"โภคิน"วอนกกต. กำหนดวันหย่อนบัตรให้ชัด-เร็ว หวั่นทำช้า กระทบออกกฎหมายงบประมาณ ชี้ประเทศอาจพินาศได้
นายโภคิน พลกุล ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ฐานะตัวแทนพรรคที่เข้าร่วมหารือกับตัวแทนพรรคการเมือง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งส.ส.เป็นการทั่วไปครั้งใหม่ ว่าตนอยากให้ กกต. พิจารณาจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นโดยเร็วกว่ากรอบเวลาที่กกต. ได้กำหนดเป็นกรอบให้พรรคการเมืองพิจารณา อย่างไรก็ตามตนมองว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้ด้วยการรับฟังเสียงประชาชน ด้วยวิธีการลงคะแนนเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ ถ้าไม่เดินหน้ารับฟังเสียงประชาชน ตนกังวลว่าบ้านเมืองอาจจะถึงกลียุคได้ นอกจากนั้นอาจเกิดปัญหาแทรกซ้อน เพราะประชาชนได้ใช้อารมณ์มากกว่าใช้เเหตุผลในการตัดสิน
"หากกกต.กรุณาย่นเวลาเลือกตั้งให้เร็วกว่าที่กำหนดเพียง 1 สัปดาห์ผมเชื่อว่าจะเกิดผลดี ปัจจุบันนานาชาติและนักลงทุนกำลังจับตา ในประเด็นที่มีบางคนต้ังตนเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ บางคนยกประเด็นนายกฯมาตรา 7 มาพิจารณา โดยทั้งหมดนั้นไม่เป็นผลดีต่อประเทศ ดังนั้นหากเรากำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน และแน่นอนเชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อกระบวนการภายในประเทศ" นายโภคิน กล่าว
นายโภคิน กล่าวว่า อีกไม่นานประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกำหนดงบประมาณมาดำเนินการต่อการทำให้ประเทศเป็นศูนย์กลางอาเซียน รวมถึงจำเป็นต้องมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ประจำปี 2558 ต่อสภา หากมีรัฐบาลล่าช้า การทำงบประมาณประจำปี 2558 อาจล่าช้า และเป็นไปได้ว่าเราจะมีกฎหมายงบประมาณได้ในช่วงเดือนมี.ค.58 หากเป็นเช่นนั้นประเทศพังพินาศแน่นอน ดังนั้นขอให้กกต.พิจารณาประเด็นดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะมาเป็นรัฐบาล ประเทศไทยต้องเดินหน้า ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ร่วมการประชุมแต่ตนได้ติดตามความเห็นของนายอภิสิทธิ์ ผ่านทางเฟซบุ๊คส่วนตัว พบว่านายอภิสิทธิ์ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นทางออก และเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ระบุว่าการเลือกตั้งอาจจะมีปัญหาในบางเขตเลือกตั้ง ตนขอให้ กกต.พิจารณาประเด็นดังกล่าวด้วย
นายโภคิน กล่าวอีกว่า ได้วิเคราะห์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีที่วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่า พ.ร.ฎ.จัดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ขัดรัฐธรรมนูญ ช่วงของการตรากฎหมาย แต่กลับระบุว่าการจัดเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร คือ วันที่ 2ก.พ. ถือเป็นสิ่งที่ประหลาดอย่างยิ่ง เพราะพิจารณาว่า พ.ร.ฎ.ขัดรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่เพราะขั้นตอนการตรากฎหมาย หรือเนื้อหาขัดกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ หากยึดตามแนวของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าว ตนเชื่อว่าไม่มีโอกาสจัดการเลือกตั้งได้โดยไม่ถูกพิจารณาให้เป็นโมฆะ ดังนั้นประเด็นดังกล่าวถือเป็นความผิดพลาดของการวินิจฉัย หากจะทำให้การเลือกตั้งเดินหน้า ขอให้กกต. พิจารณาประเด็นนี้ด้วย





