สตช.เปลี่ยนม้า..กลางศึก รับสถานการณ์ "การเมือง" โยกย้าย"พล.ต.ท.คำรณวิทย์"ไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับแล้วว่า ได้พิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปเป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และให้ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 มาทำหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแทน ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปตามความเหมาะสม โดยการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้จะทำไปพร้อมกันกับการแต่งตั้งตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แทน พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีปรีชา ที่ได้ลาออกจากราชการไปเพราะเหตุผลด้านสุขภาพ โดยตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการที่จะแต่งตั้งเข้ามาแทนนั้น คือ พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมีอาวุโสสูงสุด
แนวคิดเกี่ยวกับการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งระหว่าง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กับ พล.ต.ท.สุเทพ เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นที่โจทก์จั่นในแวดวงตำรวจ สาเหตุเป็นเพราะปัจจัยทางการเมืองเป็นหลัก เนื่องจากขั้วอำนาจต้องการให้ พล.ต.ท.สุเทพ เข้ามาทำหน้าที่ ผบช.น. เพื่อรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นการเฉพาะ
เป็นที่ทราบดีว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ภาพลักษณ์ถูกมองว่าเป็นตำรวจเสื้อแดง ซึ่งตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่ม กปปส. มาโดยตลอด ขณะที่ พล.ต.ท.สุเทพ ยังไม่ถูกกล่าวถึงในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. มากนัก เพราะนับตั้งแต่ กปปส. ชุมนุมชัตดาวน์กรุงเทพมหานครมา พล.ต.ท.สุเทพ รับผิดชอบในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ไม่ได้มีภาระหน้าที่หลักในการควบคุมฝูงชนอย่างเช่น พล.ต.ท.คำรณวิทย์
มีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า พล.ต.ท.สุเทพ ถือเป็นนายตำรวจที่มีความใกล้ชิดกับแกนนำคนสำคัญในพรรคเพื่อไทยหลายคน โดยเฉพาะนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือเจ๊แดง น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ ติยะไพรัช คนสนิทของ พ.ต.ท.ทักษิณ และยังมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส. อีกทั้งการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงที่ถนนอักษะ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่ากันว่า พล.ต.ท.สุเทพ ก็มีบทบาทสำคัญในการนำผู้ชุมนุมจากพื้นที่ภาคเหนือเข้ามาร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดงครั้งดังกล่าว ฝ่ายการเมืองจึงต้องการให้ พล.ต.ท.สุเทพ เข้ามาทำหน้าที่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการชุมนุม
ขณะที่การเมืองมองข้ามไปถึงการเลือกตั้ง หาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังอยู่ในตำแหน่ง ผบช.น. จะไม่มีประโยชน์ในการเลือกตั้ง ขณะที่ พล.ต.ท.สุเทพ มีบุคลิกรอบคอบและใจถึง น่าจะอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งให้กับฝ่ายการเมืองได้มากกว่า
อย่างไรก็ตามแนวคิดในการโยกย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีมาเป็นระยะ โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า สายสัมพันธ์ระหว่าง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กับ พล.ต.อ.อดุลย์ กระท่อนกระแท่น เนื่องจากการกระทำหลายอย่างก่อนหน้านี้ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถูกมองว่า เป็นการไม่ไว้หน้า พล.ต.อ.อดุลย์ อย่างเช่นการยอมให้ผู้ชุมนุมเข้าไปในกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้โดยง่าย ซึ่งในครั้งนั้นนอกจาก พล.ต.อ.อดุลย์ ไม่พอใจแล้วยังสร้างความไม่พอใจให้กับคนแดนไกลด้วย รวมถึงภาพหลุด "มีวันนี้เพราะพี่ให้" ระหว่างบิ๊กแจ๊ดกับคนแดนไกลรวมอยู่ด้วย
