งวดเขัามาทุกขณะ "ยกสุดท้าย" ของสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง จะก้าวไปทางไหน? จะจบลงอย่างไร? โดยเฉพาะอนาคตของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร"
ดูเหมือนรัฐบาลของ “นายกฯปู - นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่นั่งเก้าอี้รักษาการมายาวนานกว่า 4 เดือน เป็นประวัติศาสตร์ของการรักษาการของรัฐบาลในบันทึกบทหนึ่งของการเมืองไทย จะส่งสัญญาณชัดเจนอีกครั้งในการให้ความร่วมมือ ยินดีที่จะร่วมในวงหารือที่เป็นการหาทางออกและตอบโจทย์ของตัวเอง
ดังนั้นช่วงนี้จะเห็นว่า เมื่อมีองค์กรหรือกลุ่มคนหรือบุคคลใดที่มีแนวคิดทิศทางพูดคุยมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง “นายกฯปู” ตอบรับพร้อมหารือด้วย
ทั้งการขอหารือกับรัฐบาลเพื่อหาทางออกประเทศของ “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่แม้ว่าคุณยิ่งลักษณ์ยังสงวนท่าทีโดยจะขอดูรายละเอียดในการพูดคุยก่อนตอบรับอย่างเป็นทางการ แต่ก็ส่งสัญญาณระบุว่ายินดีที่จะพูดคุยด้วย แต่ยังคงยึดในกรอบเดิม คือ ทำให้ประเทศเดินไปตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
รวมทั้งนายกฯยังไฟเขียวที่จะเปิดห้องหารือกับ “กกต.” ด้วยตัวเอง เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งอีกครั้ง หลังจาก กกต.มีท่าทีเกี่ยวกับการเลือกตั่งที่ชัดเจนขึ้น ถึงขนาดมีตุ๊กตากำหนดวันเลือกตั้งตามกรอบระยะเวลาต่างๆมาเป็นตัวเลือก คือกรอบ 60 วัน, 90 วัน และ 120 วันหลังมีพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าและความชัดเจนที่สุดของ กกต.หลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง 2ก.พ.57 เป็นโมฆะ
นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. คอนเฟิร์มแล้วว่า “นายกฯปู” ตอบรับคำเชิญของ 5 เสือกกต.เข้าร่วมหารือด้วยตัวเองตามนัดหมายในวันพุธที่ 30 เม.ย. นี้ เวลา 14.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ซึ่งอยู่ในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ
แน่นอน ตัวของนายกฯปูเองมีจุดยืนชัดเจนในเรื่องของการจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด จึงมีแนวโน้มว่า ภายหลังการหารือกับกกต.มีความเป็นไปได้ที่จะมีการเคาะตัวเลขกำหนดวันเลือกตั้งได้
อย่างไรก็ตาม ด้านหนึ่งแม้ว่าการเตรียมจัดการเลือกตั้งจะเดินหน้าต่อไปเพื่อมีข้อสรุปว่าจัดการเลือกตั้งวันไหน แต่อีกด้าน "คดี" ของนายกฯยิ่งลักษณ์ ก็เป็นเส้นขนานที่งวดเข้ามาทุกขณะเช่นกัน
วันอังคารที่ 6พ.ค.นี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนข้อเท็จจริงพร้อมให้มีการไต่สวนพยานบุคคลรวม 4 ปาก ในคดีคำโยกย้าย "ถวิล เปลี่ยนศรี" จากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมิชอบ ซึ่งนายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ใช้คำว่า “คาดว่าในวันดังกล่าว น่าจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา เช่น นัดวันอ่านคำวินิจฉัย หรือ การขอเอกสารเพิ่มเติมหากการไต่สวนในวันนั้นได้ข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วน” ซึ่งคดีนี้ นายกฯปู ยอมรับตรงๆว่า “เรื่องนี้ค่อนข้างหนักใจ เพราะมีคำวินิจฉัยของศาลปกครองไว้แล้ว”
และที่หนักใจของยิ่งลักษณ์อีกคดี คือ คดีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่โดนตัดพยานไปหลายปาก ในข้อกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้ละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งความเสียหายจากการดำเนินการโครงการ ก็กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม โดยทาง ป.ป.ช.บอกออกมาว่า ช่วงต้นเดือน พ.ค.คณะทำงานจะสรุปสำนวนให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า ป.ป.ช. อาจจะสรุปว่าจะชี้มูลหรือไม่ภายในวันนั้นเลย
จะเห็นว่าความพยายามเดินหน้าไปสู่เลือกตั้งก็มีสัญญาณที่ดีเป็นลำดับกับฝ่ายรัฐบาลที่อยากให้มีการเลือกตั้ง ส่วนการตัดสินหรือวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับนายกฯยิ่งลักษณ์ก็ลุ้นระทึกบีบหัวใจเข้ามาทุกขณะ จนมีการวิเคราะห์ข้ามช็อตในหลายทิศทางที่เชื่อมโยงกัน
เช่น กกต.และรัฐบาล ตกลงกันได้เรื่องวันเลือกตั้ง แต่หากก่อนถึงวันเลืกตั้ง “นายกฯปู” ถูกตัดสินคดี จะเป็นอย่างไร หากผลของคดีออกมาในทางบวก นายกฯปูก็คงจะถูกชูเป็นเบอร์ 1 นำทัพลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง แต่หากผลการตัดสินเป็นลบไม่ว่าจะจากองค์กรใด โอกาสที่ “นายกฯปู” จะกลับมาลงสนามเลือกตั้งอีกครั้งก็อาจจะยาก
หรือ นั่นอาจจะสอดรับหรือไม่กับกระแสข่าวการ “วางมือ” หรือ “เว้นวรรค” ของบุคคลใน “ตระกูลชินวัตร” โดยเฉพาะในส่วนของน้องสาวคนเล็กของตระกูล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
อนาคตของ "นายกฯยิ่งลักษณ์" จากนี้จะเป็นอย่างไร...มีทั้งส่วนที่เธอ "เลือก"ได้ และ เลือกไม่ได้!





