วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

คปท.ลุยไต่สวนสาธารณะทุจริตจำนำข้าว

"คปท."ลุยไต่สวนสาธารณะทุจริตจำนำข้าว แกนนำชาวนาแฉรัฐใช้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านคุกคาม

สำหรับความเคลื่อนไหวของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก ข้างทำเนียบรัฐบาล ได้มีการเปิดเวทีไต่สวนสาธารณะทุจริตจำนำข้าว มีนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสาน กปปส. เป็นผู้ดำเนินรายการ ทั้งนี้ นายสุนทร พยัคฆ์ อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความ กล่าวว่า ขณะนี้ มีชาวนามาร้องเรียนกับสภาทนายความกว่า 2,000 คน ดำเนินการฟ้องไปแล้วหลักพันราย จากการแถลงนโยบายผลักดันสินค้าเกษตรให้ได้ราคาสูง ตั้งแต่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ไปจนถึง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธสก.) สภาทนายความได้ให้สภาทนายความทุกจังหวัดทำหน้าที่ฟ้องศาลปกครองแทนชาวนา โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่1 ทั้งนี้ ขอชี้แจงชาวนาว่าการฟ้องไม่ช่วยทำให้การจ่ายเงินล่าช้า อย่าไปฟังการยุแยงจากกลุ่มการเมืองขั้วตรงข้าม จนทำให้ไม่กล้ามาหาทนาย

ด้าน นายระวี รุ่งเรือง ประธานเครือข่ายชาวนาไทยภาคตะวันตก กล่าวว่ารัฐบาลปัจจุบันใช้อิทธิพลข่มขู่คุกคาม คอยกดดันชาวนาไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหว โดยสั่งการไปยังผู้ใหญ่บ้านไปดำเนินการไม่ให้ประชาชนที่อยู่ในชุมชนนั้นๆออกมา ขณะนี้มีชาวนาออกมาร่วมชุมนุมกว่า 5% เท่านั้น ส่วนอีกกว่า 95% ยังคงกลัวสิ่งที่เรียกว่าระบบอุปถัมภ์ การใช้อำนาจในชุมชน ซึ่งตนได้รับการสะท้อนจากชาวนาที่มาร่วมชุมนุมว่าหากชาวนาคนใดออกมา เมื่อกลับไปก็จะใช้ชีวิตอยู่ยากกว่าเดิมแล้ว เพราะหลังจากที่ตนนำชาวนาไป เจรจากับรัฐบาลรักษาการนำโดย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อทวงเงินค่าจำนำข้าวแต่ไม่สามารถตกลงกันได้นั้น หลังจากนั้นวันถัดไปตนก็ถูกอิทธิพลทางการเมืองเรียกเข้าไปพบ

โดย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รักษาการ รมว.พาณิชย์ และ นายยรรยง พวงราช รักษาการ รมช.พาณิชย์ เป็นตัวแทนรัฐบาลมาตกลงเจรจา และจ้างให้ตนพร้อมกับแกนนำชาวนาถอย พร้อมจะจ่ายเงินให้กับชาวนาภาคตะวันตก 7 จังหวัดก่อน รวม 5,000 กว่าล้าน ด้วย แต่ตนไม่ยอมรับและได้ทำการปฏิเสธ ดังนั้นสิ่งสำคัญ ตนจึงมองว่า ควรจะต้องปรับปรุงโครงสร้างประเทศ ระบบการเมือง ถ้าไม่มีการปฏิรูปประเทศ สภาชาวนาไม่มีทางได้เกิดขึ้นได้แน่นอน เพราะถ้าทำการปฏิรูปประเทศ และการแก้ไขปัญหาให้กับชาวนาอย่างยั่งยืนได้สำเร็จ มันมีค่ามากกว่าเงินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ช่องว่างระหว่างความจนความรวยของอาชีพคนผลิตข้าวจะหมดไป