อีกทั้งภาพลักษณ์ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีความชัดเจนว่าเป็นตำรวจเสื้อแดง มีภาพหลุดในสังคมออนไลน์และมีการกล่าวพาดพิงถึงว่ามีความสนิทสนมกับ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโก๋ตี๋ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีหมิ่นเบื้องสูง และยังเป็นที่คลางแคลงใจจากกรณีกลุ่มผู้ชุมนุมปะทะกันที่แยกหลักสี่ แต่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้เพียงฝั่ง กปปส.ฝ่ายเดียว ขณะกลุ่มเสื้อแดงยังไม่มีการดำเนินคดีกับใคร ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.อ.อดุลย์ มีแนวคิดที่จะโยกย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เป็นระยะ ซึ่งทุกครั้งที่มีกระแสข่าวหลุดรอดมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มักเปรยกับบุคคลใกล้ชิดเสมอว่าจะลาออก และหากการโยกย้ายไม่เป็นธรรมจะฟ้องร้องผู้บังคับบัญชา ซึ่งทุกครั้ง ร.ต.อ.เฉลิม และ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา จะทำหน้าที่เป็นกาวใจระหว่างสองฝ่าย การเสนอโยกย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จึงยังไม่เกิดขึ้น
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ทราบเรื่องนี้ดี มีการยื่นข้อเสนอ หากมีการโยกย้ายจริงขอกลับไปทำหน้าที่ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ในตำแหน่ง ผบช.ภ.1 เพราะเติบโตมาจากที่นี่ โดยมีการยื่นข้อเสนอให้มีการโยก พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 ไปเป็น ผบช.ภ.5 เพื่อหลีกทางให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไปเป็น ผบช.ภ.1 ขณะที่ พล.ต.ท.สุเทพ มารับตำแหน่ง ผบช.ภ.5 แต่ติดขัดที่ พล.ต.ท.นเรศ มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แผนโยกย้ายดังกล่าวจึงไม่ประสบความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.อดุลย์ ต้องการโยกย้ายตำแหน่ง ผบช.น. ให้สำเร็จ มีการเตรียมการรับมือกับการฟ้องร้องในภายหลัง โดยได้หยิบยกนโยบายห้ามไม่ให้มีตู้ม้าในทุกพื้นที่ จึงกลายเป็นที่มาของปฏิบัติการบุกจับตู้ม้าหลายพื้นที่ในความรับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา
โดยชุดปฏิบัติการบุกจับตู้ม้าครั้งนี้ เป็นคำสั่งโดยตรงของ พล.ต.อ.อดุลย์ ที่มอบหมายให้ พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ ผบช.ยุทธศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจ สตช. นำกำลังตำรวจบุกจับกุมตู้ม้า ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดตู้ม้าไฟฟ้าได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งนั่นกลายเป็นเงื่อนไขสร้างความชอบธรรมในการโยกย้าย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้อย่างดี
สำหรับการลาออกจากราชการของ พล.ต.ท.เอกรัตน์ มีการวิพาษ์วิจารณ์ว่า เป็นไปตามการเจรจาของ พล.ต.อ.อดุลย์ ที่ต้องการปลดล็อกตำแหน่งว่าง เพื่อแก้ปัญหากรณีการแต่งโยกย้ายนายตำรวจระดับนายพลครั้งที่ผ่านมา โดยในครั้งนั้น พล.ต.ท.จงเจตน์ มีความอาวุโสสูงสุด ต้องขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่ก็ไม่ได้มีการแต่งตั้ง ทำให้ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เสาวคนธ์ รองนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดไม่ได้รับการแต่งตั้งด้วย
กระแสข่าวออกมาเป็นระยะว่าผู้ใต้บังคับบัญชารายนี้จะฟ้องต่อศาลปกครองกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรม พล.ต.อ.อดุลย์ จึงเกิดแนวคิดแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ โดยร้องขอให้ พล.ต.ท.เอกรัตน์ ลาออก เนื่องจากเหลือเวลาราชการอีกไม่กี่เดือน เพื่อเปิดตำแหน่งให้ว่างแล้วขยับ พล.ต.ท.จงเจตน์ ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. และแต่งตั้งให้ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ รับตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจแทนเพื่อเยียวยา
ทีมข่าวอาชญากรรม
++++++++





