วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.ถกพรรคการเมืองวุ่นไร้ข้อสรุปวันเลือกตั้ง

วงกกต.ถกพรรคการเมืองวุ่น หลังโต้แย้งกกต.ไม่เป็นธรรมไม่เปิดโอกาสทุกพรรคแสดงความเห็น หลังกกต.เปิดโอกาส 3 พรรคใหญ่แสดงความคิดเห็น

ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์นั้พรรคการเมืองเข้าร่วมประชุมร่วมกกต.จำนวน 56 พรรคการเมือง โดยพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม อ้างเหตุผลเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) พร้อมด้วยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมือง นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม และนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน พร้อมด้วยนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. ได้เดินทางมาถึงห้องประชุม ทันทีที่มาถึงนายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปใหม่ เป็นตัวแทนกลุ่มสหพรรคการเมือง ได้ยื่นหนังสือกับนายศุภชัย เพื่อขอให้กกต.เร่งดำเนินการเลือกตั้งภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ นอกจากนี้นายพูลเดช กรรณิการ์ หัวหน้าพรรคเพื่ออนาคตได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้กกต.เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเพื่อปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง โดยนายศุภชัย เปิดการหารือว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กกต.จึงมีมติดำเนินการจัดประชุมครั้งนี้เพื่อรับทราบความเห็นจากพรรคการเมืองในประเด็นกำหนดวันเลือกครั้งใหม่ ตนในนามกกต.ขอขอบคุณชื่นชมหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้าร่วมการหารือครั้งนี้ ผลการประชุมจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาประเทศ และประชาชนจะได้รับทราบข้อเสนอแนะที่ประชุม ผลการประชุมจะเป็นคำตอบ ตอบโจทย์ประเทศไทยได้เป็นอย่างดี หวังว่าการประชุมจะดำเนินราบรื่นและมีคำตอบให้สังคม

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต.ในฐานะผู้ดำเนินการประชุมได้รายงานผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 21 หน้าให้ที่ประชุมรับทราบและชี้แจงสาเหตุที่มีมวลชนมาขัดขวาง ทำให้จัดการเลือกตั้งไม่ได้ขณะที่นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการกกต. ได้หยิบยกถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2549 ที่ระบุว่าการเลือกตั้งทั่วไปเป็นโมฆะ โดยครั้งนั้นศาลมีข้อเสนอแนะให้ไปหารือกับพรรคการเมือง และให้จัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน แต่คำวินิฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่มีข้อเสนอแนะหรือบอกให้รู้แนวทางดำเนินการ กกต.จึงต้องหยิบยกคำวินิจฉัยปี 2549 เพื่อให้การประชุมวันนี้มีแนวทางพิจารณา พร้อมสรุปข้อหารือของกกต.กับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการประเมินสถานการณ์เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งและได้รายงานร่างปฏิทินที่สำนักงานกกต. ได้ตั้งไว้เป็นแนวทางในการกำหนดวันเลือกตั้ง 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 กรอบระยะเวลาจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 20 ก.ค.2557 โดยกรอบระยะเวลานี้จะมีระยะเวลา 59 วันนับแต่ร่างพ.ร.ฎ.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังจากมีการดำเนินการทั้งในส่วนของการหารือกับรัฐบาล กกต.เห็นชอบในร่างพ.ร.ฎ. และการประกาศร่างพ.ร.ฎ.ในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 22 พ.ค.2557

นายธนิศร์ กล่าวต่อว่า แนวทางที่ 2 คือ กรอบระยะเวลาจัดเลือกตั้ง ส.ส. เลือกตั้งในวันที่ 17 ส.ค.2557 กรอบนี้จะกินเวลา 87 วัน นับแต่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 22 พ.ค.2557 ส่วนกรอบแนวทางที่ 3 คือ กรอบระยะเวลาจัดการเลือกตั้งวันที่ 14 ก.ย.2557 โดยกรอบนี้จะมีผล 115 วันนับแต่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 22 พ.ค.2557

จากนั้นได้เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองที่มีส.ส.ได้แสดงความคิดเห็นเพียง 3 พรรคฝ่ายละ 15 นาที คือ พรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ทำให้พรรคที่เข้าร่วมการประชุมโต้แย้งขึ้นและเกิดความวุ่นวายขึ้น เนื่องจากเห็นว่ากกต. ไม่เป็นธรรม ไม่เปิดโอกาสให้ทุกพรรคการเมืองแสดงความคิดเห็นเหมือนกันทุกพรรค โดยหัวหน้าพรรคเงินเดือนประชาชน ระบุว่า กกต.ต้องมีความเท่าเทียม เพราะขณะนี้ทุกพรรคการเมืองไม่มีส.ส.ทุกพรรคและเสนอว่าพรรคที่ไม่ได้อภิปรายขอให้ส่งเอกสารข้อเสนอให้กับกกต.ได้หรือไม่

ด้านหัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ทำไมกกต.ต้องให้เวลาจำกัด เราอยากรู้ว่ากกต.จะกำหนดการเลือกตั้งได้เมื่อไหร่ ดังนั้นประธานกกต.จึงยอมรับข้อเสนอดังกล่าว เพื่อให้บรรยากาศการประชุมดำเนินไปได้

ทั้งนี้นายภุชงค์ จึงเสนอว่า 15 นาทีในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะให้พรรคอื่นอภิปรายแทน แต่พรรคอื่นๆยังไม่พอใจและมีการวอล์กเอ้าต์จากการห้องประชุม ทั้งที่การประชุมยังไม่เริ่มเข้าระเบียบวาระการประชุม

ด้านนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านพรรคการเมือง ได้เสนอให้ที่ประชุมนัดประชุมครั้งต่อไป 3 วัน 3 คืน แต่ขอให้แนวทางการประชุมวันนี้มีแนวทางเสียก่อน ซึ่งหัวหน้าพรรรคเงินเดือนประชาชน ก็แสดงความเห็นด้วยและเสนอว่าให้ที่ประชุมดำเนินการประชุมต่อ