"พล.ต.นพ.เหรียญทอง "เผย"พ.อ.วิทวัส"โดนยิงใกล้แนวการ์ดม็อบพุทธอิสระ ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดกระสุนปืนฝังที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุ มีนายทหาร ถูกยิงและถูกทำร้าย ย่านแจ้งวัฒนะ ต่อมาทราบชื่อ ผู้บาดเจ็บคือ พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล รอง ผอ.กวส.สวส.ขว.ทหาร โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณ ซอย 7 ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เแขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. เนื่องจากในช่วงเวลานั้น พ.อ.วิทวัส กำลังจะเดินทางกลับบ้านพักที่เมืองทองธานี
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฏวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดกระสุนปืนเข้า ที่ข้อเท้าทั้งสองข้างและถูกรุมทำร้ายอาการสาหัส โดยส่งตัวมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา แต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนว่าถูกการ์ด กปปส. แจ้งวัฒนะ ทำร้ายร่างกายตามที่มีกระแสข่าวออกมาหรือไม่
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังรพ.มงกุฏวัฒนะว่ามีผู้บาดเจ็บชื่อ พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล ถูกส่งเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลหรือไม่ ก็ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเวลาประมาณ 01.30 น. วันที่ 25 เม.ย. พ.อ.วิทวัส ถูกนำตัวมาส่งรักษาตัวจริง โดยได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดกระสุนปืนฝังที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งคาดว่าคนร้ายอาจยิงปืนลงพื้นทำให้เศษกระสุนปืนแตกกระจายถูกข้อเท้าและฝังในดังกล่าว เบื้องต้นแพทย์ได้ทำการรักษาจนอาการปลอดภัยแล้ว นอกจากนี้ที่บริเวณใบหน้าของผู้บาดเจ็บก็มีรอยฟกช้ำ ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกทำร้ายร่างกายด้วย อย่างไรก็ตามขณะนี้อาการโดยรวมถือว่าปลอดภัยแล้ว
วันเดียวกัน นาวาโทณัฐพล วัฒนกุล เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.ก้องปพัฒน์ ขันเงินธัญวัฒน์ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อเเจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ที่รุมทำร้ายร่างกายเเละควบคุมตัว พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล ผู้เป็นพี่ชาย ในช่วงกลางดึกผ่านมา ในข้อหา "ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายเเก่กาย , พยายามฆ่า ,มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต เเละพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต" ซึ่งร.ต.ท.ก้องปัฒน์ ได้รับเรื่องแจ้งความก่อนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเดินทางไปสอบคำพ.อ.วิทวัสเบื้องต้นที่รพ.มงกุฏวัฒนะ
จากการสอบสวนพ.อ.วิทวัส ผู้บาทเจ็บได้ความว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น. พ.อ.วิทวัสขับรถออกจากร้านอาหารย่านสุขุมวิท เพื่อเดินทางกลับเเฟลตที่พักย่านเมืองทองธานี โดยระหว่างที่ขับเข้ามาทางเเจ้งวัฒนะ ซอย7 พบว่ามีกรวยตั้งกีดขวางอยู่ พ.อ.วิทวัสจึงเปิดประตูรถ โดยตั้งใจจะลงมายกกรวยดังกล่าวออก เเต่เมื่อเปิดประตูรถ กลับมีเสียงผู้คนตะโกนเอะอะโวยวาย จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด พ.อ.วิทวัสจึงรีบวิ่งไปหลบหลังต้นไม้ เเต่กลับมีชายฉกรรจ์จำนวนหลายรายนำตัวพ.อ.วิทวัสไปที่ลานจอดรถตึกเอ ของศูนย์ราชการฯ เเละรุมทำร้าย กระทั่งมีการค้นตัวเเละทราบว่าพ.อ.วิทวัสเป็นทหาร จึงรีบนำตัวส่งรพ.มงกุฏวัฒนะ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานในการทำคดี เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะเดียวกันต้องรอให้พ.อ.วิทวัสอาการดีขึ้นก่อน เนื่องจากทราบว่าสะเก็ดกระสุนฝังที่ข้อเท้าทั้ง 2 ข้าง เเต่ข้างหนึ่งสามารถนำออกมาได้เเล้ว เหลือเอีกข้างที่สะเก็ดฝังใกล้จุดสำคัญ ซึ่งต้องเตรียมผ่าตัด จากนั้นจะนัดมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อประกอบสำนวน ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด
ด้านนาวาโทณัฐพล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่พ.อ.วิทวัส ผู้เป็นพี่ชายกำลังจะเดินทางกลับบ้านพักที่ย่านเมืองทองธานี โดยใช้เส้นทางถนนแจ้งวัฒนะขาเข้า แต่พบว่ามีกรวยยางวางอยู่บนพื้นถนนกีดขวางการจราจรบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ พี่ชายจึงลงจากรถเพื่อไปนำกรวยยางออกจากนั้นถูกกระสุนปืนระดมยิงเข้าใส่ โดยวิถีกระสุนมาจากทางฝั่งการ์ดของกลุ่มกปปส.แจ้งวัฒนะ เมื่อพี่ชายถูกยิงได้รับบาดเจ็บแล้วจากนั้นกลุ่มการ์ดกปปส.ได้เข้ามารุมทำร้ายร่างกายอีกด้วย ส่วนรายละเอียดอื่นๆตนยังไม่ขอให้ข้อมูล ซึ่งจะต้องรอปรึกษากับพี่ชายก่อนว่าพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลหรือไม่
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง พ.ต.อ.ธนวัตร วัฒนกุล ผกก. สน.โชคชัย ซึ่งได้รับการเปิดเผยว่า พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล ผู้บาดเจ็บจากเหตุเมื่อคืนนั้น เป็นน้องชายแท้ๆ ของตนเอง ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่รพ.มงกุฏวัฒนะ แต่อยู่ระหว่างประสานย้ายไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ซึ่งตนได้สอบถามอาการน้องชายจากมารดา ทราบว่าเบื้องต้นอาการปลอดภัยแล้ว โดยพ.อ.วิทวัส น้องชายเล่าว่าขณะเกิดเหตุนั้น ได้ตะโกนบอกการ์ด กปปส.แล้วว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร อย่ายิง แต่ก็ถูกยิงมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนถูกรุมทำร้าย จนกระทั่งกลุ่มการ์ดเข้าค้นรถยนต์เจอบัตรแสดงตนเป็นทหารจึงได้หยุดทำร้าย และจากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าพ.อ.วิทวัส สามารถจดจำใบหน้าคนร้ายได้ โดยหลังจากนี้ตนจะสอบถามพ.อ.วิทวัสอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป





