ถก สภากลาโหม สั่งคุมเข้มลอบขนอาวุธชายแดนเข้าป่วนกรุง ย้ำทหารห้ามเกี่ยวข้องเหตุร้าย ลือหึ่งปืนเอ็ม16 ทัพเรือหาย12กระบอก หวั่นใช้หนุนม็อบ
ที่กระทรวงกลาโหม พ.อ.ปภาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในการประชุม ว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์การก่อความไม่สงบต่างๆ ทางการเมือง
โดยมีกลุ่มผู้ไม่หวังดี นำอาวุธ กระสุน และวัตถุระเบิด ไปก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ เพื่อเป็นการระวังป้องกัน มิให้เหตุเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงขอให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และผบ.เหล่าทัพกำชับกำลังพล ในการระวังป้องกัน และการรักษาความปลอดภัย บริเวณที่ตั้งหน่วย และพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งเข้มงวดกวดขันกำลังพล ไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเด็ดขาด และขอให้กำลังพลทุกนายยึดมั่นอยู่ในระเบียบวินัย และแบบธรรมเนียมการปฏิบัติของทหารอย่างเคร่งครัด
พ.อ.ปภาธิป กล่าวว่า ส่วนการป้องกัน สกัดกั้น ขบวนการค้ายาเสพติด และอาวุธสงคราม จากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณแนวชายแดนของเหล่าทัพต่างๆ ที่ผ่านมามีการจับกุมผู้กระทำความผิด ได้เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน มีการชุมนุมของกลุ่มมวลชนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ส่งผลให้มีกลุ่มผู้ที่ไม่หวังดี ใช้โอกาสนี้ลักลอบขนยาเสพติด และอาวุธสงครามเข้ามาภายในประเทศ ผ่านเข้ามาบริเวณตามแนวชายแดน ทางนายกรัฐมนตรี จึงขอให้ผบ.เหล่าทัพกำชับหน่วยในพื้นที่ให้เข้มงวดกวดขัน และเพิ่มมาตรการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด และอาวุธสงครามบริเวณตามแนวชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการป้องกันการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมาย เข้ามาภายในประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีกระแสข่าวว่า กองทัพเรือได้สั่งการให้ตรวจสอบอาวุธในหน่วยทหารในกองทัพเรือทั้งหมด หลังจากพบว่ามีอาวุธปืน เอ็ม-16 หายออกจากคลังบางส่วน ในห้วงระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่กองพันซ่อมบำรุง หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มีข่าวว่ามีปืนเอ็ม 16 หายไป 12 กระบอก แต่ได้คืนมาแล้ว 2 กระบอก โดยมีคำสั่งให้ทุกหน่วยเข้มงวดในการเช็คยอดอาวุธเป็นประจำ ทั้งนี้ เกรงว่าอาวุธที่เล็ดลอดออกไปจะนำไปใช้สนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองกลุ่มต่างๆ หรือไว้ใช้ก่อเหตุสร้างความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายตรงข้าม
พล.ร.ท.สนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เปิดเผยว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาภายหลังจากที่มีสถานการณ์ใช้อาวุธสงครามในพื้นที่การชุมนุมหลายจุด โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า ยอดจำนวนอาวุธไม่ตรงกัน จากนั้นได้มีการให้ตรวจซ้ำเพื่อความถูกต้องพบว่ามีความคลาดเคลื่อนเกิดความสับสน และได้ตรวจสอบการแจกจ่ายอาวุธพบว่า อาวุธมีการแจกจ่ายไปหลายพื้นที่ เช่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งยืนยันว่า ปืนทั้งหมดอยู่ครบตามบัญชี ไม่ได้หายไปไหน คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ทั้งนี้อยากให้มีการจัดระเบียบอาวุธใหม่ทั้งหมด ไม่อยากให้มีการเล็ดลอดออกไป ซึ่งตนได้กำชับกำลังพลให้ทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งตนได้คุยกับกำลังพลมาตลอด ทุกคนรับทราบและจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ทางนาวิกโยธินไม่มีเวลาคิดอะไร เพราะงานเต็มมือ และกำลังพลมีอยู่น้อย สถานการณ์การเมืองก็เป็นเรื่องการเมือง เราทำงานตามหน้าทื่ และอยู่ในกรอบกฎหมาย





