"ยิ่งลักษณ์"หนักใจคำวินิจฉัยศาลรธน.ปม"ถวิล" นปช.จ่อชุมนุมใหญ่6พ.ค. ปชป.เรียกร้อง"ยิ่งลักษณ์"แจงศาลเอง
"ยิ่งลักษณ์"รับหนักใจคำวินิจฉัยศาลรธน.ปมย้าย"ถวิล" เหตุศาลปกครองมีคำวินิจฉัยไว้แล้ว ยังกั๊ก 6 พ.ค.ไปแจงศาลเองหรือไม่ "อภิสิทธิ์"ชี้เป็นดุลพินิจศาลขยายเวลาชี้ "ชวนนท์"จี้นายกฯแจงศาลด้วยตัวเอง ด้านนปช.เล็งจัดชุมนุมใหญ่ 6 พ.ค. ที่ถนนอักษะ "จตุพร"ลั่นชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะได้รับชัยชนะ
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่กระทรวงกลาโหมถึงกรณีที่จะต้องเดินทางไปที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองหรือไม่ เพื่อการไต่สวนพยานในคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันที่ 6 พ.ค.ว่า ต้องขอหารือทีมทนายความก่อน ส่วนที่มีการขยายเวลาในการชี้แจงก็ถือว่าทุกเวลามีค่า เพราะต้องเตรียมเรื่องการประสานงานและเนื้อหา รวมทั้งเรื่องของพยานด้วย
เมื่อถามว่าเตรียมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากคำวินิจฉัยอย่างไรบ้าง นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไม่ได้เตรียมอะไร ก็จะทำอย่างดีที่สุด ทำอย่างเต็มที่ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญให้
"เรียนว่าเรื่องนี้ค่อนข้างหนักใจจริง เพราะว่าศาลปกครองก็มีคำวินิจฉัยแล้ว ยังไงก็ตามเราจะทำหน้าที่ในการชี้แจงให้มากที่สุดค่ะ" นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวเมื่อถามว่าเกรงว่าคำวินิจฉัยจะออกมาเป็นผลลบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่อยากตอบและคาดเดา ไม่อยากพูดประเด็นล่วงหน้าถือว่าเราทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุด
"ศาลรัฐธรรมนูญเป็นส่วนที่ดูแลเรื่องของกติกาและความเป็นธรรมก็เชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาข้อมูลทั้งสองฝ่ายบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและอะไรต่างๆ บนหลักความจริงอย่างเต็มที่ ถ้าอยู่บนฐานนั้นก็จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปอย่างลุล่วง" เมื่อถามว่าพร้อมรับหรือไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาในทิศทางใด นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ก็ขออนุญาตดูผลการตัดสินก่อน"
"อภิสิทธิ์"ชี้ขยายเวลาเป็นดุลพินิจศาล
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติขยายเวลาพิจารณาคดี สถานภาพของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกไปอีก 15 วัน ว่า เป็นดุลพินิจของศาลว่ามีเหตุผลสมควรหรือไม่ สำหรับการให้ความเป็นธรรม ศาลต้องพิจารณาบนความพอดี ระหว่างการที่จะไม่ให้มีการใช้วิธียื้อเวลา หรือถ่วงเวลาไปเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกันต้องให้เกิดความมั่นใจว่า มีความเป็นธรรม ไม่ได้เร่งรัด เพราะฉะนั้นคิดว่า เป็นดุลพินิจที่ศาลใช้ และเห็นว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ประสงค์จะมีเวลาเพิ่มในการชี้แจง และกรอบเวลาที่ขอศาล ก็อาจเห็นว่าสมเหตุสมผล แต่หากถามว่า หลังจากนี้จะขออีกหรือไม่ ศาลก็ต้องมาทบทวนกันอีกครั้ง เพราะกรณีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ดูเหมือนว่ามีความพยายาม จะขอยื่นพยานเพิ่มอยู่ตลอด
ทั้งนี้หากเป็นกรณีบุคคลอื่น ๆ อาจไม่ถูกตั้งคำถาม แต่เมื่อเป็นนางสาวยิ่งลักษณ์ ขอขยายเวลากับศาลรัฐธรรมนูญ และการไปให้การกับป.ป.ช.กลับใช้เวลาเพียง 15 นาที ซึ่งส่อเจตนาหรือไม่ว่าต้องการให้ยื้อเวลา
ปชป.เรียกร้อง"ยิ่งลักษณ์"แจงศาลเอง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ไปให้ถ้อยคำที่ศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง หลังจากศาลรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้มีการขยายเวลาชี้แจงและไต่สวนพยานในคดีโยกย้ายนายถวิล ว่าจะทำให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แทนที่จะส่งคนอื่นไปชี้แจงแทน
เช่นเดียวกับคดีทุจริตจำนำข้าวที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ควรไปชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยตัวเองแทนที่จะชี้แจงฝ่ายเดียวผ่านเฟซบุ๊ค หากมั่นใจว่าข้าวไม่ได้หายไปจากโกดังสองล้านตัน ก็ควรนำหลักฐานไปแสดงอย่าหนีความจริง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจของตัวเอง
แนะรอลุ้นศาลรธน.ปมสถานะครม.
นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอนุญาตให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ขยายเวลายื่นคำชี้แจงออกไปอีก 15 วัน ในคดีโยกย้ายนายถวิล พร้อมให้มีการไต่สวนพยานบุคคลรวม 4 ปาก ในวันที่ 6 พ.ค.นั้น การไต่สวนในวันที่ 6 พ.ค.นั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนข้อเท็จจริง และคาดว่าน่าจะมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา เช่น การนัดวันอ่านคำวินิจฉัย หรือการขอเอกสารเพิ่มเติมหากการไต่สวนในวันนั้นได้ข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วน
นายพิมล กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182 วรรคหนึ่ง(7) ประกอบมาตรา 268 นั้น คณะรัฐมนตรีจะพ้นทั้งคณะด้วยหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งส่วนตัวคิดว่าหากองค์คณะตุลาการได้วินิจฉัยอย่างใด อย่างหนึ่งออกมาแล้ว เชื่อว่าน่าจะชี้ชัดในเรื่องของตัวบทกฎหมายไว้ด้วย ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณา
นปช.เล็งชุมนุมใหญ่6พ.ค.ถนนอักษะ
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายกมล ดวงผาสุก หรือ ไม้หนึ่ง ก.กุนที พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อสู้ต่อไป
นายจตุพร กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มเครือข่ายล้มระบอบประชาธิปไตยมีความพยายามจะทำลายกลุ่มที่ออกมาขัดขวาง ดังนั้นการนัดหมายชุมนุมย่อยในจังหวัดต่างๆ จึงเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการชุมนุมใหญ่ ซึ่งคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 7 พ.ค.นี้ และหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นปช.จะจัดชุมนุมใหญ่วันที่ 6 พ.ค.นี้ทันที ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑล เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่เดิม และจะชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะได้รับชัยชนะ





