิจารณ์แทรกแซงโยกย้าย ตร. ชี้แค่เสนอผู้บังคับบัญชาให้พิจารณาเท่านั้น

นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่เอกสาร ซึ่งได้ทำบันทึกข้อความไม่เป็นทางการถึง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. เพื่อขอให้สนับสนุน พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล รอง ผกก.ป. สน.หัวหมาก ขึ้นไปเป็นผู้กำกับการ (ผกก.) โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพื่อนสนิทกับหลายชายของนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด และได้ช่วยดูแลการปฏิบัติภารกิจของประธานศาลปกครองสูงสุดในหลายโอกาส จนทำให้ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปี 2556 นั้น ว่า เหตุผลที่ ตนในฐานะเลขาธิการสำนักงานศาลปกครองทำหนังสือส่วนตัว ถึงพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และพล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เพื่อสนับสนุนข้าราชการตำรวจนั้น ก็เพราะ 1.เรื่องนี้สอดคล้องกับความเห็นนายหัสวุฒิ ประธานศาลปกครองสูงสุด ที่เห็นควรให้มีตำรวจศาล ซึ่งเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ไว้วางใจได้

2.การเดินทางนอกเวลาราชการของประธานศาลปกครองสูงสุด จำเป็นต้องประสานตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่ของเลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง 3.การพิจารณาขอให้ตำรวจบางนายที่ไว้วางใจได้ เช่น เคยร่วมงาน หรือ เป็นญาติ หรือเป็นเพื่อนกับญาติที่รู้ประวัติภูมิหลัง มาช่วยเรื่องการรักษาความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องมีเหตุผล

4.การส่งข้อมูลบุคคลที่ได้ช่วยปฏิบัติหน้าที่ ที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เป็นเรื่องปกติที่ผู้ได้รับการช่วยเหลือจะส่งข้อมูลให้ทราบและพิจารณาสนับสนุนซึ่งก็เป็นอำนาจโดยแท้ของผู้บังคับบัญชา ที่ไม่อาจแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจได้โดยหน่วยงานหรือบุคคลอื่น 5.การเขียนและส่งข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนตัวในกรณีนี้ ไม่ผิดกฎหมาย หรือต้องห้ามตามกฎหมายใดๆ

นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวอีกว่า การนำข้อมูลภายในส่วนราชการไปเผยแพร่และกล่าวหา ใส่ร้าย ให้บุคคลอื่น หรือสาธารณะเชื่อไปในทางที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และทำให้เกิดความเสียหายต่อหน่วยงานหรือบุคคล อาจถูกพิจารณาดำเนินคดีได้ จึงขอความร่วมมือผู้รับข่าวสารประกอบความเห็นบิดเบือนดังกล่าว อย่าได้ร่วมกระทำผิดในการเผยแพร่ต่อ โดยขาดการใช้วิจารณญาณ ซึ่งกรณีดังกล่าวประธานศาลปกครองสูงสุด ก็กังวลใจ ที่กลุ่มบุคคลซึ่งไม่ทราบข้อเท็จจริงอาจนำข้อมูลดังกล่าวไปบิดเบียนจนทำให้เกิดความเสียหายได้

“ปกติแล้วการประสานตำรวจเพื่อรักษาความปลอดภัย ของท่านประธานฯ เป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องเลือกคนที่ไว้วางใจได้ ซึ่งพ.ต.อ.ชูธเรศ ก็เป็นเพื่อนสนิทกับหลานของท่านประธาน จึงเชื่อว่าจะสามารถไว้วางใจได้เป็นอย่างดีในการปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัย ซึ่ง พ.ต.อ.ชูธเรศ ก็ได้มีความเสียสละช่วยเหลืองานภารกิจของศาลปกครองได้เป็นอย่างดีและมีผลงานความดีความชอบ จึงขอสนับสนุนโดยให้ผู้บังคับบัญชาของ พ.ต.อ.ชูธเรศ เป็นผู้ตัดสินใจพิจารณา ไม่ใช่เอาตำรวจที่เราไม่รู้ประวัติมาคอยคุ้มกันความปลอดภัย ซึ่งนั่นอาจจะเป็นผลร้ายมากกว่า ” นายดิเรกฤทธิ์ ระบุ